จ่อลงทุนไฮบริด2หมื่นล้าน

  • วันที่ 03 มิ.ย. 2560 เวลา 08:59 น.

จ่อลงทุนไฮบริด2หมื่นล้าน

ค่ายรถยนต์สนใจลงทุนลงทุนไฮบริด 2-3 ราย เตรียมยื่นขอ บีโอไอเร็วๆ นี้ คาดเม็ดเงินลงทุนกว่า 2 หมื่นล้าน ด้านสอท.ประเมินรถอีวีรอความพร้อมของตลาด

รายงานข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้มีบริษัทรถยนต์สนใจลงทุนผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบผสมที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงและพลังงานไฟฟ้า (ไฮบริด) แล้ว 2-3 ราย อยู่ระหว่างเตรียมยื่นขอคำรับการส่งเสริมการลงทุนกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอโอ) ที่กำหนดให้ยื่นคำขอภายในสิ้นปี 2560 โดยคาดว่าจะมีมูลค่าลงทุนไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่น่าจะเป็นรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่เป็นผู้ผลิตรถยนต์รายหลักในไทยที่มีเทคโนโลยีไฮริดอยู่แล้วและมีแผนจะจำหน่ายในตลาดปี 2561

ทั้งนี้ การส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิตรถยนต์แห่งอนาคต กำหนดไว้ 3 แบบ ได้แก่ รถยนต์ไฟฟ้าแบบผสมที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงและพลังงานไฟฟ้า (ไฮบริด) รถยนต์ไฟฟ้าแบบผสมเสียบปลั๊ก (ปลั๊กอินไฮบริด) และรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (อีวี)

อย่างไรก็ตาม การลงทุนของค่ายรถยนต์ในเทคโนโลยีไฮบริด ส่วนหนึ่งเพราะต้องการใช้สิทธิประโยชน์ของ บีโอไอ ที่กำหนดว่าจะต้องเสนอเป็นแผนงานรวม เช่น โครงการประกอบรถยนต์ โครงการผลิตหรือใช้ชิ้นส่วนสำคัญๆ โดยสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ คือการยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร และเสียภาษีสรรพสามิตที่ลดลงกึ่งหนึ่ง จากอัตรา 10% เหลืออัตรา 5% ขณะเดียวกันก็ต้องการปรับเปลี่ยนแผนการตลาดให้เหมาะสมกับสถานการณ์โลกที่ตลาดส่งออกหลัก เช่น ตะวันออกกลางและแอฟริกากำลังมีปัญหา ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์ต้องพยายามหาตลาดใหม่ และขยายตลาดรถยนต์ในประเทศ โดยเฉพาะรถยนต์ไฮบริด

ขณะที่ส่วนการลงทุนรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดและอีวี คาดว่าจะเห็นการยื่นคำขอปี 2561 เพราะบีโอไอกำหนดระยะเวลาเปิดยื่นคำขอภายในสิ้นปี 2561  ซึ่งต้องจับตาทิศทางตลาดรถยนต์ของไทยด้วย เนื่องจากผลการสำรวจความต้องการของประชาชนผู้ใช้รถยนต์ พบว่า ยังไม่มีความสนใจ โดยเฉพาะรถอีวี เพราะยังไม่มั่นใจประสิทธิ ภาพรถยนต์หากเกิดปัญหาน้ำท่วมขังถนนจะวิ่งได้ปกติหรือไม่ จำนวนสถานีชาร์จรถอีวีจะเพียงพอหรือไม่

ด้าน นางหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ผลิตรถยนต์ที่สนใจลงทุนรถยนต์ไฮบริดเข้ามาหารือกับบีโอไอแล้วจำนวน 2 ราย เป็นกรอบการหารือที่ยังไม่มีการยื่นคำขอลงทุน แต่มั่นใจว่าเร็วๆ นี้จะยื่นคำขอเข้ามาแน่นอน เพราะกำหนดเวลายื่นคำขอคือภายใน สิ้นปี 2560 ทั้งนี้ยอมรับว่าการผลิตรถยนต์นั่งขนาดเล็กซึ่งผู้ผลิตรถยนต์มีเทคโนโลยีไฮบริดอยู่แล้ว

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ปัจจุบันค่ายรถยนต์รายใหญ่ที่ผลิตยานยนต์ไฮบริดในไทย ได้แก่ โตโยต้าและฮอนด้า และหากจะมีการขยายการลงทุนคาดว่าจะเป็นกลุ่มเดิมที่เคยลงทุนอยู่แล้ว เนื่องจากมีตลาดอยู่ โดยการปรับเทคโนโลยีการผลิตถือว่าเป็นไปตามกระแสความต้องการของตลาดที่ต้องการใช้รถยนต์ที่ใช้พลังงานในระดับต่ำ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันมีผู้ประกอบการที่สนใจผลิตรถอีวี  แต่ยังอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ของตลาด และแนวทางในการส่งออก

"ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ที่มีการ ปรับเปลี่ยนการผลิตเนื่องจากต้องเปลี่ยนไปตามเทรนด์โลกด้วย อย่างการส่งออกไปตะวันออกกลางก็ต้องเน้นรถเล็กหรือรถยนต์ที่ไม่เกิดมลภาวะ เพราะมีมาตรการ เรื่องการปล่อยมลพิษของรถยนต์ ขณะที่ตลาดในประเทศก็มีความตื่นตัวมากขึ้น เพราะราคารถยนต์ไฮบริดก็ถูกลงจากมาตรการของรัฐที่ลดภาษี รวมทั้งเป็นรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษน้อยลง" นายสุรพงษ์ กล่าว

ข่าวอื่นๆ