100 ปีพานาโซนิค เดินหน้าสู่ยุคไอโอที

  • วันที่ 08 มี.ค. 2561 เวลา 06:07 น.

100 ปีพานาโซนิค เดินหน้าสู่ยุคไอโอที

โดย...โชคชัย สีนิลแท้

จากต้นกำเนิดการเป็นผู้ผลิตขั้วหลอดไฟ ซึ่งถือว่าธุรกิจแรกที่เริ่มเมื่อ 100 ปี ก่อนจนมาถึงวันนี้ พานาโซนิคไม่ได้หยุดแค่การพัฒนาเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยได้กระจายการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ซึ่งจะช่วยสร้างการเติบโตอย่างมากในอนาคต

เทะซึโระ ฮอมมา เจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส ประธานกรรมการบริหาร เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน บริษัท พานาโซนิค คอร์เปอเรชั่น กล่าวว่า การเติบโตของบริษัทจะไม่หยุดแค่ธุรกิจผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกต่อไป ซึ่งการผลิตสินค้านั้นจะต้องมาจากความต้องการของผู้บริโภคเพื่อพัฒนาให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี การพัฒนาฟังก์ชั่น หรือประโยชน์การใช้สอยใหม่ๆ เพื่อผลักดันให้บริษัทมีกำไรเติบโตขึ้นไม่ต่ำกว่า 7-10% ต่อปี ที่จะต้องมากับความน่าเชื่อถือเพื่อให้ทันกับการแข่งขันที่นับวันจะทวีความรุนแรงขึ้น จึงต้องพัฒนาสินค้ารวมไปถึงกลยุทธ์การทำตลาดใหม่ๆ

ทั้งนี้ ในธุรกิจเครื่องปรับอากาศ บริษัทให้ความสำคัญกับการสื่อสาร ในรูปแบบอีโค โซลูชั่น คัมปานี โดย เฉพาะอินดอร์  แอร์ ควอลิตี้ (Indoor Air Quality) IAQ เนื่องจากชีวิตประจำวันของคนต้องเกี่ยวของกับอากาศและนับวันมลพิษทางอากาศจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการใช้เครื่องปรับอากาศอาจทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น จึงต้องนำเทคโนโลยีมาใช้ไม่ว่าจะเป็นการประหยัดพลังงาน และทำอย่างไร เพื่อให้คุณภาพชีวิตผู้บริโภคดีขึ้น

สำหรับธุรกิจเครื่องปรับอากาศนั้นเติบโตสูงโดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน อย่างอินโดนีเซียยอดขายของบริษัทมีการเติบโตเป็นอันดับหนึ่ง อันดับสองเป็นมาเลเซีย อันดับสามเวียดนาม อันดับสี่ฟิลิปปินส์และอันดับห้าคือไทย

"การพัฒนาสินค้านั้น บริษัทได้มีการร่วมมือกับสถาบันการศึกษาแต่ละประเทศให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศในแต่ละประเทศ ความต้องการใช้งานของกลุ่มลูกค้า รวมไปถึงโปรดักต์ของสินค้าที่มีความหลากหลาย ไม่ได้มุ่งเฉพาะกลุ่มลูกค้าระดับบน ซึ่งสินค้ากลุ่มดังกล่าวบริษัทพัฒนามานาน 60 ปี แม้ว่าปัจจุบันสัดส่วนยอดขายสินค้าในกลุ่มยานยนต์จะเพิ่มสูงขึ้นก็ตาม แต่ก็เป็นสินค้าที่มีความสำคัญกับการใช้ชีวิตของคน" ฮอมมา กล่าว

ปัจจุบันบริษัท พัฒนาสินค้า 4 กลุ่ม ธุรกิจประกอบด้วย 1.เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน 2.การก่อสร้างบ้านและคอนโดมิเนียม 3.ยานยนต์ 4.ธุรกิจที่เจาะลูกค้าองค์กร หรือ B2B โดยรายได้ของบริษัทรวมทั่วโลกจำนวน 7,343.7 ล้านล้านเยน เมื่อปี 2560 ซึ่งยอดขายหลักนั้นมาจากธุรกิจยานยนต์สัดส่วน 31% ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน 29% ธุรกิจบ้านและคอนโด 19% ธุรกิจที่มุ่งกลุ่มลูกค้าองค์กร (B2B) 13% และยอดขายอื่นๆ อีก 8%

นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกับบริษัท BeeEdge ซึ่งร่วมทุนกับ Scrum Ventures ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพในซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา เตรียมพัฒนาทางด้านระบบอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ๆ เพื่อสร้างประสบการณ์สำหรับผู้บริโภครุ่นใหม่ ขณะเดียวกันยังร่วมกับ NTT DOCOMO เพื่อสร้างแบบจำลองทางธุรกิจและพัฒนาและตรวจสอบเทคโนโลยี เพื่อสร้างเครื่องใช้ภายในที่ใช้ Internet of Things (IoT) โดยใช้ Low Power Wide หรือ (LPWA) เทคโนโลยี ซึ่งเป็นเทคโนโลยีไร้สายที่เหมาะกับเครื่องใช้ภายในบ้านเริ่มทดลองใช้เครื่องใช้ภายในบ้านที่ใช้ LPWA จำนวน 1,000 ชุด ซึ่งติดตั้งในโตเกียว โอซากาและจังหวัดชิงะ ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของโอซากา โดยสามารถเชื่อมต่อกับบริการคลาวด์ผ่านทางสมาร์ทโฟนหรืออินเทอร์เน็ตได้ทันที

เหล่านี้คือการปรับตัวครั้งใหญ่ของพานาโซนิคที่มุ่งทางด้านนวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่เทคโนโลยีไอทีเข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้น

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ