มอเตอร์ไซค์ไฮบริดเดือด สองยักษ์ใหญ่ลุยตลาด

  • วันที่ 21 ก.ค. 2561 เวลา 08:17 น.

มอเตอร์ไซค์ไฮบริดเดือด สองยักษ์ใหญ่ลุยตลาด

โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์

ว่าด้วยเรื่องเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าในรถจักรยานยนต์ที่เตรียมเปิดตัวในประเทศไทย และมีการสับขาหลอกว่าจะมาหรือไม่มากันหลายครั้งหลายครา แต่ครั้นเมื่อถึงเวลาจะมาก็มาพร้อมๆ กันในเวลาใกล้เคียงกันของ 2 รายใหญ่ในวงการที่สร้างกระแสความฮือฮาได้ไม่น้อย เนื่องจากมีการชิงไหวชิงพริบแย่งชิงคำว่าเป็นเจ้าแรกในประเทศไทย    พงศธร เอื้อมงคลชัย ผู้จัดการใหญ่ด้านการค้า บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ กล่าวว่า บริษัทได้เปิดตัวรถจักรยานยนต์ "ยามาฮ่า แกรนด์ ฟีลาโน่ ไฮบริด" เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งได้มีการวิจัยและพัฒนาเพื่อให้ผลิตภัณฑ์เหมาะสมกับสภาพการจราจรในประเทศไทย ด้วยการผสมผสานระหว่างเครื่องยนต์บลูคอร์ใหม่ 125 ซีซี กับระบบไฮบริดที่มาพร้อม สมาร์ท มอเตอร์ เจเนอเรเตอร์ ที่ช่วยส่งกำลังขณะออกตัว

นอกจากนั้น ยังมีฟังก์ชั่นดับเครื่องยนต์อัตโนมัติเมื่อรถจอดหยุดนิ่งเกิน 5 วินาที (Stop & Start System) ในสภาวะการจราจรติดขัด ส่วนขณะการจราจรปกติเครื่องยนต์จะหยุดทำงานอัตโนมัติหลังจากรถหยุดนิ่ง 1.5 วินาที โดยจากการวิจัยของทีมวิศวกรยามาฮ่าพบว่าระบบดังกล่าวสามารถประหยัดน้ำมันขึ้น 9% เนื่องจากรถจักรยานยนต์อัตโนมัติ (เอที) มีช่วงที่สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสูงสุดในขณะออกตัว

รวมถึงระบบสตาร์ทใหม่ที่เงียบขึ้นและไม่มีเสียงมอเตอร์รบกวน ซึ่งเป็นระบบใหม่ที่ตัดชิ้นส่วนไม่สำคัญเดิมออกไป เช่น เฟืองสตาร์ท และสตาร์ทเตอร์ ออกไป และนำเอาเจเนอเรเตอร์เข้ามาเป็นตัวช่วยเพิ่มแรงขับเคลื่อนในขณะออกตัว โดยจากผลการทดสอบระบุว่าช่วยเพิ่มอัตราเร่งขณะออกตัวดีขึ้น 7%

ส่วนเครื่องยนต์บลูคอร์ใหม่ 125 ซีซี ในรุ่นดังกล่าวนี้ถูกพัฒนาขึ้นให้มีขนาดเล็กลง น้ำหนักลดลง และการใช้รอบเครื่องยนต์ต่ำลง ซึ่งส่งผลให้ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์และความเงียบของเครื่องยนต์ที่เรียบยิ่งขึ้น

สำหรับเป้าหมายในการเปิดตัวเทคโนโลยีไฮบริดเข้าสู่ตลาดของยามาฮ่า ด้วยรุ่นดังกล่าวเป็นรุ่นแรกนั้นคือการเลือกเอาเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในเวลานี้ของยามาฮ่ามาใส่ไว้ในรุ่นที่ได้รับการตอบรับดีที่สุด ซึ่งเชื่อว่าการเปิดตัวสู่ตลาดแมสเพื่อสร้างการรับรู้เทคโนโลยีในวงกว้าง

"ในอนาคตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของยามาฮ่าที่มีอยู่ในต่างประเทศใช้ชื่อรุ่นว่า อี-วีโน่ มีแผนที่จะแนะนำลงสู่ตลาดในประเทศไทยอย่างแน่นอน รวมถึงแผนการที่จะนำเทคโนโลยีไฮบริดใส่ไว้ในรถจักรยานยนต์รุ่นอื่นๆ ของบริษัทอีกด้วย" พงศธร กล่าว

ขณะที่ปัจจุบัน แกรนด์ ฟีลาโน่ มียอดขายเฉลี่ยอยู่ที่ราว 5,000 คัน/เดือน โดยเมื่อเปิดตัว แกรนด์ ฟีลาโน่ ไฮบริด จะส่งผลให้ยอดขายเฉลี่ยปรับเพิ่มเป็น 7,000 คัน/เดือน และนับตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป แกรนด์ ฟีลาโน่ ไฮบริด จะเข้ามาทำตลาดแทน แกรนด์ ฟีลาโน่ ทั้งหมด โดยราคาขายเริ่มต้นอยู่ที่ 5.5-6.2 หมื่นบาท

ด้าน สุชาติ อรุณแสงโรจน์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า กล่าวว่า บริษัทได้เปิดตัวรถจักรยานยนต์ "ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ ไฮบริด" รถจักรยานยนต์ไฮบริดรุ่นแรกที่ใช้แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน เทคโนโลยีที่ได้มาตรฐานระดับโลก ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกันกับระบบไฮบริดในรถยนต์ โดยมอเตอร์ไฟฟ้าช่วยเสริมการทำงานให้กับเครื่องยนต์ตลอดเวลาการขับขี่ อีกทั้งยังมีสมองกล Power Deliver Unit (PDU) ที่สั่งการแบบ Full Time Operation ทุกครั้งที่มีการเร่งความเร็ว รวมถึงยังมีสวิตช์ Riding Mode ให้ผู้ขับเลือกทั้งโหมดปกติหรือ โหมดสปอร์ต

นอกจากนี้ แนวคิดในการนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์รุ่นดังกล่าวเกิดจาก ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ ถูกจัดอยู่ในกลุ่มพรีเมียมออโตเมติกส์ (พรีเมียม เอที) และเป็นรุ่นที่ถูกนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ใส่ไว้ในรถจักรยานยนต์รุ่นดังกล่าวอยู่เสมอ เพื่อสร้างความภาคภูมิใจในการครอบครองให้กับลูกค้ากลุ่มดังกล่าว

อีกทั้งยังคงเอกลักษณ์ที่เป็นมาตรฐานของรถประเภทเอทีของฮอนด้าด้วย ฮอนด้าสมาร์ทเทคโนโลยี (Honda Smart Technology) เพื่อการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ประกอบด้วย เครื่องยนต์ eSP 150 ซีซี PGM-FI เทคโนโลยีเครื่องยนต์ทรงประสิทธิภาพ ระบบดับเครื่องยนต์อัตโนมัติ  (Idling Stop) ที่พัฒนาขึ้นอีกขั้นในรุ่นดังกล่าว โดยระบบจะช่วยหยุดการทำงานของเครื่องยนต์โดยอัตโนมัติในเวลาเพียง 0.5 วินาทีเมื่อหยุดรถ หลังจากขับมาด้วยความเร็วมากกว่า 6 กม./ชม. และ Combi Break แบบ 3 pots เทคโนโลยีกระจายแรงเบรก สร้างความมั่นใจแก่ผู้ขับขี่

อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ของบริษัทอยู่ที่ 6-8 ปี ซึ่งหากจะต้องมีการเปลี่ยนแบตนั้นราคาจะอยู่ที่ราว 2 หมื่นบาท แต่เชื่อว่าในอนาคตเทคโนโลยีของแบตเตอรี่จะทยอยลดลงอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนั้น ยังมองว่าการนำเสนอเทคโนโลยีใหม่เข้าสู่ตลาดนั้น ถือเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ที่ลงสู่ตลาด ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้ผู้บริโภคเกิดการตื่นตัวกับเทคโนโลยีใหม่ โดยยอมรับว่าการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ ไฮบริด ลงสู่ตลาดครั้งนี้ ถือเป็นการทดลองตลาดและดูผลการตอบรับของผู้บริโภคในด้านพฤติกรรมที่ตอบรับของกระแสเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า โดยตั้งเป้ายอดขายสำหรับรถจักรยานยนต์รุ่นดังกล่าวไว้อยู่ที่ 2,000 คัน/ปี จากปกติ ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ มียอดขายอยู่ที่ 8,000-9,000 คัน/เดือน

"เทคโนโลยีไฮบริดในรถจักรยานยนต์แตกต่างกับรถยนต์ ซึ่งคงไม่ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคสอดคล้องกันในทันที  ดังนั้นเราจึงไม่ได้ตั้งยอดขายที่สูงมากนัก โดยเชื่อว่าหากการตอบรับของผู้บริโภคเกินกว่าที่คาดการณ์ สามารถเพิ่มกำลังการผลิตให้สอดคล้องกันได้" สุชาติ กล่าว

ทางด้านราคาจำหน่ายของ ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ ไฮบริด นั้น คาดว่าจะอยู่ที่ไม่เกิน 1.2 แสนบาท จากรุ่นเครื่องยนต์ปกติมีราคาอยู่ที่ 8.2 หมื่นบาท ส่วนแผนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไปสู่เทคโนโลยีไฟฟ้า (อีวี) ในช่วงปลายปีมีแผนที่จะแนะนำ ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ อีวี ลงสู่ตลาดในประเทศไทย โดยทั้ง 2 รุ่นมีการผลิตในประเทศไทย

แต่กระนั้น ปัจจุบันการลงทุนผลิตด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้าหรือ ไฮบริดในรถจักรยานยนต์มีค่อนข้างสูง ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่อยากให้เกิดการสนับสนุนจากรัฐบาล เพื่อให้ต้นทุนการผลิตต่ำลง ซึ่งจะส่งผลดีต่อผู้บริโภคให้เกิดตลาดขึ้นในประเทศไทยอย่างแพร่หลาย ในฐานะผู้ประกอบการ อยากได้ความชัดเจนในแง่เงื่อนไขด้านสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี รวมถึงกฎหมายที่รองรับ อีกทั้งการเตรียมการปรับอัตราภาษีสรรพสามิตรถจักรยานยนต์ที่คิดคำนวณตามการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Co2) รวมถึงการสนับสนุนให้เกิดการผลิตแบตเตอรี่ในประเทศไทย

คงจะต้องจับตาดูการแข่งขันของเทคโนโลยีไฮบริดในรถจักรยานยนต์หลังจากนี้ที่ 2 ผู้เล่นรายใหญ่ลงสู่ตลาดนี้แล้วนั้น คงจะต้องมีแผนการต่อยอดเพื่อผลักดันให้เทคโนโลยีดังกล่าวเกิดขึ้นในประเทศไทยอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าทั้ง 2 ค่ายใหญ่จะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเป้าหมายที่ต่างกันตามทิศทางการตลาดของแต่ละค่ายที่มองเห็นโอกาสในการทำธุรกิจและสร้างความแข็งแกร่งให้กับตัวเองมากที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม ถือเป็นสัญญาณทิศทางที่ดีของตลาดในประเทศไทยที่จักรยานยนต์ไฮบริดลงสู่ตลาดเป็นที่เรียบร้อย

ข่าวอื่นๆ