ท่องเที่ยวดำน้ำโต8%

วันที่ 12 พ.ค. 2560 เวลา 06:13 น.
ท่องเที่ยวดำน้ำโต8%
ตลาดท่องเที่ยวดำน้ำคึก ต่างชาติแห่เที่ยวไทย เผยบริการตอบโจทย์ ค่าใช้จ่ายถูกกว่าคู่แข่ง 30%

นายศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากุล กรรมการผู้จัดการ  บริษัท เอ็น.ซี.ซี.เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ เปิดเผยว่า ตลาดรวมธุรกิจท่องเที่ยวดำน้ำในปีนี้มีโอกาสเติบโตได้ถึง 7-8% จากปกติเติบโตเฉลี่ยปีละ 5-6% เนื่องจากธรรมชาติเป็นใจฝูงปลามาเร็ว อีกทั้งค่าใช้จ่ายถูกกว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและฟิลิปปินส์ถึง 30%

สำหรับธุรกิจดังกล่าวมีมูลค่าราว 1 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นทริปท่องเที่ยวดำน้ำ 50% อุปกรณ์ดำน้ำ 30% และค่าเรียนดำน้ำ 20% ปัจจุบันนักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมมาใช้บริการในประเทศไทยเป็นอันดับ 2 รองจากอเมริกา เนื่องจากบริการสามารถตอบโจทย์ความต้องการได้ทุกๆ ด้าน ซึ่งแต่ละปีมีชาวต่างชาติมาเรียนดำน้ำในประเทศไทยมากกว่า 1 แสนคน โดยจีนและอินเดียเป็นประเทศเข้าใช้บริการมากสุด

ด้านการจัดงานที่บริษัทจัดงานไทยแลนด์ กอล์ฟ แอนด์ ไดฟ์ เอ็กซ์โป 2017 ซึ่งมีผู้ประกอบการในวงการกอล์ฟและการดำน้ำทั้งในประเทศและต่างประเทศมาร่วมออกบูธกว่า 250 ราย คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานมากกว่า 9 หมื่นคน และมีเงินสะพัดกว่า 180 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อนอยู่ที่ 160 ล้านบาท และมีคนไทยมาสมัครเรียนดำน้ำเพิ่มขึ้น 10-15%

"การจัดงานตลอด 14 ปีที่ผ่านมา พบว่า สัดส่วนเจ้าของธุรกิจดำน้ำจากเดิมเป็นของคนต่างชาติถึง 90% ปัจจุบันสัดส่วนเป็นธุรกิจของคนไทยถึง 70% ต่างชาติ 30% โดยตอนนี้มีโรงเรียนสอนดำน้ำมากกว่า 300 แห่ง และมีสนามกอล์ฟมากกว่า 200 สนาม" นายศักดิ์ชัย กล่าว

นางศุภวรรณ ตีระรัตน์ รองผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ หรือทีเส็บ กล่าวว่า ทีเส็บได้สนับสนุนการจัดงานอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2555 เนื่องจากงานนี้มีศักยภาพที่จะสามารถพัฒนาเป็นงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ โดยตั้งเป้าจะติดอันดับท็อปทรีในเร็วๆ นี้

นอกจากนั้น งานดังกล่าวก่อให้ เกิดความร่วมมือทางธุรกิจในรูปแบบ บีทูบี เนื่องจากในแต่ละปีจะมีผู้ประกอบการและผู้เข้าชมงานจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งปีนี้มีพาวิลเลี่ยนจากประเทศในภูมิภาคอาเซียนเข้าร่วมงานด้วย อาทิ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เป็นต้น

ภาพประกอบข่าว