เลิกไอ-โมบาย ปรับเป็นดิจิทัลรุก

วันที่ 03 ต.ค. 2560 เวลา 06:12 น.
เลิกไอ-โมบาย ปรับเป็นดิจิทัลรุก
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

หลังประสบปัญหาอย่างหนักกับ กลุ่มธุรกิจสมาร์ทโฟนที่แข่งดุจนกลุ่มสามารถคอร์ปอเรชั่นต้องยอมถอย และมองไปข้างหน้ากับเทรนด์ดิจิทัลที่โตเร็วจนต้องปรับตัวให้ทัน

วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถ คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า เพื่อไม่ให้กระทบ กับธุรกิจทั้งกลุ่ม หากอะไรไม่ไหวก็ต้องปล่อย ซึ่งธุรกิจไอทีเปลี่ยนตัวเร็วถ้าดึงดันไม่พร้อมปรับย่อมกระทบกับ ภาพรวมของธุรกิจแน่

ทั้งนี้ การเปลี่ยนชื่อจากบริษัท สามารถ ไอ-โมบาย (SIM) มาเป็นบริษัท สามารถ ดิจิตอล (SDC) เพื่อรุกธุรกิจดิจิทัลเต็มสูบเปลี่ยนตัวเอง สู่การเป็นดิจิทัลไลฟ์ โดยแบ่ง โครงสร้างธุรกิจเป็น 5 สาย เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการสร้างรายได้ประจำมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมรายได้ปีนี้จะไม่ถึง 2 หมื่นล้านบาท ตาม ที่ตั้งเป้าเพราะเจอผลกระทบช่วงไตรมาส 2 ของปี แต่รายได้จากธุรกิจอื่นๆ ก็ช่วยประคองรายได้ของบริษัทให้ไม่แย่เท่ากับปี 2540 และตั้งเป้า ให้ทุกธุรกิจอยู่ที่ 30% ซึ่งปิดปีนี้คิดว่าน่าจะทำได้เฉลี่ยกันไป รวมทั้งมั่นใจว่าธุรกิจใหม่จะเป็นโอกาสที่สำคัญ

ด้านโอกาสทางรายได้ที่ชัดเจนแล้วคือ การได้เซ็นสัญญาโครงการติดตั้งอุปกรณ์โครงข่ายวิทยุคมนาคมระบบดิจิทัล (DTRS : Digital Trunked Radio System) ในนามเอสไอเอสซี คอนซอร์เตียม กับบริษัท กสท โทรคมนาคม หรือ CAT สร้างสถานีฐาน 1,000 แห่ง มูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาท โดยบริษัทลงทุนกว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อให้รองรับการ ใช้งานได้เพียงพอ

สำหรับลูกค้าหลักของบริษัท ยังเป็นหน่วยงานรัฐโดยกลุ่มใหญ่ คือความปลอดภัยในการสื่อสารคาดช่วง 2-3 ปีแรก จะสร้างรายได้ประมาณ 3,000 ล้านบาท จากการขายเครื่องลูกข่าย 1-1.5 แสนเครื่องในปีแรก และทำตลาดโครงข่ายเฉพาะ (Private Network) รวมถึงให้บริการข้อมูล แบบดิจิทัลครบวงจร

นอกจากนี้ ยังติดตั้งเสาสัญญาณร่วมในเขตอุทยานแห่งชาติ 2,000 ล้านบาท ที่จะชัดเจนในสิ้นปีนี้ ซึ่งเป็นรายได้ที่แน่นอน ส่วนธุรกิจคอนเทนต์จะปรับรูปแบบการใช้งานให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้ใช้งานมากขึ้น รวมทั้งสร้างรายได้จากผู้เข้าชมและการโฆษณาในปีหน้า

การปรับตัวครั้งใหญ่ของกลุ่ม สามารถฯ ครั้งนี้ ชี้ให้เห็นเลยว่าต่อให้อยู่ในแวดวงไอทีไม่ว่าใหญ่แค่ก็ต้องเปลี่ยนรับดิจิทัล