บีเอ็มฯดันรถปลั๊กอินไฮบริดในไทย หลังยอดขายพุ่งอันดับ 3 ของโลก

  • วันที่ 12 ก.พ. 2561 เวลา 18:39 น.

บีเอ็มฯดันรถปลั๊กอินไฮบริดในไทย หลังยอดขายพุ่งอันดับ 3 ของโลก

บีเอ็มดับเบิลยู ตั้งเป้าขายรถปลั๊กอินไฮบริดในไทยโตเท่าตัว หลังไทยยอดขายพุ่งอันดับ 3 ของโลก

นายลาร์ส นีลเซ่น ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เปิดเผยว่า ปี 2561 บริษัทตั้งเป้ายอดขายรถยนต์ ปลั๊กอินไฮบริด (พีเอชอีวี) อยู่ที่ 30% ของยอดขายรวมบริษัท โดยปี 2560 สัดส่วนยอดขายปลั๊กอินไฮบริดอยู่ที่ 15% ของยอดขายรวม

ทั้งนี้ การเติบโตดังกล่าวจะมาจากการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มปลั๊กอินไฮบริดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปัจจุบันมีการทำตลาดอยู่ที่ 4 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ ซีรี่ส์ 3 ซีรี่ส์  5 ซีรี่ส์ 7 และเอ็กซ์-5 รวมถึงการทำกิจกรรมในการสร้างการรับรู้แบรนด์และความเข้าใจในผลิตภัณฑ์กลุ่มดังกล่าว

ปัจจุบันรถยนต์กลุ่มปลั๊กอินไฮบริดของบีเอ็มฯ ในประเทศไทยมียอดขายสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก เมื่อเทียบกับรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดของบีเอ็มฯ ในประเทศอื่นๆ

“เมื่อเทียบราคาจำหน่ายรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดกับรถยนต์สันดาบภายในของประเทศอื่นๆ รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดจะมีราคาสูงกว่า ในขณะที่ประเทศไทยราคาจำหน่ายของทั้งสองเทคโนโลยีมีความใกล้เคียงกัน” นายนีลเซ่น กล่าว

อย่างไรก็ตาม แผนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์กลุ่มปลั๊กอินไฮบริดของแบรนด์มินิในประเทศไทย ที่เดิมวางแผนจะเปิดตัวภายในปี 2561 นี้ อาจมีการเปลี่ยนแปลงออกไปจากเดิม เนื่องจากทิศทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบีเอ็มฯ ในระดับโลกอาจก้าวข้ามไปยังเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) จึงต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงอย่างใกล้ชิด ส่วนแผนการตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่ในประเทศไทยเพื่อรองรับการประกอบรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดยังคงเดินตามแผนเดิมที่วางไว้

สำหรับภาพรวมตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียมปี 2561 คาดว่ายังมีโอกาสเติบโตจากปีก่อนที่ตลาดรวมอยู่ที่ 2.6 หมื่นคัน หรือเติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้า 27% ซึ่งการเติบโตในปีนี้คาดว่าจะมาจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่กระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภครวมถึงปัจจัยบวกจากเศรษฐกิจและการลงทุนในประเทศ

ขณะที่ปี 2560 บริษัทมียอดขายรวมทั้ง บีเอ็มฯและมินิ อยู่ที่ 11,030 คัน เติบโตขึ้น 39% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แบ่งเป็น บีเอ็มฯ 10,020 คัน ซึ่งในจำนวนดังกล่าวกลุ่มรถยนต์บีเอ็มฯ ที่สร้างยอดขายหลักคือ กลุ่มปลั๊กอินไฮบริดที่มีอัตราเติบโต 269% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และมินิ 1,010 คัน ส่วนบีเอ็มฯ มอเตอร์ราด มียอดขายอยู่ที่ 2,001 คัน เติบโต 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ข่าวอื่นๆ