Work-Life Balance แบบฉบับของ "สมโภชน์ จันทร์สมบูรณ์" นักปั้นสตาร์ทอัพอันดับหนึ่งของไทย

  • วันที่ 20 ก.ย. 2560 เวลา 08:18 น.
  • Sponsored Content

Work-Life Balance แบบฉบับของ "สมโภชน์ จันทร์สมบูรณ์" นักปั้นสตาร์ทอัพอันดับหนึ่งของไทย

 

หากจะพูดถึงผู้นำในแวดวงสตาร์ทอัพไทยในตอนนี้ หลายคนคงต้องรู้จักชื่อเสียงเรียงนาม ของ คุณเหม็ง-สมโภชน์ จันทร์สมบูรณ์ Managing Director, dtac Accelerate จาก dtac คนนี้กันมาบ้างแล้ว ซึ่งในวันนี้เราได้มีโอกาสมาพูดคุยกับพี่ใหญ่ของน้องๆ วงการสตาร์ทอัพไทย ถึงแนวการทำงานที่พาธุรกิจสตาร์ทอัพให้เติบโตในแบบฉบับของเขาว่าเป็นอย่างไรบ้าง

คุณเหม็งเล่าถึงความเป็นมาของ dtac Accelerate ให้เราฟังว่า ที่นี่คือบ้านหลังเล็กๆ ของคนที่มีความฝันใหญ่ๆ เป็นบ้านหลังเล็กของสตาร์ทอัพไทยที่มีความฝันอยากเปลี่ยนแปลงประเทศไทย เปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ โดย dtac Accelerate เป็นบริษัทลูกของ dtacที่ทำหน้าที่เป็นผู้บ่มเพาะสตาร์ทอัพในโครงการให้เติบโตในธุรกิจได้ โดยสิ่งที่โครงการมีให้แก่สตาร์ทอัพที่เข้าร่วมนั้นเรียกว่าเจ๋งมากทีเดียว

อย่างแรกที่ dtac Accelerate มอบให้กับสตาร์ทอัพในโครงการ คือ มีการสอนหลักสูตรระดับโลกจากกูรูแถวหน้าอย่างซิลิคอน วัลเล่ย์ ที่บินตรงมาสอนถึงเมืองไทยกันเลยทีเดียว อย่างที่สองคือ ให้เงินลงทุนในระยะเริ่มต้น โดยให้เงินทุนประมาณหลักล้านบาทต่อทีม เพื่อให้สตาร์ทอัพสามารถเติบโตได้ในระยะเวลาสั้นๆ ต่อมาคือ Co-working space ที่ให้ใช้กันแบบฟรีๆ ไม่มีสัญญาเช่าอย่างที่ Hangar Co-working Space แห่งนี้

นอกจากนี้ยังมีการ Collaboration กับทาง Marketing กับ dtac ใหญ่ ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้สตาร์ทอัพมีฐานลูกค้าได้อย่างก้าวกระโดด โดยปีนี้ได้จับมือกับ เทเลนอร์ กรุ๊ป ทั้ง 13 ประเทศอีกด้วย และอย่างสุดท้ายคือเครือข่ายของ VC หรือ Venture Capital ซึ่ง 70% ของสตาร์ทอัพในโครงการมีนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติมาร่วมลงทุนต่อแล้ว และด้วยตัวเลขนี้เองทำให้ dtac Accelerate ขึ้นเป็น Accelerator อันดับหนึ่งของประเทศ และเป็นอันดับ 3 ใน Southeast Asia ตามหลังสิงคโปร์ และอินโดนีเซียเท่านั้น

"ปัจจุบันเรามีทั้งหมด 34 ทีม ในตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ปีนี้ขึ้นปีที่ 5 มีมูลค่าบริษัทรวมทั้งหมด 3,200 ล้านบาท เติบโตขึ้น 500% ต่อปี ด้วยเรทนี้เอง ปีหน้าผมคาดว่าสามารถแตะหมื่นล้านได้ไม่ยาก ถ้าแตะหมื่นล้านได้ ผมก็จะขยับเป็นที่ 2 ได้ทันที"

จากยอดการเติบโตของสตาร์ทอัพในโครงการนั้น บ่งบอกถึงศักยภาพของสตาร์ทอัพไทยอย่างยิ่ง ซึ่งการคัดเลือกทีมที่เข้าร่วมโครงการ คุณเหม็งบอกเราว่า มีวิธีการคล้ายกับ The Voice คือมี Mentor เป็นผู้เลือกเข้าทีม โดยมีเกณฑ์คือทีมนั้นๆ ต้องมี Product/Market Fit และเป็น badass team ที่มีศักยภาพมากๆ ที่สำคัญคือได้ Mentor เก่งๆ ในแวดวงสตาร์ทอัพมาเป็นผู้คัดเลือกเข้าโครงการ จึงทำให้ได้ทีมที่มีความหลากหลาย และตอบโจทย์ต่อสังคมไทยอย่างมาก

หากดูจากผลงานของผู้บริหารนักปั้นผู้นี้แล้ว หลายคนคงคิดว่าคงทำงานจนไม่มีเวลาแน่ๆ แต่แท้จริงแล้ว คุณเหม็งยกให้ครอบครัวเป็นอันดับหนึ่ง และทำหน้าที่ของผู้นำครอบครัวได้ดีเยี่ยมไม่แพ้กับการเป็นผู้บริหารเลย

"ส่วนใหญ่พอมีลูกก็จะใช้เวลาอยู่กับลูกครับ พาลูกไปเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ถ้าไปเที่ยวกับภรรยาก็จะเป็นอีกไลฟ์สไตล์หนึ่ง อันนั้นจะเที่ยวเน้นสนุกๆ แต่พอตอนนี้มีลูกก็จะเน้นครอบครัวเป็นหลัก ไปทีก็จะพะรุงพะรังของเต็มไปหมด ความสะดวกในการเดินทางจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะตอนนี้เรามีตัวเล็กไปด้วยครับ"

คุณเหม็งให้ความสำคัญในการเลือกบริการที่จะเพิ่มความสะดวกสบายและรวดเร็วในการเดินทางกับครอบครัวมาเป็นอันดับต้นๆ โดยเฉพาะบริการ AirAsia Red Carpet บริการใหม่จากสายการบินแอร์เอเชีย ที่ช่วยให้การเดินทางโดยเครื่องบินเป็นเรื่องง่ายๆ เพราะมีสิทธิพิเศษหลายอย่าง เริ่มต้นจากการเช็คอินที่เคาน์เตอร์เช็คอินพิเศษ การใช้บริการห้องรับรองพิเศษที่สนามบิน การขึ้นเครื่องก่อนและการรับกระเป๋าก่อนใครเมื่อเดินทางถึง จุดหมายปลายทางแล้ว

"ถ้าคนมีลูก 3 ขวบแบบผมก็จะเข้าใจดีครับ บริการแบบนี้ มันดีมากๆเลยครับ Red Carpet ทำให้การเดินทางไปเที่ยวกับครอบครัวของผมสะดวกรวดเร็ว และ สบายขึ้นมาก เพราะสามารถใช้บริการ Airport Lounge ทีมีอาหาร และเครื่องดื่มหลากหลาย ระหว่างรอขึ้นเครื่อง ผม ภรรยา และลูก ก็ได้มีเวลานั่งพัก ทานอาหารอร่อยๆ และใช้เวลาร่วมกัน ซึ่งอันนี้ผมว่าสำคัญนะ และสไตล์ผมคือ Happy wife Happy Life ถ้าภรรยาเราแฮปปี้ ชีวิตผมก็จะดีไปทั้งวันครับ บินทุกครั้งผมจะเลือก Red Carpet เสมอ" คุณเหม็งกล่าวปิดท้ายอย่างอารมณ์ดี

และนี่ก็คือหลักการทำงานและไลฟ์สไตล์ของคุณเหม็่ง หรือคุณสมโภชน์ จันทร์สมบูรณ์ MD หนุ่มไฟแรงจาก dtac Accelerate ผู้ที่ทุ่มเทแรงกายเพื่อสตาร์ทอัพไทยให้เติบโตสู่ตลาดต่างประเทศ และยังเป็นคุณพ่อที่น่ารักที่ทุ่มเทเวลาให้กับคนพิเศษอย่างครอบครัวของเขา...หากเราตั้งใจทำ และให้ความสำคัญกับทุกสิ่งอย่างเต็มที่แล้ว ผลลัพธ์ที่ออกมาย่อมดีเสมอแบบผู้บริหารนักปั้นคนนี้อย่างแน่นอน

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ