TMAเชิญกูรูแชร์แนวคิดยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ

  • วันที่ 18 ก.ค. 2561 เวลา 08:29 น.

TMAเชิญกูรูแชร์แนวคิดยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ

TMA จัดสัมมนาระดมสมองเชิญกูรูมาแชร์แนวคิดยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในยุคปัจจุบัน  สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) จัดสัมมนา Thailand Competitiveness Conference 2018 ภายใต้คอนเซปต์ Powering Thailand Competitiveness through Digital Transformation โดย เชิญผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันไอเอ็มดี ผู้บริหารภาครัฐและเอกชน ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแนวทางการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในยุคปัจจุบัน พร้อมเปิด เปิดมุมมองการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเทคโนโลยีที่ส่งผลกระทบต่อรัฐบาลและภาคธุรกิจ ณ โรงแรมแชง-กีลา กรุงเทพฯ

ศ.อาร์ทูโร บิส  ผู้อำนวยการศูนย์ IMD World Competitiveness Center บรรยายพิเศษในหัวข้อ Adopting Technology for National Competitiveness ในงานสัมมนา Thailand Competitiveness Conference 2018  ว่าปัจจุบันกระแสดิจิทัลเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้  ทุกภาคส่วนจำเป็นต้องปรับตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลง ภาครัฐจะต้องรับบทบาทเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ  โดยภาครัฐต้องเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ รวมถึงออกกฎหมายใหม่ๆ ขึ้นมากำกับดูแลเทคโนโลยีที่เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นสกุลเงินดิจิทัล เทคโนโลยีบล็อกเชน หรืออื่นๆ ที่กำลังจะเข้ามา  ในหลายประเทศที่เปิดรับเทคโนโลยีก็ส่งผลต่อการยกระดับขีดความสามารถของเขา  เช่น ฮ่องกง และ สิงคโปร์ เป็นต้น

ทั้งนี้ ในอนาคตเทคโนโลยีบล็อกเชน จะเข้ามามีบทบาทต่องานบริการสาธารณะมากขึ้น  ประชาชนจะติดต่องานกับภาครัฐ  โดยผ่านทางคอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ทโฟนของตัวเอง การปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนกับคนจะลดลง ถือเป็นความท้าทายของภาครัฐสมัยใหม่ ที่จำเป็นจะต้องวางกฎระเบียบการกำกับดูแล   เพื่อควบคุมระบบสังคม  เศรษฐกิจให้เป็นระเบียบ  ขณะเดียวกันต้องไม่ไปปิดกั้นเทคโนโลยีต้องส่งเสริมเอกชนที่มีความพร้อมให้เขาสามารถเติบโต  เป็นแกนหลักของระบบเศรษฐกิจของประเทศต่อไป

อย่างไรก็ตาม ได้มีการอภิปรายหัวข้อ "Powering Business Competitiveness through Digitalization โดยนายชวพล จริยาวิโรจน์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย อเมซอน เว็บ เซอร์วิส (AWS)  กล่าวว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทต่อทุกอุตสาหกรรม  ธุรกิจยุคใหม่ก็นำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการพัฒนาองค์กรของตัวเอง  เห็นได้ชัดอย่างเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์  หรือ AI  ไม่ว่าจะด้านเสียง ภาพ วีดีโอ หรือ ข้อความ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ต่อยอดมาสร้างบริการใหม่ ๆเพื่อต่อยอดธุรกิจ

ดร.ศักดิ์ เสกขุนทด  ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) กล่าวว่า บทบาทของสำนักงานฯ คือการยกระดับการบริการของภาครัฐ  จะเน้นภารกิจการบูรณาการข้อมูลของหน่วยงานราชการ ในการให้บริการประชาชน  ในเดือนสิงหาคมก็จะมีการยกเลิกการใช้สำเนาบัตรประชาชน และทะเบียนบ้านในการติดต่อหน่วยงานราชการ  ขณะเดียวกันจะมีการผลักดันการเปิดข้อมูลภาครัฐให้มากที่สุด

"จะมีการเปิดระบบให้ภาคเอกชนมาเชื่อมต่อ ในการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์  และในอนาคตได้วางแผนที่จะนำเอกสารหนังสือสัญญาทั้งหมดของราชการเปิดเผยออกมาให้ประชาชนรับรู้  เพื่อสร้างความโปร่งใสในการบริหารงาน  นอกจากนี้ทางสำนักงานฯยังจะร่วมกันวางระบบบริการภาครัฐ เป็นแบบจุดเดียวครบวงจร (one stop service) และการลดขั้นตอนการขอใบอนุญาต ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของยกระดับความยากง่ายในการทำธุรกิจ หรือ Doing Business "ดร.ศักดิ์กล่าว

ด้านนายสุวัฒน์ มีมุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สถาบันนวัตกรรมและบ่มเพาะธุรกิจ (BIIC) บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)  เผยว่า บางจากได้จัดตั้งสถาบันนวัตกรรมฯ ขึ้นมา  เพื่อทำให้เป็นมันสมองและมองหาแผนธุรกิจสำหรับอนาคตของบริษัท ที่ผ่านมาได้มีการทดลองไอเดียธุรกิจใหม่ๆมาโดยตลอด  โดยเป็นเจ้าแรกที่นำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ร่วมกับการค้าขายพลังงาน   ซึ่งได้มีการจับมือกับพันธมิตรในการทดลองใช้หรือการทดลองระบบพลังงานแสงแดด โซลาร์รูฟ ในสถานีน้ำมัน

ขณะที่ ดร.กำพล ศรธนะรัตน์ ผู้อำนวยการบริหารความเสี่ยงและธรรมาภิบาลองค์กร สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์  (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ในฐานะองค์กรกำกับดูแล  จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของผู้ที่เกี่ยวข้อง  และจะต้องไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินทำธุรกิจ และส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันเสรี ซึ่ง ก.ล.ต. ได้ก็มีการจัด ฝึกอบรมพัฒนาทักษะเจ้าหน้าที่ ขณะเดียวกันได้วางกรอบการทำงานให้สอดรับกับยุคดิจิทัลมากขึ้น แม้จะต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากหลายด้านก็ตาม.

ข่าวอื่นๆ