เร่งลงทุนสนามบินภูมิภาค รองรับนักท่องเที่ยวท้องถิ่นโต

วันที่ 28 ส.ค. 2560 เวลา 06:53 น.
เร่งลงทุนสนามบินภูมิภาค รองรับนักท่องเที่ยวท้องถิ่นโต
ทย.เตรียมเปิดประมูล 4 โครงการ มูลค่า 8,800 ล้าน ด้าน ทอท.เร่ง 4 สัญญา สุวรรณภูมิเฟส 2

นายดรุณ แสงฉาย อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) เปิดเผยว่า ทย.เตรียมเปิดประมูลโครงการพัฒนาท่าอากาศยานภูมิภาค 4 แห่ง และโครงการติดตั้งระบบตรวจสัมภาระแบบ In-line Screening ในท่าอากาศยาน 8 แห่ง มูลค่ารวม 8,837 ล้านบาท โดยแผนดังกล่าวเป็นการลงทุนในปีงบประมาณ 2561 ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนประกวดราคาและคาดว่าว่าจะลงนามสัญญาให้ได้ภายในไตรมาสแรกปีหน้าตามนโยบายของรัฐบาล

สำหรับแนวทางการลงทุนแบ่งเป็นพัฒนาท่าอากาศยาน 4 แห่ง มูลค่ารวม 7,037 ล้านบาท ประกอบด้วย ท่าอากาศยานกระบี่ ซึ่งได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 3 รวมถึงปรับปรุงอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 1 และ 2 จำนวน 3,200 ล้านบาท รวมถึงได้รับวงเงินปรับปรุงลานจอดเครื่องบินอีก 1,350 ล้านบาท

ด้านท่าอากาศยานขอนแก่นได้รับงบประมาณ 2,200 ล้านบาท เพื่อขยายอาคารผู้โดยสารหลังเดิมและปรับปรุงอาคารจอดรถ 7 ชั้นให้รองรับรถยนต์ได้ 1,000 คัน ท่าอากาศยานอุบลราชธานีเร่งปรับปรุงและขยายอาคารผู้โดยสารแห่งเดิมงบประมาณ 177 ล้านบาท เพื่อให้รองรับผู้โดยสารได้มากขึ้นและทันสมัยมากขึ้น

นอกจากนี้ ท่าอากาศยานตรังได้รับงบประมาณขยายอาคารผู้โดยสารขาออกจำนวน 110 ล้านบาท เพื่อให้รองรับเที่ยวบินได้ 3 เที่ยว/ชั่วโมง และลดความแออัดในชั่วโมงเร่งด่วน จากนั้น ทย.จะของบประมาณขยายอาคารผู้โดยสารอีก 1 แห่ง ในปีงบประมาณ 2562

"การเปิดประมูลโครงการพัฒนาท่าอากาศยานภูมิภาคในครั้งนี้ เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในอนาคต เน้นการกระจายตัวของนักท่องเที่ยว เพื่อไม่ให้เกิดการกระจุกตัวเฉพาะท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หรือดอนเมืองเท่านั้น” นายดรุณ กล่าว

นอกจากนี้ ทย.อยู่ระหว่างประกวดราคาโครงการติดตั้งระบบตรวจสัมภาระผู้โดยสารแบบ In-line Screening ในท่าอากาศ 8 แห่ง มูลค่ารวม 1,800 ล้านบาท เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ได้แก่ ท่าอากาศยานอุบลราชธานี นครศรีธรรมราช ตรัง ขอนแก่น พิษณุโลก สกลนคร นครพนม และนราธิวาส หลังจากปีงบประมาณ 2560 ได้ติดตั้งไปแล้ว 3 แห่ง ที่ท่าอากาศยานกระบี่ สุราษฎร์ธานี อุดรธานี และจะติดตั้งให้ครบทั้ง 29 แห่ง ภายในปีงบประมาณ 2561

ด้าน นายเอนก ธีระวิวัฒน์ชัย รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (สายงานวิศวกรรมและการก่อสร้าง) บริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) กล่าวภายหลังการประชุมบอร์ด ทอท.ครั้งที่ผ่านมา ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งผลักดันโครงการสุวรรณภูมิเฟส 2 ให้เกิดการลงทุนก่อสร้างโครงการอย่างเร่งด่วน รองรับจำนวนผู้โดยสารที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ตั้งเป้าเร่งทยอยประมูลสัญญาที่เหลืออยู่ 4 สัญญา รวมวงเงิน 1.36 หมื่นล้านบาท ได้แก่ สัญญาจัดซื้อระบบสายพานลำเลียงกระเป๋าและตรวจสอบวัตถุระเบิด (BHS & EDS) วงเงิน 3,798 ล้านบาท สัญญาก่อสร้างอาคารจอดรถรวมถึงอาคารสำนักงานและสัญญาขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก

สำหรับอาคารสำนักงานสายการบินและที่จอดรถด้านทิศตะวันออก (อีสวิงต์) วงเงินรวม 7,000 ล้านบาท ตลอดจนโครงการจัดซื้อพร้อมติดตั้งระบบขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ (Automated People Mover) หรือเอพีเอ็ม วงเงิน 2,895 ล้านบาท โดยสัญญางานระบบสายพานและเอพีเอ็มจะประมูลได้ภายในปีนี้ ขณะที่สัญญาอีสวิงต์จะประมูลได้ภายในต้นปี 2561

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยวร่วมมือกับกระทรววงคมนาคม ร่วมบูรณาการวางแผนลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการลงทุนสนามบินในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศไทย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวที่กระจุกตัวเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวหลัก สามารถกระจายตัวในเมืองท่องเที่ยวรองมากขึ้น ซึ่งช่วยกระจายรายได้ให้กับคนในท้องถิ่นมากขึ้น

นายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย (สทท.) กล่าวว่า รัฐบาลต้องเร่งลงทุนโครงสร้างการขนส่ง สิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวด้วยความสะดวก สบายปลอดภัย เพื่อสร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวไทยและเดินทางกลับมาซ้ำ