ถ้าเศรษฐกิจแย่…ใช้หลักพอเพียงช่วย"ธุรกิจ"ให้รอดแถม"เติบโต"ยิ่งขึ้นได้อย่างไร

  • วันที่ 29 ส.ค. 2560 เวลา 11:40 น.
  • Sponsored Content

ถ้าเศรษฐกิจแย่…ใช้หลักพอเพียงช่วย"ธุรกิจ"ให้รอดแถม"เติบโต"ยิ่งขึ้นได้อย่างไร

 

"พิษต้มยำกุ้ง" เป็นอีกหนึ่งประวัติศาสตร์ของเศรษฐกิจไทย ที่นักธุรกิจยังฝังใจกับบาดแผลสาหัส แต่หากมองอีกมุม พิษครั้งนี้ก็เหมือนวัคซีนของคนทำธุรกิจ เพราะนี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญในการวางแผนให้อยู่รอด

และเพื่อให้บทเรียนแห่งการอยู่รอดเห็นภาพได้ชัด เข้าใจมากขึ้น และนำไปปรับใช้ได้ง่าย จึงขอยกกรณีศึกษาที่ผ่านคำว่า "อยู่รอด" จนมาถึงคำว่า "ยั่งยืน" ได้สำเร็จ กับ "SCG" หนึ่งในองค์กรใหญ่ของประเทศ ที่มีเบื้องหลังความสำเร็จน่าสนใจอย่างมาก ซึ่งอะไรคือสิ่งที่ทำให้ SCG เติบโตยาวนานผ่านพ้นวิกฤตหลายๆครั้งมาได้ มาดูกัน

ตอนฟองสบู่แตก เป็นหนี้ 2.5 แสนล้าน SCG รอดมาได้อย่างไร

ย้อนไปตอนฟองสบู่แตกในปี 2540 SCG ประสบภาวะวิกฤตไม่ต่างจากทุกบริษัทในแวดวงอสังหาฯ เพราะทำให้ SCG มีหนี้เพิ่มสูงขึ้นถึง 250,000 ล้านบาท จากการไปกู้ยืมเงินและติดต่อการค้ากับต่างประเทศเพื่อต่อยอดธุรกิจ

แต่เบื้องหลังที่ทำให้ธุรกิจอยู่รอดมาได้ คือการน้อมนำ "หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง" ปรัชญาในการดำเนินชีวิตของพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาเป็นแนวทางในการบริหารธุรกิจ โดยแก่นสำคัญของเศรษฐกิจพอเพียงที่นำมาปรับใช้อย่างชัดเจนที่สุดคือ "ความพอประมาณ" เราอยู่ได้ ผู้มีส่วนได้เสียอยู่ได้ ลูกค้าอยู่ได้ สิ่งแวดล้อมอยู่ได้ "ความมีเหตุผล" และ "สร้างภูมิคุ้มกันที่ดี" โดยมีพื้นฐานสำคัญคือความรู้และคุณธรรม

SCG เริ่มต้นนำหลักพอเพียงมาปรับใช้กับธุรกิจ ดังนี้!

• พอประมาณ ทำสิ่งที่ถนัด

SCG กลับมาทบทวนตนเอง จนเลือกปรับโครงสร้างองค์กรจากที่แตกไลน์ธุรกิจไปถึง 10 กลุ่มธุรกิจ ตัดออกจนเหลือ 5 กลุ่มธุรกิจหลัก ซึ่งเลือกจากสิ่งที่ตัวเองถนัด นั่นคือ เคมีภัณฑ์, กระดาษ, ปูนซีเมนต์, ผลิตภัณฑ์ก่อสร้างและจัดจำหน่าย

• มีเหตุผล ใช้สติ คิดก่อน

จากนั้น SCG จึงค่อยๆ พัฒนาธุรกิจที่ถนัด คิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ โดยตั้งอยู่บนหลักการความมีเหตุผล พิจารณาจากปัจจัยที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ตลอดจนคำนึงถึงผลที่จะตามมาอย่างรอบคอบ ซึ่งส่งผลดีกับธุรกิจมาจนถึงทุกวันนี้

• สร้างภูมิคุ้มกันตัวเอง มีแผนสองรับมือ

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ SCG เกือบล้มในวิกฤตครั้งนั้น คือไร้ภูมิคุ้มกัน SCG จึงตระหนักข้อนี้อย่างมาก ดังนั้นก่อนจะตัดสินใจเดินไปข้างหน้าทุกย่างก้าว จึงต้องเตรียมตัวให้พร้อมเผชิญหน้ากับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงต่างๆ โดยวิเคราะห์ไปจนถึงความเป็นไปได้ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต จากนั้นจึงคิดแผนรองรับ ว่าถ้าหากผลกระทบเกิดขึ้นแล้ว ควรแก้ไขอย่างไร

นอกจากนี้หลักการทำธุรกิจของ SCG ยังยึดเรื่อง "ความรู้และคุณธรรม" เป็นพื้นฐานสำคัญ คือสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ให้กับคนในองค์กร พร้อมพัฒนาให้เป็นคนเก่งและดี ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) และมุ่งพัฒนากิจกรรมที่ช่วยสร้างสมดุลด้านสิ่งแวดล้อม สังคม วัฒนธรรม ควบคู่ไปกับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ

ทุกคนก็สามารถนำหลักพอเพียงมาปรับใช้กับธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนได้

เมื่อพูดถึงหลักพอเพียง คนส่วนหนึ่งอาจคิดว่าเป็นเรื่องสวนทางกับการทำธุรกิจที่มุ่งหวังผลกำไร แต่จริงๆ แล้ว การนำหลักพอเพียงมาปรับใช้ เป็นการนำธุรกิจไปสู่การเติบโตที่ยั่งยืน หากคุณอยู่ในช่วงเริ่มทำธุรกิจ คุณอาจเริ่มสำรวจตัวเองก่อน ว่าสิ่งที่ทำอยู่เป็นสิ่งที่ตัวเองถนัดหรือเชี่ยวชาญจริงๆ หรือไม่ หรือคุณกำลังทำธุรกิจตามกระแส ซึ่งนั่นอาจเป็นหนึ่งในความเสี่ยงของธุรกิจ

แต่หากธุรกิจของคุณ เริ่มต้นจากสิ่งที่ถนัด คุณก็เดินหน้าได้เลยเต็มที่ แต่อย่าหยุดหาองค์ความรู้ ใส่ความเชี่ยวชาญเพิ่มขึ้นไป เพื่อพัฒนาธุรกิจให้แข็งแรงและยั่งยืน และหากคุณเจอปัญหาหนี้สิน ให้ตั้งสติ ตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น หารายได้เพิ่มเติมในตลาดใหม่ๆ และซื่อสัตย์กับการจัดการหนี้ สิ่งสำคัญต้องมองให้ไกล วิเคราะห์ความเสี่ยงให้รอบด้าน ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมและผลต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อวางแผนสำรอง เพราะไม่มีความแน่นอนในโลกธุรกิจ

"เพราะพอเพียงไม่ใช่หยุดโต…แต่ช่วยให้โตไม่หยุดอย่างยั่งยืน"

รายละเอียดเพิ่มเติม ที่ www.scg.com/sufficiency

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ