เที่ยวไทยโตท็อป 10 โลก

  • วันที่ 22 มี.ค. 2560 เวลา 11:46 น.

เที่ยวไทยโตท็อป 10 โลก

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

อุตสาหกรรมท่องเที่ยวสร้างรายได้สำคัญให้ภาคบริการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของไทย ทว่าโลกนี้ไม่ได้มีแค่ไทยที่มุ่งหารายได้จากท่องเที่ยว ดังนั้นหากหวังให้ธุรกิจนี้เป็นหัวหอกสร้างรายได้ คงต้องลุยพัฒนาท่องเที่ยวอย่างไม่หยุดนิ่ง

เดวิด สโคว์ซิลล์ ประธานบริหารสภาการเดินทางและท่องเที่ยวโลก (ดับเบิ้ลยูทีทีซี) เปิดเผยว่า ดับเบิ้ลยูทีทีซีได้จัดทำรายงานผลกระทบของการท่องเที่ยวต่อเศรษฐกิจฉบับล่าสุด พบว่า ปีที่ผ่านมาการท่องเที่ยวไทยสร้างรายได้ 2.9 ล้านล้านบาท หรือ 8.25 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 20.6% ของจีดีพี โดยรายได้รวมจากการท่องเที่ยวต่อจีดีพีของไทยเติบโตถึง 10.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และมีแนวโน้มโตเฉลี่ยปีละ 6.5% ต่อเนื่อง 10 ปีข้างหน้า คือปี 2560-2570 ทำให้ท่องเที่ยวไทยโตติดอันดับ 10 ของอัตราเติบโตเร็วที่สุดของโลกในทศวรรษหน้า และหากโตในระดับนี้จะทำให้รายได้ท่องเที่ยวสัดส่วนเพิ่มเป็น 1 ใน 3 ของจีดีพี

เมื่อดูยอดใช้จ่ายที่เกิดจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ปีที่ผ่านมาขยายตัว 13.4% ปีนี้มีแนวโน้มเติบโต 10.3% ส่วนอัตราการเติบโตเฉลี่ย 10 ปีข้างหน้า อยู่ที่ 7.3% ต่อปี ขณะที่การลงทุนเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทย ปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 24.55 ล้านล้านบาท คิดเป็น 7.1% ของการลงทุนทั้งประเทศ

ด้านการจ้างงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 15.1% ของการจ้างงานทั้งประเทศ โต 6.1% จากปี 2558 ปีนี้สัดส่วนการจ้างงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเทียบกับการจ้างงานทั้งประเทศน่าจะโต 6.9% เป็น 6.1 ล้านตำแหน่ง และคาดว่าจะโตเฉลี่ย 4.6% จากนี้ถึงปี 2570 ซึ่งเวลานั้นน่าจะมีการจ้างงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว 9.6 ล้านตำแหน่ง

สโคว์ซิลล์ กล่าวว่า ไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่นักท่องเที่ยวสนใจอันดับต้นๆ สิ่งที่รัฐบาลไทยต้องทำหลังจากนี้คือเดินหน้าโครงการเพื่อความยั่งยืนต่างๆ ด้านท่องเที่ยวตามแผนพัฒนาการท่องเที่ยวฉบับที่ 2 (ปี 2560-2564) เพื่อคุ้มครองและรักษาแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและวัฒนธรรมไว้ ส่วนวันที่ 26-27 เม.ย.นี้ จะมีการประชุมสุดยอดระดับโลกของดับเบิ้ลยูทีทีซีที่กรุงเทพฯ เพื่อหารือปัญหาเร่งด่วนด้านท่องเที่ยว ซึ่งไทยควรใช้โอกาสนี้แสดงความแข็งแกร่งของประเทศในฐานะแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกได้

 

 

ศุภวรรณ ถนอมเกียรติภูมิ นายกสมาคมโรงแรมไทย กล่าวว่า การท่องเที่ยวไทยโตมากเมื่อปี 2558 เพราะฐานปี 2557 ต่ำ มีปัญหาในประเทศ ส่วนปี 2559 โตต่อเนื่องจากปี 2558 แต่การท่องเที่ยวไทยคงไม่สามารถโต 6-8% ไปได้ตลอดทุกปีเมื่อฐานท่องเที่ยวใหญ่ขึ้น ทั้งนี้เชื่อว่าไทยจะไม่มีปัญหาที่พักไม่พอรองรับการท่องเที่ยวที่โต เพราะที่พักยังมีมากกว่าความต้องการ สิ่งที่ไทยต้องเร่งทำคือบริหารจัดการให้สถานที่ท่องเที่ยวทั้งภูเขา ทะเล และอื่นๆ อยู่ในสภาพดีแบบนี้ไป 10 ปีข้างหน้า เพื่อให้นักท่องเที่ยวมาแล้วอยากกลับมาอีก เน้นสร้างความยั่งยืนให้การท่องเที่ยว

เช่นเดียวกับ สุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการผู้อำนวยการ กลุ่มบริษัท เอเชีย โฮเต็ล กล่าวว่า สิ่งที่ต้องทำรองรับท่องเที่ยวเติบโตคือเตรียมพร้อมบุคลากรด้านท่องเที่ยวและสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น สนามบิน ขนส่งระบบราง เป็นต้น

เมื่อรายได้ภาคบริการโต รัฐต้องวางแผนรับมือให้ดีเพื่อจะได้โตแบบยั่งยืน

ข่าวอื่นๆ