ชงครม.สัญจรเคาะ2มาตรการเร่งเพิ่มคุณภาพชีวิตประชาชน

  • วันที่ 15 ก.ย. 2561 เวลา 10:11 น.

ชงครม.สัญจรเคาะ2มาตรการเร่งเพิ่มคุณภาพชีวิตประชาชน

"กอบศักดิ์" เสนอ ครม.สัญจรเคาะธนาคารไม้มีค่า-กฎหมายขายฝาก 18 ก.ย.นี้

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ 2 จังหวัด จ.เลย และเพชรบูรณ์ และการจัดประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) วันที่ 17-18 ก.ย.นี้ มีวาระการพิจารณาที่สำคัญ ซึ่งเกี่ยวข้องการการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ประกอบด้วย 2 เรื่อง ได้แก่ แพ็กเกจการส่งเสริมการปลูกไม้มีค่าและธนาคารต้นไม้ และ พ.ร.บ.การขายฝากที่ดิน

สำหรับการส่งเสริมการปลูกไม้มีค่านั้น จะนำเสนอเป็นชุดมาตรการส่งเสริมให้เกิดธนาคารไม้มีค่าเพื่อสนับสนุนพันธุ์ไม้แก่ประชาชน ตั้งเป้าหมายให้เกิด 2 หมื่นชุมชน ภายใน 10 ปี มีผลต่อประชาชน 2.6 ล้านครัวเรือน ให้ได้รับประโยชน์ มีการปลูกต้นไม้กว่า 1,000 ล้านต้น คาดได้พื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น 26 ล้านไร่ ทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 3 แสนล้านบาท

ด้านร่าง พ.ร.บ.การขายฝากที่ดินนั้น ผ่านขั้นตอนรับฟังความเห็นแล้ว โดยสาระสำคัญของกฎหมายมีหลายส่วน เช่น กำหนดให้การขายฝากที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย เป็นธุรกิจที่ต้องควบคุมสัญญาตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค หากมีการแก้ไขข้อตกลงเพิ่มเติมเกี่ยวกับสัญญาขายฝากในภายหลัง ต้องได้รับการตรวจสอบจากนิติกร เจ้าพนักงานที่ดิน กำหนดให้ระยะเวลาการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัยไม่ต่ำกว่า 1 ปี หรือ 1 ปี 6 เดือน เพื่อให้มีความสอดคล้องกับระยะเวลาการทำการเกษตร ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 1 ปี จึงจะถึงเวลาเก็บเกี่ยว     รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลว่า การลงพื้นที่ตรวจราชการและประชุม ครม.สัญจร จ.เลย และเพชรบูรณ์ ครอบคลุมพื้นที่ 2 กลุ่มจังหวัด ได้แก่ กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 (บึงกาฬ เลย หนองคาย หนองบัวลำภู และอุดรธานี) และกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 (พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ตาก สุโขทัย และอุตรดิตถ์) มีประเด็นการพัฒนาร่วมของ 2 กลุ่มจังหวัดใน 5 ประเด็น ได้แก่ 1.การอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นรากฐานการท่องเที่ยวหลักของกลุ่มจังหวัด 2.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงพื้นที่ภายในกลุ่มจังหวัด และพื้นที่ภาคเหนือเพื่อรองรับและเชื่อมโยงการท่องเที่ยว

3.ส่งเสริมการท่องเที่ยวธรรมชาติและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน 4.พัฒนาพืชเศรษฐกิจของกลุ่มจังหวัดเป็นสินค้าเกษตรที่ได้มาตรฐาน ได้แก่ ข้าว ผัก ผลไม้ พืชไร่ ไม้ดอกไม้ประดับ และ 5.พัฒนาและแก้ไขปัญหาด้านสังคมและความมั่นคงของกลุ่มจังหวัด เช่น ยาเสพติด และแรงงานผิดกฎหมาย

ข่าวอื่นๆ