เร่งเดินหน้า5กฎหมายดิจิทัล

วันที่ 28 ก.ย. 2561 เวลา 07:52 น.
เร่งเดินหน้า5กฎหมายดิจิทัล
ดีอี เตรียมคลอดกฎหมายดิจิทัล 5 ฉบับ ชง ครม.ต้นเดือน ต.ค. 2561 ก่อนเสนอ สนช. ประกาศใช้ปี 2562

นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว. ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า ขณะนี้ร่างกฎหมายด้านดิจิทัล 5 ฉบับ ประกอบด้วย พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความ มั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์  พ.ร.บ.สำนักงานธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และ พ.ร.บ.สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย ได้ผ่านขั้นตอนกฤษฎีกา และกระทรวงการคลังเรียบร้อยแล้ว เพื่อเตรียมเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ( ครม.) ภายในต้นเดือน ต.ค. 2561 ซึ่งหลังผ่าน ครม. กฎหมายทั้ง 5 ฉบับ จะนำเข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ประกาศลงราชกิจจานุเบกษา และประกาศใช้ในปี 2562

ทั้งนี้ กฎหมายทั้ง 5 ฉบับ มี 3 ฉบับ ที่ต้องจัดตั้งหน่วยงานใหม่ ประกอบด้วย พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และ พ.ร.บ.สำนักงานธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ โดยตามกฎหมายการจัดตั้งสำนักงานใหม่ต้องผ่านความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ หรือสำนักงาน ก.พ.ร. ซึ่งได้ผ่านมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2561 ที่ผ่านมา กล่าวได้ว่ากฎหมายมีความสมบูรณ์ ก่อนเข้าสู่ ครม.ต่อไป

นอกจากนี้ เมื่อวันที่  24 ก.ย. 2561 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ตรวจเยี่ยมกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เกี่ยวกับความคืบหน้าในการดำเนินงาน โดยได้รายงานผลโครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ (เน็ตประชารัฐ) ซึ่งจะครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศในปี 2562

อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอีได้ ต่อยอดการใช้ประโยชน์จากเน็ตประชารัฐ ผ่านความร่วมมือกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย กระทรวงพาณิชย์ และธนาคารออมสิน ยกระดับอี-คอมเมิร์ซชุมชน ซึ่งจะบูรณาการระบบริหารงาน ณ จุดจำหน่าย (POS) ของไปรษณีย์ไทย เข้ากับร้านค้าธงฟ้า ประชารัฐ ของกระทรวงพาณิชย์ และ เชื่อมโยงฐานข้อมูลผู้มีรายได้น้อยของกระทรวงการคลัง ผ่านแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงกัน เพื่อให้การทำงานภาครัฐมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยจะมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ในสัปดาห์หน้า

นายพิเชฐ กล่าวว่า เมื่อไม่นานมานี้ ครม.ได้เห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการเบิกจ่ายงบประมาณโครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม กิจกรรมที่ 1 การขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ครอบคลุมทั่วประเทศเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจในประเทศ (โครงการเน็ตประชารัฐ) จำนวน 1,072 ล้านบาท ได้ถึงเดือน ธ.ค. 2561 จากเดิม ที่ปิดงบประมาณ เดือน ก.ย.