ฟิล์มสะดุดฉุดโอกาสอาร์เอส

วันที่ 22 ก.ย. 2553 เวลา 08:04 น.
แม้กรณีฟิล์มจะกระทบต่อรายได้ไม่มาก แต่ก็ถือว่าเป็นการเสียโอกาสทางธุรกิจของอาร์เอส โดยเฉพาะเรื่องการสร้างภาพลักษณ์ของศิลปิน...

โดย...ทีมข่าวธุรกิจตลาด

การทำธุรกิจเกี่ยวกับคน ถือเป็นความเสี่ยงที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่นเดียวกับบริษัท อาร์เอส ที่ต้องเผชิญกับปัญหาของศิลปินในสังกัดอยู่ตลอดเวลา ล่าสุด คือ กรณี “ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์” กับ “แอนนี่ บรู๊ค” ซึ่งไม่ใช่กรณีแรกของฟิล์ม ที่เกิดเหตุฉาวๆ เช่นนี้

อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวถือเป็นเรื่องส่วนตัว แต่การเป็นบุคคลสาธารณะยอมได้รับผลกระทบในวงกว้าง ขณะที่บริษัทต้นสังกัดอย่างอาร์เอส ยอมรับว่ากระทบต่อโอกาสทางธุรกิจ แต่ยังไม่สามารถประเมินความเสียหายออกมาเป็นตัวเงินในขณะนี้ได้

พรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท อาร์เอส กล่าวว่า บริษัทได้วางโรดแมป โปรเจกต์ใหม่ของฟิล์มที่จะเปิดตัวในช่วงปลายเดือน ก.ย.นี้ ซึ่งเป็นแผนที่จะนำฟิล์มก้าวสู่ตลาดอินเตอร์ เริ่มจากการเปิดตัวมิวสิกวิดีโอแรกในอัลบั้ม “ฟิล์ม ไคลแมกซ์” ที่ร่วมกับศิลปินเจ อาร์ บราวน์อายด์ เกิร์ล จากประเทศเกาหลี จากนั้นจะเข้าร่วมงาน เอเชีย ซอง เฟสติวัลตามด้วยละครและภาพยนตร์ ซึ่งทั้งหมดต้องระงับไปก่อน

“ถามว่ากระทบต่อรายได้ของอาร์เอสไหม ตอบได้ว่าคงไม่มาก แต่เป็นการเสียโอกาสทางธุรกิจมากกว่า เพราะโดยตัวฟิล์ม รายได้หลักมาจากงานแสดง พรีเซนเตอร์ รายได้จากงานเพลงไม่มากนัก เป็นเรื่องการสร้างภาพลักษณ์ของศิลปินมากกว่า”พรพรรณ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารอาร์เอส ประเมินว่า กรณีนี้จะไม่กระทบรายได้รวมของบริษัทมากนักเนื่องจากไตรมาสสุดท้าย อาร์เอส มีแผนเปิดตัวโปรเจกต์ สินค้าและบริการใหม่ๆ จากศิลปินในสังกัดมากมาย ซึ่งองค์กรอย่างอาร์เอส ไม่ได้มีฟิล์มคนเดียว

พรพรรณ กล่าวว่า การระงับงานของฟิล์ม ถือเป็นทางออกเบื้องต้นที่บริษัทจำเป็นต้องทำ เพราะหากไม่ระงับ ในภาวะเช่นนี้ ตัวศิลปินอยู่ในภาวะที่ไม่พร้อมทำงานอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น การระงับถือเป็นทางออกที่ดีที่สุด

ด้าน เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการนิเทศศาสตร์ กล่าวว่า กรณีของฟิล์ม ข่าวแบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ซึ่งหากมองว่าฟิล์มเป็นแบรนด์ ถือว่าเสียหายมาก เพราะก่อนหน้านี้มีข่าวกรณีเสี่ยอู๊ด ที่ทำให้สังคมเคลือบแคลงมาก

แต่สำหรับบริษัท อาร์เอส ต้องถือว่าสามารถเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสได้ โดยไม่ได้ออกมาปกป้องแต่ให้น้ำหนักกับกระแสสังคม ด้วยการสั่งระงับงานของฟิล์มออกไปก่อน จนกว่าจะสามารถพิสูจน์ความจริงได้ ทำให้บริษัทไม่เสียหายมากนัก

ไพรัตน์ เอื้อชูยศ ประธานกลุ่ม บริษัท สตาร์โฮลดิ้งส์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องปรับอากาศแบรนด์ “สตาร์แอร์” ที่มีฟิล์ม-รัฐภูมิ เป็นพรีเซนเตอร์ กล่าวว่า ฟิล์มมีสัญญาเป็นพรีเซนเตอร์กับสตาร์ แอร์ ถึงเดือน มิ.ย. 2554 และยังยืนยันจะไม่เปลี่ยนตัวหรือถอดฟิล์มออกจากการเป็นพรีเซนเตอร์แต่อย่างใด

ทั้งนี้ มองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของคนสองคน ที่ต้องหาทางออกร่วมกัน ไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ แต่การที่บริษัท อาร์เอส ประกาศระงับงานต่างๆ ของฟิล์มทั้งหมด ถือเป็นการสร้างความเสียหายทั้งตัวบริษัทเองและตัวฟิล์ม

เรื่องฟิล์มจะลงเอยอย่างไรอีกไม่นานคงรู้ แต่วันนี้อาร์เอสรู้แล้วว่าได้เสียโอกาสในการตลาดไปอย่างมหาศาล ซึ่งยากเหลือเกินที่จะเรียกคืนกลับมา