วางยุทธศาสตร์ดันไทยฮับผลไม้เมืองร้อน

วันที่ 18 มิ.ย. 2560 เวลา 07:16 น.
วางยุทธศาสตร์ดันไทยฮับผลไม้เมืองร้อน
“สนธิรัตน์” เตรียมวางแผนยุทธศาสตร์ดันไทยฮับผลไม้เมืองร้อนของโลก เผยทุเรียนไทยปีนี้ผลผลิตเพิ่ม 30% ราคาไม่ตก

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า เตรียมจัดทำแผนเพื่อผลักดันให้ผลไม้ของประเทศไทย ก้าวสู่การเป็นประเทศศูนย์กลางผลไม้เมืองร้อนของโลกทั้งการสร้างมูลค่า การแปรรูป การดูแลกลไกราคา และการพัฒนาเทคโนโลยี งานวิจัย สายพันธุ์ รวมถึงการบริหารจัดการ โดยจะจัดทำแผนให้เสร็จภายในปี 2560 และจะเป็นแผนระยะยาว เพื่อร่วมส่งเสริมผลไม้เมืองร้อนของไทยในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า

สำหรับประเทศไทยเป็นผู้นำในตลาดผลไม้เมืองร้อน และมีปริมาณผลผลิตมากกว่าประเทศอื่น รวมถึงผลไม้เมืองร้อนของไทยมีผลผลิตต่อเนื่องตลอดปีมีคุณภาพสูง จึงต้องวางแผนในการผลักดันและขยายตลาดระยะยาวเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องผลผลิตล้นตลาด รวมถึงราคาตกต่ำ

ขณะเดียวกันในปี 2560 ผลไม้เมืองร้อนคือ ทุเรียน มีการประเมินว่าผลผลิตจะออกมาสู่ตลาดเพิ่มขึ้น 30% จากปี 2559 หรือมีจำนวนผลผลิตออกมาสู่ตลาดรวม 6.5 แสนตัน แต่ทุเรียนไม่ได้เกิดปัญหาราคาตกต่ำลง มีราคาที่ทรงตัว เป็นผลมาจากกระทรวงพาณิชย์ได้วางยุทธศาสตร์การทำตลาดทุเรียนล่วงหน้า ก่อนผลผลิตออกสู่ตลาดเป็นเวลา 2-3 เดือนก่อนแล้ว รวมถึงมาจากกระแสคนบริโภคทุเรียนเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังได้ร่วมจัดให้เกิดโครงการบุฟเฟ่ต์ไปในภูมิภาคต่างๆ ซึ่งได้การตอบรับที่ดีมาก มีทั้งลูกค้าคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ความสนใจอย่างสูง ดังนั้นในช่วงเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา การจัดอีเวนต์ที่เกี่ยวกับทุเรียนในประเทศไทยจึงมีจำนวนเกือบ 100 งาน ส่วนในช่วงปลายเดือน มิ.ย.นี้ จะมีการจัดงานที่ จ.อุดรธานี รวมถึงการที่กระทรวงพาณิชย์ร่วมมือกับศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ จัดงานบุฟเฟ่ต์ทุเรียนและผลไม้ ระหว่างวันที่ 17-29 มิ.ย.นี้ ที่ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ และยังมีการจัดอีเวนต์จากหน่วยงานต่างๆ ต่อเนื่องอีก

“ในปัจจุบันไทยสามารถก้าวสู่ผู้นำการจัดบุฟเฟ่ต์ทุเรียนโลกได้สำเร็จ จากก่อนหน้านี้ผู้นำเป็นประเทศสิงคโปร์ การที่ไทยก้าวมาเป็นผู้นำได้มาจากการที่ไทยมีอีเวนต์เกี่ยวกับทุเรียนจำนวนมาก ยอดขายทุเรียนอยู่ในระดับสูง รวมถึงมีสายพันธุ์ทุเรียนหลากหลาย และความนิยมทุเรียนไทยที่สูง ซึ่งกระทรวงจะผลักดันทุเรียนไทยสู่ระดับบน (พรีเมียม) มากขึ้น”นายสนธิรัตน์ กล่าว

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมดังกล่าว เป็นการดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้มแข็งจากเศรษฐกิจภายในประเทศ เศรษฐกิจชุมชน ด้วยการเพิ่มกำลังซื้อภายในประเทศ เชื่อมโยงผลผลิตให้ถึงตลาด เกษตรกร ผู้ผลิต ผู้ค้า มีที่จำหน่ายผลผลิตและสินค้า