สค. รณรงค์ "ครอบครัวไทยร่วมใจ ห่างไกลการพนันฟุตบอลโลก" ชวนครอบครัวร่วมชมการถ่ายทอดสดฯ เพื่อสร้างสัมพันธภาพที่ดี

Sponsored Content
วันที่ 27 มิ.ย. 2561 เวลา 16:56 น.
สค. รณรงค์ "ครอบครัวไทยร่วมใจ ห่างไกลการพนันฟุตบอลโลก" ชวนครอบครัวร่วมชมการถ่ายทอดสดฯ เพื่อสร้างสัมพันธภาพที่ดี
 

กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) ผลักดันร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองสวัสดิภาพบุคคลในครอบครัว พ.ศ. ..... พร้อมทบทวนและปรับปรุงพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 ระบุ Social Media สื่อออนไลน์เป็นต้นเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้หญิงและครอบครัว รวมถึงอาจเป็นตัวกระตุ้นและชี้นำบุคคลในครอบครัว ให้ไปในทางที่ผิด โดยเฉพาะการพนันในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก สค. ได้จัดทำโปสเตอร์ "ครอบครัวไทยร่วมใจ ห่างไกลการพนันฟุตบอลโลก" เพื่อรณรงค์ผ่านศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและสถาบันครอบครัวทั้ง 8 แห่ง

นายเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กล่าวถึงภารกิจและนโยบายของกรมกิจการ สตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) ว่า สค. เป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มีบทบาท ภารกิจในด้านการพัฒนาศักยภาพสตรี การส่งเสริมความเสมอภาคและความเท่าเทียมระหว่างเพศ การคุ้มครองพิทักษ์สิทธิสตรี ผู้แสดงออกที่แตกต่างจากเพศโดยกำเนิด และบุคคลในครอบครัว การส่งเสริมและพัฒนาครอบครัว การสร้างความเข้มแข็งให้แก่สถาบันครอบครัว การป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว การคุ้มครองสวัสดิภาพบุคคลในครอบครัว การตรวจสอบการชดเชยและเยียวยาต่อการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ และการคุ้มครองและพัฒนาอาชีพผู้ประสบปัญหาจากการค้าประเวณี

"นโยบายการดำเนินงานของ สค. เป็นการดำเนินงานที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี สอดรับกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 และสนองต่อนโยบาย ของรัฐบาลภายใต้กรอบเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) รวมทั้งเป็นไปตามพันธกรณีระหว่างประเทศ โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมาย และจัดทำข้อมูลกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน เพื่อวางแผนการดำเนินการให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ฯ ตลอดจน เตรียมความพร้อมเข้าสู่ Thailand 4.0 เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และเตรียมความพร้อมด้านทรัพยากรบุคคลเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ เช่น อัตรากำลัง ความเชี่ยวชาญในงาน การพัฒนาบุคลากร เส้นทางความก้าวหน้า รวมถึงการให้ความสำคัญกับการสื่อสาร สร้างการรับรู้ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย นอกจากนี้ ยังมีการปฏิรูปการทำงาน เน้นให้เกิดการบูรณาการ ประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน การถ่ายโอนภารกิจ รวมถึงการประสานการขับเคลื่อน กำกับ ติดตามงานด้านสตรีและครอบครัวในภาพรวมของประเทศ"

อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ยังได้กล่าวถึงการดำเนินงานของ สค. ต่อไปว่า สค. ยังคงมุ่งมั่นสร้างความเข้มแข็งของสตรีและสถาบันครอบครัว ภายใต้กรอบเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านกลไกการขับเคลื่อนการดำเนินงานของผู้บริหารด้านการเสริมสร้างบทบาทหญิงชาย (Chief Gender Equality Officer - CGEO) การส่งเสริมหน่วยงาน ภาครัฐจัดทำงบประมาณเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเสมอภาคทางเพศ (Gender Responsive Budgeting) ให้กับกลุ่มเป้าหมายของหน่วยงานภาครัฐ และมีการพัฒนาระบบในการเตรียมความพร้อม คุ้มครองช่วยเหลือหญิงไทยที่จะไปทำงานหรือใช้ชีวิตในต่างประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อม หญิงไทยก่อนเดินทางไปต่างประเทศ และส่งเสริมอาสาสมัคร ให้มีทักษะในการให้คำปรึกษาแก่คนไทยในต่างประเทศ

นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาสตรีให้มีทักษะอาชีพ มีงานทำ และมีรายได้ที่สูงขึ้น โดยใช้กลไกศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว 8 แห่ง พร้อมปรับปรุงหลักสูตรและขยายผลการดำเนินโครงการโรงเรียนครอบครัวในพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว 8 แห่ง ตลอดจน ลดความรุนแรงในครอบครัวในพื้นที่จังหวัดที่มีปัญหาความรุนแรงในครอบครัวสูง นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาศักยภาพคณะทำงานศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน (ศพค.) เพื่อดำเนินงาน เฝ้าระวังสถานการณ์ครอบครัว คุ้มครอง ช่วยเหลือ และร่วมดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาครอบครัวในพื้นที่ และสร้างความเข้มแข็งกลไกประสานส่งต่อในระดับพื้นที่ของศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน โดยเชื่อมโยงกับการดำเนินงาน ในระดับจังหวัด

"ที่สำคัญ สค. ได้ผลักดันร่างกฎหมาย ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณา ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองสวัสดิภาพบุคคลในครอบครัว พ.ศ. ... ทบทวนและปรับปรุงกฎหมายจำนวน 1 ฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 พร้อมทั้งพัฒนาระบบคุ้มครองช่วยเหลือผู้เสียหายหรือได้รับผลกระทบจากการค้าประเวณี สร้างความตระหนักรู้ถึงภัยของการค้าประเวณีทุกกลุ่มเป้าหมาย และสร้างเครือข่ายในการเฝ้าระวังปัญหาทุกพื้นที่เสี่ยง จัดทำและพัฒนาความร่วมมือระดับทวิภาคีและพหุภาคีกับประเทศต้นทาง ทางผ่าน และปลายทาง ทั้งด้านป้องกัน ด้านการดำเนินคดี และบังคับใช้กฎหมาย การคุ้มครอง ช่วยเหลือและการส่งกลับคืนสู่สังคมอย่างปลอดภัย และ ขับเคลื่อนการบูรณาการการป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณีตามมาตรฐานสากลผ่านกลไกทุกระดับ เพื่อมุ่งสู่การยอมรับถึงความมุ่งมั่นของไทยในเวทีระหว่างประเทศด้วย"

นายเลิศปัญญา กล่าวถึง Social Media และสื่อออนไลน์ ว่า มีอิทธิพลต่อคนส่วนใหญ่อย่างมาก เป็นการสื่อสารอย่างไร้พรมแดนที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย แต่ยากต่อการควบคุม และมีความหลากหลายรูปแบบ ซึ่ง Social Media แม้จะเป็นสื่อที่ช่วยส่งเสริมและพัฒนาความสามารถของคนจำนวนมาก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า Social Media ก็สามารถสร้างและกระตุ้นความรุนแรง หรือนำพาคนบางกลุ่มให้มัวเมาและหลงใหลไปในสิ่งผิดได้เช่นกัน เราจะเห็นได้จากข่าวที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ มากมาย ซึ่งต้นเหตุของปัญหาและอันตรายต่อผู้หญิงและครอบครัวมาจาก Social Media เช่น การใช้ Facebook Twitter Line ฯลฯ เป็นสื่อหลอกล่อ หรือล่อลวงผู้หญิง หรือเด็กและเยาวชนที่อยู่ในครอบครัวให้ออกมา พบเจอกันนอกเคหสถาน เกิดเหตุร้ายรุนแรงเป็นอันตรายต่อร่างกายและจิตใจได้ นอกจากนี้ Social Media อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือในการเผยแพร่สิ่งผิดกฎหมายที่มีความหลากหลาย และกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบโดยขาดความยั้งคิด รู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือขาดการควบคุม ดูแลอย่างเหมาะสมสำหรับเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นบุตรหลาน ของครอบครัว

"ครอบครัวเป็นจุดเริ่มของการหล่อหลอมบุคลิกภาพและคุณลักษณะของสมาชิกในครอบครัว การถ่ายทอดและปลูกฝังความคิด ความเชื่อ และวัฒนธรรมในการดำเนินชีวิต จากผู้ให้กำเนิดหรือสมาชิกในครอบครัวไปยังรุ่นลูกรุ่นหลาน จึงเกิดจากการอบรม สั่งสอน เลี้ยงดู และสิ่งแวดล้อมภายในครอบครัวเป็นหลัก ดังนั้น พฤติกรรมการแสดงออกต่อสังคมของคนเราส่วนใหญ่มาจากการหล่อหลอมของครอบครัวเป็นสำคัญ สถาบันครอบครัวสามารถสร้างภูมิคุ้มกันในการเสพสื่อ Social Media สื่อออนไลน์ ของเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นสมาชิกในครอบครัวได้ด้วยการเอาใจใส่ สอดส่อง ดูแล และควบคุมอย่างใกล้ชิด กำหนดเงื่อนไข หรือมีข้อตกลงร่วมกันในครอบครัวถึงพฤติกรรมและช่วงเวลาที่เหมาะสมในการใช้งานอินเทอร์เน็ตของสมาชิกในครอบครัว ตลอดจนพาลูกหลาน ออกไปทำกิจกรรมอย่างอื่น และทำความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้งานอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนที่ปัจจุบันนี้สามารถเป็นเจ้าของได้ง่าย และเกือบทุกคนมีไว้ใช้ในการติดต่อสื่อสารกันทั้งภายในครอบครัวกับบุคคลภายนอก"

นายเลิศปัญญา ยังได้กล่าวถึงการเล่นพนันฟุตบอลโลกผ่าน Social Media และสื่อออนไลน์ หรือสถานที่รับแทงพนันฟุตบอลโลก ว่า ในช่วงของการแข่งขันฟุตบอลโลก ปัญหา ด้านการเล่นการพนันเป็นเรื่องที่ยากต่อการควบคุม อันเป็นผลจากการเข้าถึง Social Media สื่อออนไลน์โดยง่าย กว้างขวาง มิใช่เฉพาะในชุมชนเมืองเท่านั้น แต่ทุกคนสามารถ เล่นการพนันฟุตบอลโลกได้ง่ายผ่าน Social Media สื่อออนไลน์ดังกล่าว ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ สค. ตระหนักถึงความเสี่ยงต่อครอบครัวที่อาจเกิดขึ้นจากการที่สมาชิกของครอบครัวอาจพลั้งเผลอหรือหลงผิดไปพัวพันกับการพนันฟุตบอลโลก จึงได้จัดทำป้ายโปสเตอร์รณรงค์ป้องกันการพนัน ช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลกปลอดการพนัน ณ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและสถาบันครอบครัวทั้ง 8 แห่ง ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดของ สค. ตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ลำปาง ลำพูน ขอนแก่น ศรีสะเกษ นนทบุรี ชลบุรี และสงขลา ด้วยข้อความว่า "ครอบครัวไทยร่วมใจ ห่างไกลการพนันฟุตบอลโลก" ด้วยความปรารถนาดีจากกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งข้อความดังกล่าว แต่ละศูนย์สามารถปรับเป็นภาษาพื้นเมืองที่ศูนย์ตั้งอยู่ได้ โดยคงความหมายข้อความดังกล่าวไว้ เพื่อให้คนในพื้นที่อ่านแล้วสามารถเข้าใจได้ง่ายขึ้น

"เมื่อการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกเป็นสิ่งที่สมาชิกในครอบครัวส่วนใหญ่ให้ความสนใจ ต่างก็ตั้งหน้าตั้งตารอคอย รับชมช่วงเวลาที่มีการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก ครอบครัวก็ควรถือโอกาสนี้ นัดหมายสมาชิกในครอบครัวมาเชียร์การแข่งขันฟุตบอลโลกร่วมกัน เพื่อความสนุกสนานของการรับชม แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ถึงเทคนิค ท่าทาง และลีลาการดวลแข้งของนักเตะที่ตัวเองชื่นชอบ พร้อมทั้งเฝ้าสังเกตท่าทาง และพฤติกรรมของสมาชิกในครอบครัว โดยเฉพาะบุตรหลาน ที่เป็นเด็กและเยาวชนด้วยว่ามีความมุ่งมั่นและแสดงความผิดหวังในกรณีที่ทีมที่ตัวเองเฝ้าเชียร์พ่ายแพ้ ถ้าหากแสดงความผิดหวังและมีสีหน้าวิตกกังวล กระสับกระส่าย พร้อมทั้ง มีการจับโทรศัพท์สมาร์ทโฟนขึ้นดูอยู่เป็นระยะ หรือมีการโทรศัพท์พูดคุยกับผู้อื่นที่เป็นลักษณะเสี่ยงทายหรือมีการพนันเข้ามาเกี่ยวข้อง ครอบครัวก็ต้องพูดคุย และทำความเข้าใจกับสมาชิกในครอบครัวถึงปัญหาที่อาจจะตามมา อันมีสาเหตุมาจากการพนัน ได้แก่ ภาวะหนี้สิน ทำให้เกิดความเครียด หาทางออกด้วยการลักขโมย หรือหงุดหงิดควบคุมอารมณ์ไม่ได้และสร้างความรุนแรงในครอบครัวได้"

นายเลิศปัญญา กล่าวถึงผลเสียต่อการเล่นพนันฟุตบอลว่า การเล่นการพนัน โดยเฉพาะการพนันฟุตบอล อาจจะส่งผลกระทบต่อสถาบันครอบครัวได้ ซึ่งการพนันนั้นเป็นสิ่งที่ทราบกันอยู่แล้วว่าสามารถทำให้เสียสุขภาพจิต ลุ่มหลง มัวเมา กระตุ้นให้เกิดความอยากเล่นให้สูงขึ้น ควบคุมตัวเองได้ยาก ทำให้เสียสัมพันธภาพทั้งกับบุคคลภายในครอบครัว เพื่อนฝูง และผู้ร่วมงาน เสียทรัพย์สินเงินทอง และอาจก่อให้ เกิดปัญหาอาชญากรรมได้ เพราะผู้ที่ติดการพนัน มักจะหมกมุ่นอยู่กับการพนันและวิเคราะห์แนวโน้มฝ่ายแพ้ ฝ่ายชนะ โดยไม่สนใจประกอบกิจกรรมอื่นๆ ของชีวิต บ้างมีพฤติกรรม ลักขโมยเมื่อต้องเสียเงินจากการพนันมากๆ หงุดหงิดง่าย โมโหร้าย อาจถึงขั้นทำร้ายตัวเองหรือบุคคลใกล้ชิดได้"

อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กล่าวในตอนท้ายว่า กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว มุ่งขับเคลื่อน และพัฒนาสถาบันครอบครัวให้มีความเข้มแข็ง มีศักยภาพ และสัมพันธภาพที่ดี โดยการส่งเสริมให้สมาชิกของครอบครัว มีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง มีสุขภาวะที่ดี มีคุณธรรม จริยธรรม สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้ พร้อมกับมีหลักประกัน ความมั่นคง และสวัสดิการขั้นพื้นฐานในด้านต่างๆ อาทิ สุขภาพ การศึกษา การงานอาชีพ รายได้ ที่อยู่อาศัย สภาพแวดล้อม ชีวิต ครอบครัวชุมชน คมนาคม การสื่อสาร ตลอดจน มีกลไกและเครือข่ายการทำงานด้านครอบครัวทุกระดับ ที่สามารถเชื่อมโยงและบูรณาการนโยบายไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม และให้ครอบครัวรู้เท่าทันสื่อ และใช้สื่อเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการเรียนรู้และการพัฒนาครอบครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย