สั่งสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาฯระงับจ่ายปันผล750ล้าน ให้เคลียร์ข้อบกพร่องใน7วัน

วันที่ 28 ก.พ. 2561 เวลา 18:13 น.
สั่งสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาฯระงับจ่ายปันผล750ล้าน ให้เคลียร์ข้อบกพร่องใน7วัน
อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์สั่งสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาฯระงับจ่ายปันผล 750 ล้านบาท ให้เวลา 7 วัน แก้ไขข้อบกพร่องด้านบัญชี

นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่ากรมในฐานะนายทะเบียน ได้มีคำสั่งให้สหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระงับจ่ายเงินปันผล และเงินเฉลี่ยคืนสมาชิก 750 ล้านบาท โดยให้เร่งรัดแก้ไขข้อบกพร่องโดยด่วน ใน 2 ประเด็นตามคำสั่งนายทะเบียนก่อน หลังปรากฏข้อเท็จจริงจากรายงานของผู้สอบบัญชีในการตรวจงบการเงินของสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาฯ อย่างมีเงื่อนไข  ซึ่งจะมีผลต่อกำไรสุทธิของสหกรณ์ เนื่องจากพบว่าหากมีการดำเนินการทางบัญชีถูกต้องกำไรอาจลดลงและทำให้การปันผลสะท้อนผลประกอบการที่แท้จริง โดยให้ดำเนินการแก้ไขภายใน 7 วัน

โดยสองกรณีคือ กรณีเงินฝากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนมงคลเศรษฐี จำกัด ซึ่งคณะกรรมการดำเนินการยืนยันข้อเท็จจริงว่า คณะกรรมการประเมินราคาหุ้นของกรมบังคับคดีได้ประเมินราคาหุ้น บริษัท สหประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เพื่อกำหนดราคาขายทอดตลาด เป็นเงิน 145  ล้านบาท และยืนยันว่าไม่มีเจ้าหนี้รายใดขอเฉลี่ยเงินดังกล่าว ผู้สอบบัญชีไม่พบหลักฐานจากคณะกรรมการประเมินราคาหุ้นของกรมบังคับคดี และหลักฐานอื่นที่รับรองได้ว่า เมื่อมีการขายทอดตลาดแล้ว จะไม่มีเจ้าหนี้ตามคำพิพากษารายอื่น หรือมีผู้ใช้สิทธิทางศาลเข้ามาในคดีเพื่อขอเฉลี่ยทรัพย์ในชั้นบังคับคดี

รวมทั้งกรณีเงินฝากสหกรณ์เคหะสถานนพเก้ารวมใจ จำกัด คณะกรรมการดำเนินการยืนยันข้อเท็จจริงว่า มีเจ้าพนักงานที่ดินได้ประเมินราคาที่ดินที่สหกรณ์ฯ รับจำนองไว้ เป็นเงิน 432.22 ล้านบาท แต่ผู้สอบบัญชีตรวจพบว่า หลักฐานราคาประเมินที่ดินเมื่อเดือนมิ.ย.2560 มีมูลค่าเพียง 35.52 ล้านบาท ในขณะที่ราคาประเมินในเดือนม.ค.2561 มีการแสดงราคาประเมินใหม่ในที่ดินแปลงเดียวกันในราคาถึง 432.22 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่สูงกว่าราคาของผู้ประเมินอิสระภาคเอกชน ดังนั้น ผู้สอบบัญชีจึงมีข้อสงสัยถึงความถูกต้องของตัวเลขทั้ง 2 กรณี เนื่องจากจะมีผลต่อกำไรสุทธิ รวมทั้งยอดรวมทรัพย์สินและทุนของสหกรณ์ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560

“ในฐานะนายทะเบียนสหกรณ์พิจารณาเห็นว่า การที่ผู้สอบบัญชีแสดงความเห็นต่องบการเงินของสหกรณ์ฯ แบบมีเงื่อนไขในกรณีดังกล่าวนั้น  เห็นว่า ทำให้สหกรณ์ฯ มีข้อบกพร่องเกี่ยวกับการเงิน การบัญชี หรือกิจการหรือฐานะการเงินตามรายงานของผู้สอบบัญชี  จึงได้สั่งให้คณะกรรมการแก้ไขข้อบกพร่องดังกล่าว โดยให้นำเอกสารตามที่ผู้สอบบัญชีแจ้งเป็นเงื่อนไขไว้ไปมอบให้ผู้สอบบัญชี ภายใน 7 วัน และให้ระงับการที่ให้ที่ประชุมใหญ่อนุมัติจัดสรรกำไรหรือรับรองงบการเงินดังกล่าว จนกว่าจะได้ทำการแก้ไขแล้วเสร็จ ซึ่งทางที่ประชุมผู้ถือหุ้นฯรับทราบ แต่อขอนุมัติวงเงินไว้ และจะสามารถจ่ายได้จนกว่ากรมจะอนุมัติ ”นายพิเชษฐ์ กล่าว