"สังคมไร้เงินสด" ในจีน

วันที่ 18 มิ.ย. 2560 เวลา 19:53 น.
"สังคมไร้เงินสด" ในจีน
โดย...ภากร กัทชลี เจ้าของเพจ “อ้ายจง” นักศึกษาปริญญาเอก สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยซีเตี้ยน เมืองซีอาน มณฑลส่านซี

สังคมไร้เงินสด หรือ Cashless Society มาบ้างแล้ว กำลังเป็นกระแสและเป็นประเด็นใหญ่ในจีน โดยผู้ใช้มีความสะดวกและปลอดภัย ซึ่งที่เมืองจีนมีการใช้จ่ายผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือ มี 2 เจ้าใหญ่ครองตลาด คือ Alipay ของแจ็ค หม่า แห่งอาลีบาบา และ WeChat Pay แห่ง Tencent

จะพาผู้อ่านท่องสังคมไร้เงินสดของจีน พร้อมเจาะดูเหตุผลทีละข้อว่าทำไมสังคมไร้เงินสดถึงเกิดขึ้นได้

1.สะดวกสบายไม่ต้องเสียเวลา โดยเฉพาะเงินย่อย ไม่ต้องมีมาอ้างโน่นนี่ว่า ไม่มีทอน แค่สแกนคิวอาร์โค้ดปุ๊บ กรอกเงิน จ่ายปั๊บ ได้ทั้งแบบร้านค้าและบุคคลทั่วไป อยู่ที่ไหนก็จ่ายได้แทบไม่ต้องออกจากบ้าน

2.คนจีนค่อยๆ คุ้นเคยการใช้เงินผ่านแอพ ค่อยๆ เชื่อมั่นจากสิ่งที่เคยคุ้นร้านค้ามานาน คือ ร้านค้าออนไลน์ เถาเป่า แต่การจ่ายเงินออนไลน์จะทำเรื่องที่ธนาคารและยุ่งยาก แต่ภายหลังแจ็ค หม่าผูก Alipay เข้ามาจ่ายผ่านแอพ สะดวกสบายขึ้นเยอะ ส่วนฝั่ง WeChat Pay ก็คือตัวแอพ WeChat คนจีนใช้เป็นอันดับ 1 อยู่แล้ว ในส่วนของแอพแชต เมื่อผูก WeChat Pay เข้ามา เริ่มจากส่งอั่งเปา ก็ทำให้คุ้นกันมากขึ้น

ในส่วนของ Alipay แจ็ค หม่าผลักดันมาก ซึ่งเขาถือเป็นบุคคลที่ผลักดันสังคมไร้เงินสดในจีน ยิ่งเป็นบุคคลทรงอิทธิพล ผลักดันอะไรก็ย่อมมีผลเห็นได้ชัด

3.เรื่องความปลอดภัย แม้จะเคยมีข่าวการโจรกรรมบัญชี Alipay, WeChat แต่จริงๆ ระบบจ่ายเงินผ่านแอพและออนไลน์ของจีนก็ยังถือว่าน่าเชื่อถือสูง

4.ใช้จ่ายผ่านแอพได้ส่วนลดมีโปรโมชั่นต่างๆ โดยเฉพาะใน Alipay

5.ปัญหาธนบัตรปลอม แม้ก่อนหน้านี้จีนประสบปัญหาธนบัตรปลอมระบาด แต่พอคนนิยมจ่ายเงินผ่านแอพ เหมือนปัญหานี้จะลดลงอย่างเห็นได้ชัด

6.จับจ่ายได้แบบรู้ที่มาที่ไป มีประวัติบอกหมด ทั้ง Alipay และ WeChat Pay จริงๆ ตู้เอทีเอ็มธนาคารจีนบางเจ้าก็เช็กความเคลื่อนไหวได้ หรือถ้าสมัครส่ง SMS ก็มีเตือนตลอด บนแอพก็บันทึกไว้ตลอด

7.ที่เมืองจีน เวลาโอนเงินให้กัน นอกจากจะกรอกเลขบัญชีแล้ว จะต้องกรอกชื่อ-นามสกุล ธนาคาร และสาขาให้แม่นยำ ดังนั้นจึงดูยุ่งยาก พอมีแอพพลิเคชั่น e-Wallet เหล่านี้เข้ามา จึงตอบโจทย์ แค่สแกน QR Code หรือส่ง ID ให้กันก็โอนได้เลย ไม่มีค่าธรรมเนียมแบบโอนเงินปกติ

8.รัฐและภาคเอกชนต่างสนับสนุน ดูได้จากตอนนี้ ในเมืองจีนร้านค้าต่างๆ ล้วนรับเงินผ่านทางแอพ รวมถึงธนาคารบางเจ้าบางสาขายกเลิกเมนูถอนเงินในตู้เอทีเอ็มแล้ว หรืออย่างระบบขนส่งสาธารณะก็ผนวกการจ่ายเงินผ่านแอพเข้ามา เช่น ที่เมืองหางโจว ประกาศแผนจ่ายค่าโดยสารผ่าน Alipay ในรถเมล์ทุกคันทั่วเมืองภายในปีนี้

9.Start up และธุรกิจอื่นๆ บนโลกออนไลน์และบนแอพมือถือโตขึ้น และแน่นอนก็ต้องมีฟีเจอร์จ่ายเงินผ่านแอพ ก็เลยใช้พวกนี้ ก็เลยยังคงโตต่อเนื่อง อย่างธุรกิจในสาย Sharing Economy (ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็ แชร์จักรยาน) หรือเรียกแท็กซี่ เรียกเสร็จ ลงรถ ตัดเงินผ่านแอพ หรือสั่งอาหารผ่านแอพจ่ายผ่านแอพ Alipay, WeChat Pay เช่นกัน

10.การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างไม่หยุด เช่น แอพกลุ่มสตาร์ทอัพต่างๆ ในข้อ 9 และการเข้าถึงของเทคโนโลยีที่เข้าถึงทุกเพศ ทุกวัย ทุกกลุ่ม เราอาจเคยได้ยินคนบอกว่าคนจีนกลัวการเปลี่ยนแปลง แต่ในความเป็นจริง ถ้าสิ่งไหนตอบโจทย์ สิ่งไหนเริ่มเป็นกระแส พวกเขาเริ่มคุ้นเคย (ในข้อ 2)เขาก็ไม่กลัวที่จะใช้

นี่คือคำตอบว่า ทำไมแม้แต่คนขับวินมอเตอร์ไซค์ หรือคุณยายขายผักแบบแบกะดินในตลาด ถึงยังรับเงินผ่านแอพ หรือถ้าเห็นได้ชัดเลยก็ลุงขอทาน เพราะพวกเขาเหล่านี้รู้ว่า ตอนนี้กระแสมา และเป็นสิ่งที่ได้ประโยชน์

11.เข้าถึง Internet ได้ง่าย เดี๋ยวนี้ตามเมืองต่างๆ Wi-Fi มีให้บริการทั่วถึง เช่น ห้างสรรพสินค้า ร้านต่างๆ บนรถเมล์ รถไฟฟ้าใต้ดิน ก็เริ่มมีให้บริการ 12.แบตเตอรี่มือถือหมด คือจบแต่เดี๋ยวนี้มีการติดตั้งตู้ชาร์จแบตฟรี หรือจุดเสียบปลั๊กชาร์จแบตตามห้างฟรี แม้กระทั่งสตาร์ทอัพแบบใหม่มีการแชร์ที่ชาร์จสำรอง เพียงแต่อาจต้องระวังตู้ชาร์จแบตฟรี เพราะเคยมีข่าวว่ามิจฉาชีพติดตั้งระบบแฮ็กข้อมูลไว้

สรุปแล้ว โดยรวมที่ทำให้จีนมีสังคมไร้เงินสดได้ก็ด้วยคำเหล่านี้ “สะดวก” “เชื่อมั่น” “ความปลอดภัย” และ “พลังประชาชน แบบปากต่อปาก จนเป็นกระแส กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันสังคมจีน” นั่นละครับ

******************** 

ติดตามเพจอ้ายจงได้ที่ www.facebook.com/aizhongchina/

บทความแนะนำ