ค้าปลีกไตรมาส 3 ไม่ฟื้น ยื่น 6 ข้อแนะรัฐอุ้ม

  • วันที่ 20 ส.ค. 2561 เวลา 07:16 น.

ค้าปลีกไตรมาส 3 ไม่ฟื้น ยื่น 6 ข้อแนะรัฐอุ้ม

อุตสาหกรรมค้าปลีกไทยในช่วงไตรมาส 3 ยังคงอยู่ในสถานการณ์ทรงตัว ทำให้ผู้ประกอบการยื่นข้อเสนอรัฐช่วยกระตุ้น

***************************

โดย...จะเรียม สำรวจ

ยังคงอยู่ในสถานการณ์ทรงตัวสำหรับอุตสาหกรรมค้าปลีกไทยในช่วงไตรมาส 3 เนื่องจากขณะนี้ยังอยู่ในช่วงโลว์ซีซั่น จึงทำให้บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยยังไม่มีความคึกคักเท่าที่ควร แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านไตรมาส 3 ไปก้าวสู่ไตรมาส 4 หลายคนคาดหวังว่าภาพรวมของอุตสาหกรรมค้าปลีกน่าจะเริ่มปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลจับจ่ายใช้สอย ซึ่งจากแนวโน้มดังกล่าว ส่งผลให้สมาคมผู้ค้าปลีกไทยออกมาคาดการณ์ว่า ภาพรวมดัชชีค้าปลีกของไทยในสิ้นปี 2561 นี้น่าจะมีอัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่า 3.3-3.5%

แม้ว่าจะมีเทศกาลสำคัญเข้ามาช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภคออกมาจับจ่ายใช้สอยมากขึ้นในช่วงไตรมาส 4 แต่ก็ยังไม่สามารถกระตุ้นให้ภาพรวมดัชนีค้าปลีกของไทยขยายตัวแซงหน้าจีดีพีของประเทศ ซึ่งมีการคาดการณ์กันว่าจะเติบโตได้ที่ 4.5% เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานที่รัฐอัดฉีดงบลงไปตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมายังไม่ส่งผลมาถึงภาคค้าปลีก

อย่างไรก็ดี เพื่อให้ภาพรวมอุตสาหกรรมค้าปลีกมีการขยายตัวที่ดีขึ้น สมาคมผู้ค้าปลีกไทยจึงได้มีการยื่นข้อเสนอแนะไปยังหน่วยงานภาครัฐจำนวน 6 ข้อ ประกอบด้วย

1.เสนอให้ภาครัฐผลักดันนโยบาย Duty Free City เพื่อให้ประเทศไทยเป็น Shopping Destination ของนักท่องเที่ยวอย่างแท้จริง หลังจากปัจจุบันประเทศไทยสามารถเป็น Destination ในด้านของการท่องเที่ยวได้แล้ว

2. ภาครัฐควรพิจารณาการเปิดเสรีร้านค้าปลอดภาษี โดยเฉพาะการเพิ่มจำนวนร้านค้าปลอดภาษีในเมืองให้มากขึ้น และการพิจารณาประมูลร้านค้าปลอดภาษีในสนามบินตามประเภทกลุ่มสินค้า เพื่อเป็นทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

3.ภาครัฐควรเร่งรัดโครงการ Downtown VAT Refund For Tourist โดยเร็ว เพื่อเป็นการส่งเสริมการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยว รวมถึงการอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวในการได้รับคืนภาษีทันทีเมื่อซื้อสินค้า

4.ภาครัฐต้องสร้างกลไกในการกระตุ้นเศรษฐกิจในแนวทางใหม่และหามาตรการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศที่มีประสิทธิภาพภายใต้สังคมการบริโภคที่เปลี่ยนไป เพื่อให้เม็ดเงินในการจับจ่ายสู่ภูมิภาคและจังหวัดรอง

5.ภาครัฐควรผลักดันและอำนวยความสะดวกทางการค้าให้ภาคค้าปลีก ค้าส่งสามารถขยายสาขาในบริเวณพรมแดนประเทศเพื่อนบ้านอย่างเต็มที่

6.ภาครัฐจะต้องผลักดันให้มีการออกกฎระเบียบประกาศค่าจ้างขั้นต่ำเป็นรายชั่วโมง เพื่อให้สามารถจ้างงานบุคคลขาดรายได้และกลุ่มผู้สูงอายุ

วรวุฒิ อุ่นใจ ประธานสมาคม ผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า ภาพรวมของธุรกิจค้าปลีกในขณะนี้ยังคงมีอัตราการเติบโตแบบบางๆ เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังมีปัญหา แต่อย่างไรก็ดี เชื่อว่านับจากนี้ไปจะเริ่มปรับตัวดีขึ้น ภายหลังจากผู้ประกอบการมีการปรับตัว ด้วยการหันมาใช้กลยุทธ์มัลติแชนแนลในการทำตลาดใช้ช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ทำการตลาดควบคู่กันไป ซึ่งหาผู้ประกอบการปรับตัวได้ตามนี้ เชื่อว่าภาพรวมอุตสาหกรรมค้าปลีกในอีก 3-5 ปีนับจากนี้น่าจะมีอัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่า 3-5% อย่างแน่นอน ถือเป็นการเติบโตที่สูงกว่าช่วง 2-3 ปีก่อนที่อุตสาหกรรมค้าปลีกมีอัตราการเติบโตต่อไปเฉลี่ยที่ประมาณ 3% เท่านั้น

ข่าวอื่นๆ