SPCGปลื้มธุรกิจโซลาร์รูฟรุกลงทุนญี่ปุ่น-ตลาดเออีซี

  • วันที่ 16 พ.ค. 2560 เวลา 16:37 น.

SPCGปลื้มธุรกิจโซลาร์รูฟรุกลงทุนญี่ปุ่น-ตลาดเออีซี

SPCG เปิดผลการดำเนินงานไตรมาส 1/60 เติบโตกว่า 10 %  กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น มั่นใจปีนี้โกยรายได้ทะลุ 6,000 ล้านแน่

ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการและกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG ร่วมกับ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดงานวันบริษัท จดทะเบียนพบนักลงทุน (Opportunity Day)

ดร.วันดี กล่าวว่า ผลการดำเนินงาน ของ บริษัท  เอสพีซีจี ประจำไตรมาส ที่ 1/2560 บริษัทมีรายได้รวม 1,301.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้รวมจำนวน 1,230.4 ล้านบาท กำไรสุทธิรวม 756.8 ล้านบาท  เติบโตกว่า ร้อยละ 10 เมื่อเปรียบเทียบช่วงเดียวกันของปี 2559 ที่มีกำไรสุทธิรวม 690.4 ล้านบาท

ทั้งนี้ ทำให้บริษัทมีอัตราส่วนราคาต่อกำไร PE Ratio ประมาณ 8.3 เท่า ณ วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 เป็นผลเนื่องมาจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง จากการจ่ายชำระคืนหุ้นกู้ตามกำหนด ทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน DE Ratio 1.38 เท่า ณ วันที่ 31 มีนาคม 2560 ลดลงจาก ณ 31 ธันวาคม 2559 ที่มีจำนวน 1.48 เท่า

นอกจากนี้ บริษัทสามารถรับรู้รายได้จากการขาย และให้บริการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ บนหลังคา SPR Solar Roof ภายใต้บริษัท โซลาร์ เพาเวอร์ รูฟ จำกัด ซึ่งมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ได้รับความนิยมจากลูกค้าทั้ง ภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรม มีกระแสตอบรับที่ดีทั้งจากลูกค้าใหม่ที่ให้ความสนใจติดตั้ง และลูกค้าที่ได้ติดตั้งไปแล้ว เพราะลดค่าใช้จ่ายไฟฟ้าได้จริง ช่วยให้ประหยัดต้นทุนการผลิต และสร้างผลกำไรที่มากขึ้น

ดร.วันดี กล่าวถึงความคืบหน้าของแผนการดำเนินธุรกิจในปีนี้ว่า บริษัทได้ขยายการลงทุนโครงการโซลาร์ฟาร์มไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น ได้เริ่มพัฒนาโครงการในพื้นที่ใกล้กับอุทยานแห่งชาติภูเขาไฟไดเซน  กำลังการผลิตขนาด 30 เมกะวัตต์ คาดว่าจะพัฒนาโครงการแล้วเสร็จในปี 2561  นอกจากนี้ยังมองหาโอกาสการลงทุนในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน  ซึ่งบริษัทเอสพีซีจี มีความพร้อม ทั้งด้านพันธมิตร ทีมงาน และบุคลากร สามารถขับเคลื่อนธุรกิจได้ทันที โดยคาดว่าจะมีโครงการโซลาร์ฟาร์มตามกำลังการผลิตติดตั้งเพิ่มขึ้นเป็น 500 เมกะวัตต์ ภายในปี 2562

สำหรับในปีนี้ บริษัทเอสพีซีจีมั่นใจว่า จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำรายได้รวมไม่ต่ำกว่า 6,000 ล้านบาท รับรู้มาจากการดำเนินงานโซลาร์ ฟาร์ม ทั้ง 36 โครงการ รวมกำลังการผลิตกว่า 260 เมกะวัตต์  และยอดขาย SPR Solar Roof ที่เจ้าของธุรกิจให้การตอบรับมาก เพราะลูกค้าที่ติดตั้งภายในปีนี้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ   BOI  ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี 50% ของเงินลงทุน ภายในสิ้นปีนี้เท่านั้น

ดร.วันดี กล่าววว่า เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าและผู้ถือหุ้น บริษัท เอสพีซีจี และ SPR Solar Roof ล่าสุดบริษัท ได้รับการรับรองระบบมาตรฐาน ISO 9001:2015 (ด้านคุณภาพ) ภายใต้นโยบายคุณภาพ “Best Value, Best Design, Best Output and Best Service To All of Customer” เพื่อนำระบบมาตรฐานมาประยุกต์ใช้ให้เกิดคุณภาพของการติดตั้งและบริการ

นอกจากนี้ SPR Solar Roof ยังได้การรับรองมาตรฐาน OHSAS 18001:2007 (การจัดการด้านความปลอดภัย) มาควบคุม กำกับ ดูแล การทำงานให้เกิดความปลอดภัยตามระบบสากล และข้อกำหนดกฎหมาย ภายใต้นโยบายความปลอดภัย “The Most Safety” โดยได้รับการรับรองจากหน่วยงาน NQA UKAS  เมื่อเดือน กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

ข่าวอื่นๆ