"สมคิด"ชูไทยจุดเชื่อมอาเซียน-เกรตเตอร์เบย์ รับนักลงทุนจีน

  • วันที่ 28 มิ.ย. 2561 เวลา 17:12 น.

"สมคิด"ชูไทยจุดเชื่อมอาเซียน-เกรตเตอร์เบย์ รับนักลงทุนจีน

"สมคิด"โชว์ศักยภาพไทยใน "เบลท์แอนด์โร้ด ซัมมิท" ที่ฮ่องกง ชูไทยจุดเชื่อมอาเซียน-เกรตเตอร์เบย์ รับคลื่นนักลงทุนจีนตามเส้นทางยุทธศาสตร์แดนมังกร

เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 2561 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ร่วมปาฐกถาในงานประชุม Belt and Road Summit 2018 ที่ เขตปกครองพิเศษ ฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งมีนักลงทุนจีนและจากประเทศต่างๆ ร่วมฟังประมาณ 5,000 คน ตามคำเชิญของนางแครี่ หล่ำ ผู้บริหารสูงสุดเขตปกครองพิเศษ ฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีประเด็นสำคัญคือบทบาทของฮ่องกงและพื้นที่เกรตเตอร์เบย์ (Greater Bay Area) ซึ่งประกอบด้วยฮ่องกง กวางตุ้ง และมาเก๊า และการเชื่อมโยงกับกลุ่มประเทศ ACMECS และอาเซียนผ่านประเทศไทย

นายสมคิด กล่าวว่า ขณะนี้ฮ่องกงไม่ใช่เป็นเพียงประเทศผู้ส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมรายใหญ่ไม่เมืองท่าและศูนย์กลางการเงินของภูมิภาค แต่เป็นหัวใจสำคัญจะผลักดันให้เอเชียเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของโลกและเป็นหัวหอกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนให้เกิดความร่วมมือทางการค้าการลงทุนเคียงคู่ขนานกับการเชื่อมโยงเส้นทางยุทธศาสตร์ ตามแนวนโยบายหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางหรือBelt and Road Initiative(BRI)

ทั้งนี้ โครงการที่เกี่ยวข้องกับ BRI มีความคืบหน้าไปมาก ทั้งเส้นทางรถไฟยุทธศาตร์เป้าหมายหลายเส้นทางก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว โครงการรถไฟเชื่อมจีนสู่ยุโรปก็กำลังไปได้ดี รวมถึงงานก่อสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูงเชื่อมจีนตอนใต้ผ่านลาวและไทยลงใต้สู่อาเซียนล้วนอยู่ในระหว่างก่อสร้างหรือในขั้นตอนที่กำลังวางแผนร่วมกัน เส้นทางสู่ลาวกำลังคืบหน้าไปมากในขณะที่phaseหนึ่งของเส้นทางรถไฟไทยจีนก็กำลังก่อสร้างและจะไปบรรจบกับลาวในไม่ช้า ในขณะที่ AIIB ที่เป็นกำลังสนับสนุนทางการเงินที่สำคัญในการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานก็สามารถขยายสมาชิกพันธมิตรไปได้ถึง86 ประเทศ

นายสมคิด กล่าวว่า ในส่วนของประเทศไทยเองดำเนินยุทธศาสตร์เพื่อเชื่อมโยงกับ BRI ไม่ได้อยู่แค่การสร้างรถไฟความเร็วสูงอย่างเดียว แต่ในขณะนี้ ไทยกำลังเร่งสร้างทางรถไฟรางคู่คู่ขนานกับเส้นทางรถไฟความเร็วสูงจาก ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก หรืออีอีซี คู่ขนานไปสู่ลาว และจะเชื่อมไปถึงกัมพูชาในทิศตะวันออกและไปยังเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายที่พม่า เพื่อรองรับทั้งการขนส่งประชาชน นักท่องเที่ยวและสินค้าระหว่างกัน ซึ่งทั้งหมดนี้จะเชื่อมโยงทั้งการค้าการลงทุนและนักท่องเที่ยวระหว่างจีนกับประเทศในอาเซียนโดยรวม ความเชื่อมโยงนี้ยังครอบคลุมถึงเส้นทางถนนที่กำลังเร่งเชื่อมโยงผ่านพม่าและลาวสู่จีนตอนใต้และผ่านพม่าสู่อินเดียและบังคลาเทศ

นายสมคิด กล่าวว่า การเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมอย่างไร้รอยต่อคือหัวใจสำคัญสูงสุดของ BRI แต่ที่มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากันคือด้านดิจิทัล ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเร่งลงทุนในเคเบิ้ลใต้น้ำ ซึ่งจะเชื่อมต่อกับฮ่องกง เพื่อนบ้านบ้าน จีน และ Greater Gay Area เป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับความร่วมมือทางธุรกิจบนฐานดิจิตอลตามแนวนโยบาย Internet Plus ของทางการจีน

นายสมคิด กล่าวว่า ขณะนี้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวดี กำลังเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ ไต่ระดับจาก 0.9% เมื่อ4 ปีที่แล้ว มาสู่ระดับ 4.8% เมื่อไตรมาสแรกของปี การส่งออกฟื้นตัว สามารถเติบโตกว่า 9% เมื่อปีที่ผ่านมา และใน5เดือนแรกของปีนี้ ส่งออกโตึง 11.5% ในขณะที่การท่องเที่ยวเติบโตอย่างมาก ด้วยจำนวนประมาณ 35 ล้านคน และมีรายได้จากการท่องเที่ยวปีละ 15-20% ครอบคลุมประมาณ 15-20%ของจีดีพี

นอกจากนี้ การลงทุนจากต่างประเทศก็เป็นที่น่าพอใจ ด้วยมูลค่าคำขอส่งเสริมจากบีโอไอในช่วง5เดือนที่ผ่านมาเติบโตสูงขึ้นกว่าปีที่แล้วถึง34% การฟื้นตัวดังกล่าวมีผลทำให้ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจฟื้นคืนกลับมา ซึ่งเปิดโอกาสให้รัฐบาลสามารถทุ่มเทให้กับการปฏิรูปประเทศตามแนวนโยบายประเทศไทย 4.0 โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน มูลค่านับล้านๆบาท หลังจากที่หยุดชะงักไปนานและการลงทุนเพื่อสร้างอุตสาหกรรมและการบริการแห่งอนาคตโครงการอีอีซี โครงการต่างๆเหล่านี้ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการร่วมลงทุนกับภาคเอกชนหรือพีพีพี ซึ่งตลอดช่วง2ปีที่ผ่านมานี้ ได้เกิดโครงการร่วมลงกับนักลงทุนต่างประเทศในหลากหลายอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะโครงการลงทุนในอีอีซีซึ่งมีมูลค่าการลงทุนเพิ่มสูงขึ้น 49% ในปีที่ผ่านมาโครงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานก็คืบหน้าไปด้วยดีโดยเฉพาะโครงการรถไฟรางคู่ โครงการรถไฟฟ้าในเมืองหลายเส้นทางที่กำลังก่อสร้างและมีผลให้เกิดความตื่นตัวด้านอสังหาริมทรัพย์ในขณะนี้ โครงการลงทุนเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะในโครงการ อินเตอร์เน็ตบรอดแบนทุกหมู่บ้านทั่วประเทศที่ใกล้สมบูรณ์อันจะเป็นพื้นฐานการเปลี่ยนผ่านและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่ยุคดิจิทัล

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า BRI ได้ส่งผลอย่างชัดเจนต่อเศรษฐกิจไทย นักลงทุนไม่ว่าจาทกแผ่นดินใหญ่ หรือจากฮ่องกง ได้หลั่งไหลตามเส้นทาง BRI เข้ามาติดต่อ ประสาน และลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง เพราะเล็งเห็นโอกาสใหม่ๆที่จะเกิดขึ้นตามมาในอนาคตประโยชน์ทางเศรษฐกิจเหล่านี้ย่อมมิได้จำกัดอยู่ที่ประเทศไทยเท่านั้น แต่จะขยายตัวครอบคลุมสู่ทั้งภูมิภาคเพราะความเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อ และหากเส้นทางรถไฟและเส้นทางคมนาคมอื่นๆเสร็จสมบูรณ์ การเชื่อมโยงของทั้งคนและสินค้าจะทวีขึ้นอย่างมหาศาล การเชื่อมโยงทางอินเตอร์เน็ตที่จะนำไปสู่การค้า อีคอมเมิร์ซการขยายตัวของโลจิสติกส์ ที่จะตามมา ยังผลให้เกิดการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจอย่างกว้างขวางอันจะส่งผลให้เกิดการเติบโตและการกระจายรายได้ทางเศรษฐกิจของทั้งภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้แนวนโยบายBRI สามารถทำให้เอเชียมีศักยภาพได้ได้ มีปัจจัยสำคัญ 2ประการ คือ คือการเร่งขับเคลื่อนให้กรอบความร่วมมือ RCEP บรรลุผล ซึ่งชาติสมาชิกกำลังเร่งผลักดันอยู่ในขณะนี้ เขตการค้าเสรีRCEP จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยเปิดประตูแห่งความร่วมมือทางการค้าการลงทุนอย่างกว้างขวางในอนาคต ประการที่ 2 การรวมพลังขับเคลื่อนให้เกิดความร่วมมือและการสร้างพันธมิตรระหว่างภาคเอกชน ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้เจตนารมณ์ของ BRI เป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ ฮ่องกงและมณฑลในกลุ่ม Greater Bay Area ซึ่งประกอบด้วยฮ่องกง กวางตุ้ง และมาเก๊า มีศักยภาพทั้งการเป็นฐานการผลิตขนาดใหญ่ ด้วยจำนวนผู้ประกอบการขนาดใหญ่ที่เข้มแข็งและเอสเอ็มอี เหมาะที่จะเป็นจุดเชื่อมต่อขนาดใหญ่ (Super Connector ทั้งระหว่างรัฐต่อรัฐและเอกชนกับเอกชนระหว่างจีนกับภูมิภาคอื่นๆ รวมถึงไทยและอาเซียน

ทั้งนี้ ไทยมีทำเลที่ตั้งอยู่ใจกลางของทั้ง CLMVT และอาเซียน และมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเพื่อนบ้านของเราความร่วมมือระหว่างกันย่อมจะส่งเสริมแนวนโยบาย BRI ให้บรรลุผลในภูมิภาคแห่งนี้ได้อย่างงเป็นรูปธรรม

นายสมคิด กล่าวว่า ก่อนจะเดินทางมาฮ่องกง ได้ติดตามพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไปเยือนสหราชอาณาจักร และ ฝรั่งเศสซึ่งผู้นำของประเทศทั้งสองต่างแสดงความสนใจที่จะเชื่อมโยงกับ ACMECS ผ่านไทยและสนใจที่จะทำ เอฟทีเอกับอาเซียน ที่ไทยกำลังจะเป็นประธานในปีหน้าซึ่งไทยก็ได้เชิญให้ผู้นำทั้งสองประเทศให้เป็นแขกของการประชุมในฐานะแขกของประธานในปีหน้า

“Greater Bay Area เป็นภูมิภาคที่อยู่ติดกับ ACMECS โดยตรง เส้นทางรถไฟจากจีนที่จะลงสู่ใต้ จะเป็นการเชื่อมโยงประชาชนและธุรกิจระหว่าง 2 ภูมิภาคโดยตรงเลยทีเดียว หากมีความร่วมมือที่ใกล้ชิดระหว่างกันในระหว่าง2 อนุภูมิภาค นั่นย่อมหมายถึงพลังร่วมที่ยิ่งใหญ่จะเกิดขึ้นต่อสองอนุภูมิภาคผมได้เรียนท่านผู้บิรหารสูงสุดเขตปกครองพิเศษฮ่องกง หากเป็นไปได้ ให้ท่านพิจารณาการประสานการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์การพัฒนาระหว่างGreater Bay Area โดยเริ่มจากฮ่องกง มาเก๊า และกวางตุ้งในฐานะส่วนหัวของกลุ่มพีพีอาร์ดีของจีน ไทยจะเป็นผู้ประสานผ่านกลุ่มประเทศACMECS จุดเริ่มต้นนี้จะมีความสำคัญยิ่งที่จะทำให้จีนตอนใต้และอาเซียนตอนเหนือสามารถเขื่อมโยงประสานพลังกันได้ สมดังเจตนารมณ์ของ BRI และจะเป็นจุดเริ่มต้นสู่การเชื่อมโยงไปทั้งอาเซียนโดยรวม” นายสมคิด กล่าว

ข่าวอื่นๆ