เล็งเพิ่มมาตรฐานสวนสนุก-สวนน้ำ

วันที่ 03 พ.ค. 2560 เวลา 06:14 น.
เล็งเพิ่มมาตรฐานสวนสนุก-สวนน้ำ
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

ความปลอดภัยในการใช้บริการ สวนสนุกและสวนน้ำเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ เพราะเมื่อใดเกิดอุบัติเหตุจนมีคนเจ็บหรือเสียชีวิตจะกระทบความเชื่อมั่นการใช้บริการได้ ยิ่งปัจจุบันผู้ประกอบการธุรกิจนี้มากขึ้นยิ่งต้องให้ความสำคัญเรื่องการปฏิบัติตามมาตรฐาน

วุฒิชัย เหลืองอมรเลิศ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามพาร์ค บางกอก ผู้บริหารสวนสยาม และนายกสมาคมสวนสนุกและสวน พักผ่อนหย่อนใจ เปิดเผยหลังประชุมร่วมกับผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยวและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า สมาคมอยู่ระหว่างร่วมมือวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ออกข้อปฏิบัติร่วมโดยสมัครใจสำหรับสวนน้ำใช้เป็นแนวทางดูแลมาตรฐาน ก่อนออกคงเชิญสวนน้ำต่างๆ มาร่วมหารือในปลายเดือน พ.ค.นี้ หลังออกจะทดลองใช้ 1-2 ปี หากไม่มีข้อโต้แย้งจะส่งให้กรมโยธาธิการและผังเมืองพัฒนาใส่ข้อควบคุมที่เกี่ยวกับรัฐเพื่อออกเป็นกฎกระทรวงต่อไป

สำหรับสวนสนุกมีกฎกระทรวงว่าด้วยการควบคุมเครื่องเล่น พ.ศ. 2558 แล้ว แต่มีข้อติดขัดเรื่องความพร้อมของบุคลากรกระทรวงมหาดไทย ทำให้การตรวจสอบและขอใบอนุญาตทำได้ล่าช้า จึงอยู่ระหว่างทบทวนกฎกระทรวง แก้ไขข้อปฏิบัติเรื่องการขอใบอนุญาตต่างๆ ให้เหมาะสมมากขึ้น

ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ ประธานคณะกรรมการ บริษัท สยามพาร์ค บางกอก กล่าวว่า ความไม่ปลอดภัยในสวนสนุกและสวนน้ำมาจากเจ้าของกิจการหรือนักท่องเที่ยวประมาท ในส่วนของผู้ประกอบการก็อยากฝากให้ร่วมกันเอาใจใส่บำรุงรักษาเครื่องเล่น อบรมผู้เกี่ยวข้องที่ดูแลนักท่องเที่ยวไม่ให้ประมาทตลอดเวลา

นอกจากนี้ ยังมีอีกปัญหาที่อยากฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ นักท่องเที่ยวร้องเรียนว่าแท็กซี่ที่รับส่งมา สวนสนุก สวนน้ำ มักไม่ยอมกดมิเตอร์ คิดราคาเหมาจ่ายแพง บางคนไม่ร้องเรียนแต่ไปเขียนบนออนไลน์ จึงอยากให้ตำรวจท่องเที่ยวดูแล เพราะเป็นหน้าตาของประเทศ ส่วนแท็กซี่ควรซื่อสัตย์ อย่าหวังผลประโยชน์เล็ก น้อยที่ไม่คุ้มกับการที่นักท่องเที่ยวนำเรื่องกลับไปสื่อสารไม่ดี หากซื่อสัตย์ นักท่องเที่ยวชื่นชม ในที่สุดก็หวนมาเป็นผลดีกับแท็กซี่ เพราะนักท่องเที่ยวเชื่อมั่นใช้บริการ

พล.ต.ต.ประเสริฐ เงินยวงผู้บังคับการตำรวจท่องที่ยว กล่าวว่า รับทราบปัญหาแท็กซี่แล้วก็จะเป็นตัวกลางประสานไปยังตำรวจในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาต่อไป

สรุปแล้วทั้งรัฐ เอกชน และผู้ใช้บริการคงต้องร่วมกันปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย จึงจะลดโอกาสเกิดเหตุไม่พึงประสงค์ได้