รฟม.ลุยศึกษารถไฟฟ้ารางเบาภูเก็ตชงบอร์ดต้นปี62

  • วันที่ 17 ก.ค. 2561 เวลา 10:01 น.

รฟม.ลุยศึกษารถไฟฟ้ารางเบาภูเก็ตชงบอร์ดต้นปี62

รฟม.ลุยศึกษาพีพีพีแทรมภูเก็ต 4 หมื่นล้านบาท คาดชงบอร์ดช่วงต้นปี62 ก่อนส่งยื่นบอร์ดพีพีพีเคาะประมูล ด้านแทรมโคราช 3 หมื่นล้านได้ตัวเอกชนปีนี้

นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) เปิดเผยว่าความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้ารางเบา(แทรม) จ.ภูเก็ต ช่วงท่านุ่น-ท่าอากาศยานภูเก็ต-ห้าแยกฉลองวงเงิน 3.94 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการที่ถูกบรรจุในแพคเกจลงทุนระยะเร่งด่วนของปีงบประมาณ 2560 (PPP Fast Track)นั้นขณะนี้ได้ตัวบริษัทเอกชนที่ปรึกษาเพื่อทำการศึกษารูปแบบการเปิดให้เอกชนร่วมทุน(พีพีพี) ตอนนี้อยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนพรบ.จัดซื้อจัดจ้างใหม่คาดว่าจะลงนามสัญญาได้ภายในเดือนนี้ ใช้ระยะเวลาการศึกษาราว 4 เดือน ดังนั้นคาดว่าภายในช่วงต้นปี 2562 จะสามารถนำผลการศึกษาเสนอที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร(บอร์ด)ก่อนเสนอไปยังกระทรวงคมนาคมเพื่อขอความเห็นชอบและส่งต่อไปยังคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (บอร์ดพีพีพี) ให้พิจารณาก่อนแต่งตั้งคณะกรรมการมาตรา 35 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยเอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 (พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ 56) เข้ามาดูเรื่องร่างเอกสารเงื่อนไขการประกวดราคา(ทีโออาร์)และเปิดประมูลโครงการต่อไปในปี 2563 ขณะที่ด้านความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าแทรม จ.นครราชสีมานั้นโครงการนี้อยู่ระหว่างดำเนินการจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษารูปแบบการเปิดให้เอกชนร่วมทุน(พีพีพี) ขณะนี้ร่างเอกสารเงื่อนไขการประกวดราคา(ทีโออาร์) ใกล้เสร็จแล้วคาดว่าจะได้ตัวเอกชนที่ปรึกษาภายในปีนี้

รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคมระบุว่าโครงการรถไฟฟ้าแทรม จ.นครราชสีมา วงเงินลงทุน 3.26 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นการก่อสร้างระยะที่ 1 (เฟส1) วงเงินลงทุน 1.41 หมื่นล้านบาท ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม วงเงิน ระยะทาง 11.17 กิโลเมตร จำนวน 18 สถานี เส้นทางเริ่มจากตลาดเซฟวัน – ถนนมุขมนตรี – สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านนารีสวัสดิ์และ รถไฟฟ้าสายสีส้มเข้ม ระยะทาง 9.81 กิโลเมตร จำนวน 17 สถานี เส้นทางเริ่มจากแยกประโดก - ถนนช้างเผือก – คูเมืองเก่า จากนั้นเป็นการลงทุนก่อสร้างรถไฟฟ้าเฟส2วงเงิน 4.9 พันล้านและการก่อสร้างรถไฟฟ้าเฟส3 อีกราว 1.36 หมื่นล้านบาท ปัจจุบันโครงการได้ผ่านคงามเห็นชอบจาก สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.)และกระทรวงคมนาคมแล้วจากนั้นได้เสนอให้ คณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) พิจารณา โดยคจร.มีข้อสั่งการให้เร่งดำเนินการตามแผนเพื่อพัฒนาโครงข่ายระบบขนส่งในหัวเมืองหลักของประเทศ

ข่าวอื่นๆ