เอ็มเคต่อยอดโลจิสติกส์ ร่วมทุนเซนโคฯญี่ปุ่นลงทุน1,500ล้านรับอี-คอมเมิร์ซไทยโตเร็ว

  • วันที่ 01 มิ.ย. 2561 เวลา 05:44 น.

เอ็มเคต่อยอดโลจิสติกส์ ร่วมทุนเซนโคฯญี่ปุ่นลงทุน1,500ล้านรับอี-คอมเมิร์ซไทยโตเร็ว

เอ็มเค ผนึกเซนโคยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น บุกธุรกิจโลจิสติกส์ครบวงจร เจาะกลุ่มบีทูบี หวังรายได้ปีละ ไม่ต่ำกว่า 1,800 ล้าน

นายสมชาย หาญจิตต์เกษม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป เปิดเผยว่า บริษัทจับมือร่วมกับบริษัท เซนโค กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ผู้ ดำเนินธุรกิจโลจิสติกส์จากประเทศญี่ปุ่น จัดตั้งบริษัท เอ็ม-เซนโค โลจิสติกส์ ถือหุ้นสัดส่วนฝ่ายละ 50% เพื่อรุกธุรกิจบริการโลจิสติกส์ ได้แก่ 1.การให้บริการคลังสินค้า 2.การขนส่ง 3.บริการนำเข้า-ส่งออกสินค้า และ 4.การซื้อขายสินค้า เน้นไปที่การขนส่งสินค้าแบบเย็นอย่างครบวงจร

ทั้งนี้ การรุกธุรกิจโลจิสติกส์ เนื่องจากธุรกิจอี-คอมเมิร์ซเติบโตอย่างรวดเร็ว ในอนาคตวิธีการจับจ่ายสินค้าต่างๆ ของ ผู้บริโภคจะอยู่ในออนไลน์มากขึ้น บริษัทเองก็มองโอกาสขยายเติบโตและต่อยอด ธุรกิจ สำหรับลงทุนในการขยายธุรกิจโลจิสติกส์ 1,500 ล้านบาท เฟสแรกจะใช้ลงทุนเพื่อสร้างคลังจัดเก็บสินค้าแบบเย็น 1,000 ล้านบาท และอีก 300 ล้านบาท จะเป็นเรื่องของรถจัดส่งและห้องเย็น

ขณะที่เหลืออีก 200 ล้านบาท คาดจะใช้ลงทุนได้ปลายปีนี้ โดยจะเป็นการลงทุนในส่วนคลังสินค้าแห้ง และจะเริ่มดำเนินงานอีก 14 เดือนข้างหน้า มุ่งเจาะกลุ่มบีทูบีก่อนเป็นหลัก ทั้งธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่เกี่ยวเนื่องกับเอ็มเค รวมถึงนันฟู้ดส์ มองว่าในช่วง 2-3 ปีแรกจะบริการให้กับเอ็มเคในสัดส่วน 50% หลังจากนั้นหากมีลูกค้ากลุ่มใหม่เข้ามาสัดส่วนบริการจะลดลงเหลือ 25%

"บริษัท เซนโค กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ เป็นผู้ ดำเนินธุรกิจโลจิสติกส์ใหญ่อันดับ 2 ในญี่ปุ่น มีจุดแข็งและองค์ความรู้เกี่ยวกับบริการ โลจิสติกส์แบบห้องเย็นเพื่อส่งสินค้า มีธุรกิจในสหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ จีน ขณะที่ญี่ปุ่นมีเครือข่ายศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่ 500 แห่งทั่วประเทศ มีรายได้กว่า 1.03 แสนล้านบาท ซึ่งรายได้กว่า 70% มาจากโลจิสติกส์ และ 30% เป็นนันโลจิสติกส์ โดยลูกค้า อาทิ ดองกิโฮเต้ อิออน" นายสมชาย กล่าว

สำหรับจุดแข็งเอ็มเค เป็นผู้นำธุรกิจอาหารที่มีคุณภาพและการบริการดี มีความสามารถในการจัดหาวัตถุดิบท้องถิ่น ส่วนทางเซนโคฯ เป็นบริษัทที่ชำนาญด้านการจัดหาวัตถุดิบจากต่างประเทศ นำเข้า-ส่งออก การจำหน่ายสินค้า มีฐานลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ จึงช่วยต่อยอดธุรกิจคาดว่าปี 2562 มากกว่า 800 ล้านบาท และเมื่อเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบใน 3 ปี จะดันรายได้ให้โตปีละไม่ต่ำกว่า 1,800 ล้านบาท

ข่าวอื่นๆ