อาร์เอสขยายโลจิสติกส์ จับมือ2ยักษ์บริการขนส่งสินค้าเสริมแกร่ง หวังดันรายได้นิวไฮ

  • วันที่ 01 ส.ค. 2561 เวลา 06:20 น.

อาร์เอสขยายโลจิสติกส์ จับมือ2ยักษ์บริการขนส่งสินค้าเสริมแกร่ง หวังดันรายได้นิวไฮ

อาร์เอส ผนึกเคอรี่กับเอสซีจี เอ็กซ์เพรส เปิดเกมรุกโลจิสติกส์ หวังเสริมแกร่งโมเดลเอ็มพีซี ตอกย้ำความสำเร็จธุรกิจสุขภาพและความงาม

นางพรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท อาร์เอส เปิดเผยว่า จากการขยายตัวของธุรกิจสุขภาพและความงามของบริษัทที่มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทต้องหันมาให้ความสำคัญในด้านของการบริการโดยเฉพาะในการจัดส่งสินค้า ล่าสุดได้มีการจับมือร่วมกับบริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) ผู้ให้บริการจัดส่งพัสดุด่วนภายใต้แบรนด์ "เคอรี่" และ "เอสซีจี เอ็กซ์เพรส" ผู้ให้บริการขนส่งพัสดุย่อยแบบเร่งด่วน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในด้านของบริการส่งสินค้าทุกประเภทให้ ถึงมือลูกค้าอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และสภาพสมบูรณ์

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะเพิ่มทางเลือกในการเก็บเงินปลายทาง เพื่อเจาะกลุ่มคนที่มีไลฟ์สไตล์นิยมรับสินค้าและชำระเงินปลายทาง ขณะเดียวกันยังถือเป็นการตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ 4.0 ที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลา และปลอดภัยได้รับสินค้าแน่นอน อีกทั้งช่วยยกระดับระบบขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ให้ได้มาตรฐานสากล

"การจับมือร่วมกับเคอรี่และเอสซีจี เอ็กซ์เพรสในครั้งนี้ ถือเป็นการเสริมความแข็งแกร่งและเร่งการเติบโตทั้งรายได้ และกำไรของบริษัทให้เติบโตแบบก้าวกระโดดแบบยั่งยืนไปกับโมเดลธุรกิจค้าปลีกรูปแบบใหม่ MPC (Multiple platform commerce) ที่บริษัทสร้างขึ้นมาผ่าน Call Center โทร.1781 เพื่อเป็นช่องทางที่เชื่อมต่อกับคนดูแลลูกค้าแบบ D to C (Direct to Customer) ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น" นางพรพรรณ กล่าว

สำหรับเหตุผลที่ทำให้บริษัทตัดสินใจเลือก 2 ยักษ์ใหญ่ด้านโลจิสติกส์เข้ามาร่วมต่อยอดในการทำธุรกิจ เพราะทั้งสองบริษัทมีความเป็นมืออาชีพสูง โดยในส่วนของบริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) ในฐานะผู้ให้บริการ "เคอรี่ เอ็กซ์เพรส" จะมีจุดแข็งสามารถกระจายสินค้าครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศได้กว่า 99.9% และกว่า 97% ของการจัดส่งประสบความสำเร็จในการเข้าจัดส่งตั้งแต่ครั้งแรก

ขณะที่บริษัท เอสซีจี ยามาโตะ เอ็กซ์เพรส ในฐานะผู้ให้บริการ "เอสซีจี เอ็กซ์เพรส" ก็มีจุดแข็งในด้านของบริการมีคุณภาพ เอาใจใส่ ตรงต่อเวลา และจากการที่บริษัท ยามาโตะ เอเชีย ซึ่งเป็น บริษัทร่วมทุนของเอสซีจี ที่มีเครือข่ายร่วมธุรกิจมากถึง 23 ประเทศทั่วโลก จึงทำให้บริษัทมั่นใจว่าการจับมือร่วมกันทำธุรกิจโลจิสติกส์ในครั้งนี้จะทำให้บริษัทประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ หลังจากบริษัทได้จับมือกับร่วมเคอรี่ และเอสซีจี เอ็กซ์เพรส บริษัทมั่นใจว่าจากนี้ไปธุรกิจ MPC ของบริษัทจะมีความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ปัจจัยดังกล่าวจะเป็นแรงส่งที่ดีที่ทำให้ผลประกอบการทั้งกลุ่มของบริษัทในสิ้นปีนี้จะสามารถทำกำไรได้สูง (All time high) นับแต่ก่อตั้งบริษัทมา

ด้านธุรกิจ MPC ของบริษัทมีการจำหน่ายสินค้าหลากหลายประเภท เช่น กลุ่มเฮลท์แอนด์บิวตี้ และกลุ่มโฮมแอนด์ไลฟ์สไตล์ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้ในครัวเรือน เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ และบริการทางด้านการตลาดต่างๆ อย่างเช่น บริการประกันภัย เป็นต้น ในเร็วๆ นี้บริษัทมีแผนที่จะเปิดสินค้าและบริการใหม่ๆ เพิ่มเติม เพื่อให้ธุรกิจมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น และจากความร่วมมือพันธมิตรด้านโลจิสติกส์ดังกล่าวคาดว่าสิ้นปีนี้ จะมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้านราย

ข่าวอื่นๆ