น้ำท่วมทำราคาผักพุ่ง

วันที่ 22 ต.ค. 2553 เวลา 16:45 น.
“พาณิชย์” รับผักแพงหลังราคาขึ้นแล้ว 3-5 บาท/กก. คาดสถานการณ์น้ำท่วมไม่คลี่คลายราคาพุ่งอีก 15% แต่ยันไม่ขาดแคลน เหตุใช้ห้างค้าปลีกสมัยใหม่กระจายสินค้า พร้อมคุมสินค้าวัสดุก่อสร้างหลังน้ำลด

นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ราคาผักในท้องตลาดปรับราคาเพิ่มขึ้นแล้วกก.ละ 3-5 บาท เนื่องจากพื้นที่เพาะปลูกในหลายจังหวัดภาคกลางและตะวันออกเฉียงเหนือได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วม โดยผักที่ราคาเพิ่มสูง เช่น กวางตุ้ง คะน้า ผักกาดหอม มะเขือเทศ เป็นต้น ซึ่งหลังจากนี้มอบหมายให้กรมการค้าภายในเร่งติดตามดูแลราคาสินค้าเกษตรอย่างใกล้ชิด ไม่ให้เกิดการขาดแคลน หรือฉวยโอกาสขึ้นราคามากเกินไป จนกลายเป็นการซ้ำเติมประชาชนที่กำลังเดือดร้อนจากน้ำท่วม

พร้อมกันนี้ ยังขอความร่วมมือกับห้างค้าปลีกสมัยใหม่ (โมเดิร์น เทรด) ในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม ให้นำสินค้าเกษตร รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคมาจำหน่ายไม่ให้ขาดแคลน และขายในราคาที่เหมาะสม เพื่อให้เป็นทางเลือกแก่ผู้บริโภค เนื่องจากร้านค้าสมัยใหม่มีระบบการขนส่งที่ดีกว่าตลาดทั่วไป และหลังจากน้ำท่วมจะเพิ่มความเข้มงวดการดูแลราคาสินค้ากลุ่มวัสดุก่อสร้าง อิฐ หิน ปูน ทราย เหล็ก โดยเพิ่มให้อยู่ในสินค้าที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ เพราะสินค้าเหล่านี้มีความต้องการใช้มาก เพื่อนำมาใช้ซ่อมแซม บ้านเรือน อาคารมากหลังน้ำท่วม

“ยอมรับว่าราคาผักขณะนี้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในหลายจังหวัดแล้ว แต่ยืนยันว่าปริมาณจะไม่ขาดแคลน เพราะมีช่องทางการขายผ่านโมเดิรน์เทรด ซึ่งจะติดตามให้ราคาขายเป็นไปอย่างเหมาะสม ไม่ให้แพงจนเกินไป แต่หากประชาชนร้องเรียนเข้ามามาก อาจหาช่องทางเลือกใหม่ในการช่วยเหลือต่อไป”

นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมได้สร้างความเสียหายต่อพืชผักของเกษตรกรอย่างมาก จนทำให้มีผลผลิตน้อย และถูกส่งเข้ามายังตลาดค้าส่งขนาดใหญ่ เช่น ตลาดไท รังสิต ลดลง คาดว่าหากสถานการณ์น้ำท่วมยังไม่คลี่คลายใน 1 สัปดาห์ อาจทำให้ราคาผักปรับเพิ่มสูงขึ้นอีก 15% ซึ่งกรมฯจะเร่งติดตามสถานการณ์ราคาอย่างใกล้ชิด พร้อมกันนี้จะประสานผู้นำเข้าและจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง ให้เตรียมจัดส่งสินค้าให้เพียงพอ เพราะหลังน้ำท่วมลด จะมีความต้องการสูงกว่าปกติ และให้คงราคาขายเท่าเดิม  ซึ่งกรมฯจะเข้มงวดต่อการใช้มาตรการทางกฎหมายในการดูแลราคาสินค้าและปริมาณสินค้าที่เป็นธรรมและเพียงพอ ผู้ละเมิดจะมีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 จำคุก 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาไทย กล่าวว่า น้ำท่วมได้สร้างความเสียหายต่อผลผลิตข้าวที่เริ่มออกในเดือนต.ค.นี้แล้วประมาณ 20-25% หรือปริมาณ 1.5 ล้านตันข้าวเปลือก และหากสถานการณ์น้ำท่วมยังต่อเนื่องถึงเดือนพ.ย.  ความเสียหายก็จะเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร ควรจะมีการทบทวนการกำหนดราคาประกันรายได้เกษตรกรใหม่ เพื่อให้เกษตรกรอยู่ได้ เพราะวิธีการเดิมไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ที่คิดคำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์จากต้นทุนผลิตและดำเนินการของเกษตรกร โดยจะนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ(กขช.)ครั้งต่อไป ไม่เกินต้นพ.ย. นี้