"ออลล์ อินสไปร์" เผยกลเม็ดสร้างธุรกิจจากความรัก สานฝันคนอยากมีบ้าน

Sponsored Content
วันที่ 15 มี.ค. 2561 เวลา 14:17 น.
"ออลล์ อินสไปร์" เผยกลเม็ดสร้างธุรกิจจากความรัก สานฝันคนอยากมีบ้าน
 

ในระยะหลังมานี้ ชื่อของบริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เริ่มเป็นที่คุ้นตาและคุ้นหูในฐานะบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์น้องใหม่มาแรงที่มีอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดด ทั้งๆ ที่เพิ่งจะเปิดดำเนินการมาเป็นเวลาเพียง 4 ปี การันตีด้วยรางวัล Rising Star of the Year 2018 รางวัลสำหรับผู้นำและองค์กรที่มีความโดดเด่น มียอดขายและกำไรเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากเวทีการประกาศรางวัล Thailand Top Company Awards 2018 ที่จัดโดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ร่วมกับ บมจ. เออาร์ไอพี (ARIP) อะไรคือสิ่งที่ส่งให้ ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ซึ่งมีทุนเริ่มต้นแค่ 1 แสน กลายมาเป็นบริษัทที่คาดว่าจะมียอดขายพุ่งกว่า 10,000 ล้านบาทในปัจจุบัน และกำลังเตรียมเสนอขายหุ้นไอพีโอ (IPO) ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในปีนี้ คุณธนากร ธนวริทธิ์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ บริษัท ออลล์อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) มีคำตอบ

เริ่มต้นจากความขาดแคลน แต่ร่ำรวยด้วยประสบการณ์

"ชีวิตผมเริ่มจากศูนย์ก็ว่าได้ ผมเป็นเพียงคนธรรมดาที่ต้องดิ้นรนเพื่อปากท้อง เคยมีประสบการณ์ถึงขนาดว่าไม่มีข้าวกิน แต่ความยากลำบากก็กลายเป็นแรงผลักดันให้ผมพัฒนาตัวเองด้วยการเรียนและหาประสบการณ์จากการทำงาน ผมโชคดีที่มีโอกาสได้ทำงานกับผู้บริหารของบริษัทชั้นนำหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นสายธุรกิจ F&B ธุรกิจค้าปลีก หรือโทรคมนาคม ซึ่งในแต่ละที่ผมได้เรียนรู้โดยการลงมือปฏิบัติงานในหลายหน้าที่ ทำให้ผมได้สั่งสมประสบการณ์การทำงานทั้งด้านการตลาด การสร้างแบรนด์ การเงิน การก่อสร้าง การทำธุรกิจค้าปลีก การวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าและอีกมากมาย ซึ่งทั้งหมดกลายมาเป็นองค์ความรู้และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ในการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน

หลังจากที่ผ่านการทำงานมาหลายที่ เมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้ว ผมเริ่มคิดว่าเราควรจะมีแหล่งรายได้ไว้เลี้ยงตัวหลังเกษียณ ก็เลยเริ่มลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมเพื่อปล่อยให้เช่า ระหว่างนั้นผมก็เก็บรายละเอียดทั้งข้อดี ข้อด้อยของโครงการแต่ละแห่งมาตลอด ประกอบกับมีความฝันส่วนตัวว่าจะหาบ้านที่ดีที่สุดสำหรับตนเองด้วย ในตอนนั้น ผมอยากได้บ้านในเมือง แต่ราคาก็สูงเกินงบประมาณ จึงต้องไปหาทำเลที่ไกลจากเมืองออกไป ซึ่งราคาจะลดลงตามไปด้วย ผมก็คิดว่าทำไมเราถึงไม่มีบ้านในเมืองในราคาที่จับต้องได้บ้าง และนี่คือแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้ผมคิดจะสร้างคอนโดมิเนียมเอง เพื่อเป็นที่พักอาศัยในเขตเมืองที่แวดล้อมไปด้วยความสะดวกสบาย ที่สำคัญคือมนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ่สามารถเป็นเจ้าของได้ ก็เลยเป็นที่มาของบริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ในวันนี้ครับ"

ฉีกกฎการทำธุรกิจอสังหาฯ

จากความฝันส่วนตัวที่จะหาบ้านที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของตนเองมากที่สุด คุณธนากรจึงใช้ประสบการณ์ส่วนตัวเป็นพื้นฐานในการสร้างที่พักอาศัยที่คำนึงถึงความต้องการของลูกค้ามาเป็นอันดับแรก ซึ่งต่างจากบริษัทอสังหาฯ ทั่วไปที่มักใช้เม็ดเงินที่ต้องลงทุนและผลกำไรที่จะได้รับเป็นที่ตั้ง

"การทำธุรกิจของเราแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง เราทำธุรกิจอสังหาฯ แบบการทำ 'คอนซูมเมอร์ โปรดักส์' โดยยึดอุปสงค์ของลูกค้าเป็นหลัก และพิจารณาถึงวิถีการใช้ชีวิตประจำวันของลูกค้าในการดีไซน์ฟังก์ชันของห้องและสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรวมของโครงการ รวมถึงการแก้ปัญหาของที่พักอาศัยแบบคอนโดมิเนียมตามประสบการณ์ตรงของผมเอง

สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การหาทำเลที่ตั้งที่เหมาะสม บริษัทอื่นอาจจะนำเสนอจุดเด่นว่าติดรถไฟฟ้า ซึ่งราคาก็สูงตามไปด้วย สำหรับออลล์ อินสไปร์ เราจะไม่ไปแย่งชิงพื้นที่เหล่านั้นที่บริษัทรายใหญ่เข้าถึงเกือบหมดแล้ว แต่เราจะหาทำเลที่มีอุปสงค์ของลูกค้าสูงมากกว่า กล่าวคือ เราจะหาทำเลที่เป็นแหล่งชุมชนหนาแน่น เป็นแหล่งงาน ที่มีการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนตลอดเวลา โดยมีตัวชี้วัดคือ ร้านสะดวกซื้อ ปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่ และพื้นที่ที่มีเส้นทางเข้าออกได้หลายทางซึ่งสามารถเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้อย่างรวดเร็ว แม้จะไม่ใช่ที่ดินติดถนนใหญ่ แต่เป็นแหล่งชุมชนที่มีการเคลื่อนไหวตลอด 24 ชั่วโมง ตลอดทั้งปี ซึ่งจะมีลูกค้ารายใหม่เข้ามาเติมตลอด และด้วยราคาที่ดินที่ไม่สูงเท่าทำเลติดถนนใหญ่ เราจึงสามารถทำราคาได้ต่ำกว่าโครงการอื่นในตลาดระดับเดียวกันและในพื้นที่เดียวกัน โดยที่ยังสามารถมอบสิ่งที่ลูกค้าต้องการได้มากกว่า สิ่งนี้ถือเป็นจุดแข็งของเราครับ"

สร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้า

สำหรับบริษัทหน้าใหม่ในวงการ การสร้างแบรนด์และการจดจำในกลุ่มลูกค้าถือเป็นสิ่งท้าทายอย่างยิ่ง แต่คุณธนากรกลับบอกว่าไม่ได้มีกลยุทธ์ซับซ้อนอะไรมาก นอกจากความเข้าใจลูกค้า และที่สำคัญต้องใจถึงเท่านั้นเอง

"ผมสามารถพูดได้ว่า โครงการของเรามอบสิ่งที่เหนือกว่าความคาดหวังของลูกค้าในราคาที่จ่ายได้ ถ้าเปรียบเทียบกับที่อื่นในทำเลเดียวกันและช่วงราคาเดียวกัน กล่าวคือในราคาเท่านี้ ซึ่งอาจไม่สูงเท่าคอนโดมิเนียมในอีกระดับ แต่ลูกค้าของเราสามารถสัมผัสประสบการณ์ระดับพรีเมียมเทียบเท่าลูกค้าของคอนโดฯ ระดับพรีเมียม ยกตัวอย่างเช่น เรามีบริการเลาจน์ที่สยามพารากอน เรามีกิจกรรมเวิร์กชอปต่างๆ ให้ลูกบ้านเข้าร่วม หรือการจัดคอนเสิร์ตและกิจกรรมบันเทิงอื่นๆ ในส่วนของที่พักอาศัยนั้น เราก็ให้ความสำคัญกับดีไซน์ที่ดูดีมีสไตล์ มีสิ่งอำนวยความสะดวก และระบบรักษาความปลอดภัยครบครัน ให้ลูกค้าสามารถภูมิใจได้ว่าแม้จะมีงบประมาณจำกัด แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือประสบการณ์สุดพิเศษ เรายินดีที่จะลงทุนเต็มที่เพื่อสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้า และลูกค้าเหล่านี้ก็จะนำประสบการณ์ที่ได้รับบอกต่อไปในวงกว้าง ซึ่งผมถือว่าเป็นการสร้างแบรนด์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด"

ไม่น่าแปลกใจเลยว่าโครงการภายใต้แบรนด์ The Excel สร้างปรากฏการณ์ขายหมดอย่างรวดเร็ว และบริษัทฯ ยังเปิดโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดนี้ก็มาจากการตอบรับจากลูกค้าอย่างล้นหลามนั่นเอง

"เคยมีผู้กล่าวว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ถึงจุดอิ่มตัวแล้ว แต่ผมเชื่อว่ายังมีช่องทางการเติบโตอยู่ นั่นคือ ความมุ่งมั่น ความตั้งใจ การเจาะลึกถึงความต้องการของลูกค้าอย่าง แท้จริงมากกว่าการพิจารณาเรื่องทุนและกำไรเท่านั้น ถ้าเราเข้าใจ สนองความต้องการของลูกค้าอย่างจริงใจ และสามารถ สร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าได้ ผมว่านั่นคือกุญแจแห่งความสำเร็จ" คุณธนากรกล่าวทิ้งท้าย

ปัจจุบัน บริษัทฯ เปิดตัวแบรนด์คอนโดมิเนียมไปแล้วทั้งหมด 3 แบรนด์ ได้แก่ The Excel, Rise และImpression ครอบคลุมพื้นที่ย่านสุขุมวิท พระโขนง แบริ่ง รัชดา และห้วยขวาง และกำลังขยายธุรกิจไปยังที่พักอาศัยแนวราบในรูปแบบของทาวน์โฮมภายใต้ชื่อโครงการ The Vision ซึ่งกำลังจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการเร็วๆ นี้

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการจาก บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) โทร. 0 2029 9999