บีดีเอ็มเอสขยายพันล.เพิ่มแนวรุกธุรกิจนอกโรงพยาบาล

  • วันที่ 07 ส.ค. 2561 เวลา 09:18 น.

บีดีเอ็มเอสขยายพันล.เพิ่มแนวรุกธุรกิจนอกโรงพยาบาล

บีดีเอ็มเอสกางแผนลงทุน 3 ปี เพิ่มแนวรุกธุรกิจนอกโรงพยาบาล รับเทรนด์เติบโต เล็งผุดศูนย์ปฏิบัติการห้องแล็บในพื้นที่อีอีซี

นายณรงค์ฤทธิ์ กาละพุฒ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่มธุรกิจสนับสนุนโรงพยาบาล 7.1 บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ หรือ บีดีเอ็มเอส เปิดเผยว่า เครือบีดีเอ็มเอสโดยกลุ่ม 7.1 เตรียมงบลงทุนราว 800-1,000 ล้านบาท สำหรับแผนลงทุนและพัฒนาธุรกิจในช่วง 3 ปีข้างหน้าเพื่อรองรับแนวโน้มการเติบโต

ทั้งนี้ ประกอบด้วยการพัฒนาศูนย์ปฏิบัติการทางการแพทย์ หรือห้องแล็บขนาดใหญ่ ในพื้นที่โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ใช้งบลงทุนราว 300 ล้านบาท โดยจะสร้างในพื้นที่ จ.ระยอง คาดพร้อมใช้งานในปี 2562 และขยายห้องแล็บขนาดใหญ่ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ภายในปี 2563 จากปัจจุบันที่มีเพียงในกรุงเทพฯ และหาดใหญ่ จ.สงขลา เท่านั้น

นอกจากนี้ มีแผนพัฒนาศูนย์ปฏิบัติการล้างทำความสะอาดและปลอดเชื้อสำหรับเครื่องมือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ ในฝั่งธนบุรี กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ รวมถึงกระจายไปตามภูมิภาคต่างๆ ให้ครบ จากเดิมที่มีศูนย์ขนาดเล็กกระจายอยู่ในโรงพยาบาลในพื้นที่ศรีนครินทร์ พัทยา หาดใหญ่

ขณะเดียวกันจะเดินหน้าลงทุนด้านเทคโนโลยี ไอที บิ๊กดาต้า รวมถึงการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ เช่น เครื่องมือและห้องปฏิบัติการด้านพยาธิวิทยาของ บริษัท เนชั่นแนล เฮลท์แคร์ ซิสเท็มส์ (เอ็น เฮสท์) ให้บริการตรวจวินิจฉัยโรคในเนื้อเยื่อ หรืออวัยวะต่างๆ ที่ได้จากร่างกายผู้ป่วยแบบครบวงจรโดยผ่านรูปแบบออนไลน์

ด้านภาพรวมธุรกิจด้านสุขภาพของไทยมีอัตราเติบโตต่อเนื่องจากนโยบายภาครัฐที่มุ่งให้ไทยเป็นศูนย์กลางการบริการด้านการแพทย์ ประกอบกับการขยายตัวของประชากรผู้สูงวัยและกลุ่มชนชั้นกลาง การเดินทางเข้ามารักษาและท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของนักท่องเที่ยวต่างชาติขยายตัว รวมถึงเทรนด์ผู้บริโภคที่หันมาดูแลสุขภาพก่อนเจ็บปวดที่จะขยายตัวต่อเนื่อง

นายณรงค์ฤทธิ์ กล่าวว่า ในส่วนธุรกิจร้านขายยาและเวชภัณฑ์ ร้านเซฟดรัก จะใช้งบลงทุนราว 200-300 ล้านบาท ขยายสาขาเพิ่มเป็น 200 แห่ง ภายในปี 2562 ส่วนในต่างประเทศจะเริ่มขยายร้านขายยาและสนับสนุนด้านบริการและวิศวกรรมทางการแพทย์สู่ตลาดประเทศเพื่อนบ้านเพื่อรองรับความต้องการที่ชัดเจน

สำหรับในปี 2561 กลุ่ม 7.1 ตั้งเป้ารายได้รวมอยู่ที่ 5,300 ล้านบาท แบ่งเป็นการเติบโตในของกลุ่มเอ็น เฮลท์ ที่ 4,200 ล้านบาท หรือขยายตัว 17% จากปีก่อน และรายได้จากร้านขายยาเซฟดรักที่ 1,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ