พาณิชย์ช่วยเกษตรกรใช้ประโยชน์ค้าเสรี

วันที่ 28 มี.ค. 2561 เวลา 22:00 น.
พาณิชย์ช่วยเกษตรกรใช้ประโยชน์ค้าเสรี
“พาณิชย์” จับมือสภาเกษตรกรแห่งชาติลงพื้นที่ช่วยเกษตรกรใช้ประโยชน์ค้าเสรีเป็นผู้ส่งออกผลไม้แทนการปลูกขายอย่างเดียว

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมจะร่วมมือกับสภาเกษตรกรแห่งชาติลงพื้นที่ไปยังจังหวัดที่เป็นแหล่งเพาะปลูกผลไม้สำคัญของประเทศ เช่น เชียงใหม่ จันทบุรี และยะลา เพื่อให้ความรู้แก่เกษตรกรผู้ผลิตผลไม้ของไทยใช้ประโยชน์จากการข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ที่ไทยทำกับประเทศต่างๆ เพราะขณะนี้เอฟทีเอกรอบต่างๆ ส่วนใหญ่ได้ลดภาษีในกลุ่มผลไม้ลงเหลือ 0% แล้ว จึงเป็นโอกาสที่เกษตรกรจะใช้เอฟทีเอในการส่งออกผลไม้ออกไปจำหน่ายในตลาดต่างประเทศ โดยกำหนดลงพื้นที่เดือนเม.ย.-พ.ค. 2561

"ปกติเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ ส่วนใหญ่จะปลูกแล้วก็ขายผลผลิตให้กับพ่อค้า แต่ปัจจุบันเริ่มมีเกษตรกรหลายกลุ่มที่ได้รวมตัวกันหันมาทำตลาดเอง ซึ่งกรมจะเข้าไปให้ความรู้และแนะนำการใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอในการส่งออก โดยจะพาทีมผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆเข้าไปให้คำแนะนำ หรือการขอแบบฟอร์มส่งออกต้องทำยังไง เราจะไปช่วยสอน ช่วยแนะนำให้ทั้งหมด แล้วทำให้เกษตรกรส่งออกให้ได้"นางอรมน กล่าว

ทั้งนี้ กรมยังมีแผนที่จะลงพื้นที่ไปรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากเกษตรกรในกลุ่มต่างๆ  เพื่อนำมาประกอบท่าทีการเจรจาการค้าเสรี ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการเตรียมการจัดทำข้อมูลเพื่อเจรจาเอฟทีเอไทย-อียู และการพิจารณาเข้าร่วมข้อตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) หรือ TPP เดิม โดยการลงพื้นที่จะทำให้กรมทราบข้อมูลที่แท้จริงจากเกษตรกรในการกำหนดยุทธศาสตร์การเจรจา

นางอรมน กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ กรมได้ร่วมมือกับกรมปศุสัตว์และกรมวิชาการเกษตร ลงพื้นที่ติดตามการเตรียมความพร้อมของเกษตรกรและผู้ประกอบการใน 3  สินค้าเกษตรสำคัญแล้ว ได้แก่ กาแฟ โคเนื้อและโคนม โดยกาแฟลงพื้นที่จังหวัดเชียงรายและชุมพร โคเนื้อ ลงพื้นที่จังหวัดนครพนม และโคนม ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ สระบุรี และกาญจนบุรี ซึ่งผลการลงพื้นที่ พบว่า เกษตรกรเห็นความสำคัญของการยกระดับคุณภาพการผลิตสินค้า เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค และเกษตรกรยังได้มีการรวมกลุ่มกัน เพื่อสร้างความเข้มแข็ง และพร้อมที่จะพัฒนาไปเป็นผู้ประกอบการ ทั้งการค้าขายในประเทศและส่งออก โดยใช้ประโยชน์จากการค้าเสรี

“เกษตรกรส่วนใหญ่ไม่กลัวการเปิดเสรี เพราะได้มีการเตรียมความพร้อม โดยการพัฒนาคุณภาพ พัฒนาการผลิต และมีการพัฒนาตนเองไปเป็นผู้ประกอบการ และต้องการให้กระทรวงพาณิชย์สนับสนุนในด้านการทำธุรกิจ การทำตลาด ซึ่งได้ประสานกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเข้าไปช่วยเหลือในด้านการทำธุรกิจ การพัฒนาแฟรนไชส์ และประสานกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศช่วยเหลือในด้านการส่งออก ขณะที่กรมได้ชี้ช่องและแนะนำให้ใช้ประโยชน์จากการเปิดเสรี ในการส่งออก โดยเฉพาะตลาดอาเซียน ตลาดเพื่อนบ้าน และจีน เป็นต้น”นางอรมนกล่าว

นอกจากนี้ ยังได้ช่วยเตรียมความพร้อมรับมือการเปิดเสรีไทย-ออสเตรเลีย และไทย-นิวซีแลนด์ ที่จะมีการลดภาษีสินค้ากาแฟเหลือ 0% ในวันที่ 1 ม.ค.2563 หางนมเวย์ เนย ไขมันเนย เนยแข็ง และโคเนื้อ วันที่ 1 ม.ค.2564 และสินค้านมและครีม เครื่องดื่มประเภทนมและปรุงแต่ง และนมผงขาดมันเนย วันที่ 1 ม.ค.2568 เพื่อให้เกษตรกรและผู้ประกอบการเตรียมพร้อมรับการแข่งขัน ซึ่งจากการลงพื้นที่ พบว่า เกษตรกรและผู้ประกอบการมีความพร้อม และไม่กังวลที่จะมีการเปิดเสรี เพราะปัจจุบันสามารถผลิตสินค้าได้มีคุณภาพ เป็นที่ต้องการของตลาด และแข่งขันได้