เดนท์สุปรับกลยุทธ์ลดเสี่ยง ลุ้นโฆษณามี.ค.ฟื้น

วันที่ 16 มี.ค. 2560 เวลา 05:47 น.
เดนท์สุปรับกลยุทธ์ลดเสี่ยง ลุ้นโฆษณามี.ค.ฟื้น
โดย...จะเรียม สำรวจ

หลังจากก้าวเข้าสู่เดือน มี.ค.เป็นต้นมา ภาพรวมของอุตสาหกรรมโฆษณาก็เริ่มปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มมีอารมณ์ในการออกมาจับจ่ายใช้สอย ส่งผลให้เจ้าของสินค้าเริ่มมีความมั่นใจออกมาใช้งบทำกิจกรรมการตลาดและซื้อสื่อโฆษณามากขึ้น หลังจากในช่วงเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา เอเยนซีต่างหายใจไม่ทั่วท้อง เพราะเม็ดเงินโฆษณาที่ไหลเข้ามาผิดไปจากที่คาดหมายค่อนข้างมาก

ณรงค์ ตรีสุชน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดนท์สุ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้เม็ดเงินโฆษณาในช่วงเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ยังคงมีการขยายตัวติดลบต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเกิดจากภาวะเศรษฐกิจของไทยยังอยู่ในภาวะชะลอตัว ประกอบกับ มู้ด (อารมณ์) ในการจับจ่ายยังไม่กลับมา โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าชาวญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นประเทศที่ค่อนข้างอ่อนไหวเหมือนกับประเทศไทย ภายหลังพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชสวรรคต จึงทำให้การใช้เม็ดเงินโฆษณาในเดือน ก.พ.ยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทั้งที่ช่วงเดือน ก.พ.ของทุกปีเม็ดเงินโฆษณาจะมีอัตราเติบโตสูง แต่ปีนี้เม็ดเงินหายไปประมาณ 30%

แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากเข้าสู่เดือน มี.ค.สถานการณ์เริ่มปรับตัวดีขึ้น เห็นได้จากการออกมาใช้งบของกลุ่มสินค้าต่างๆ จากแนวโน้มที่ดีขึ้นหลายฝ่ายต่างหวังว่าน่าจะส่งผลดีจนถึงไตรมาส 2 ต่อเนื่องถึงไตรมาส 3 แม้ว่าช่วงหลังจากกลางเดือน เม.ย.เป็นต้นไป จะก้าวเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซั่น เพราะใกล้เข้าสู่ช่วงหน้าฝนก็ตาม

จากความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นส่งผลให้บริษัท เดนท์สุ (ประเทศไทย) ต้องออกมาปรับกลยุทธ์ในการทำการตลาด ด้วยการหันมาโฟกัสการให้บริการลูกค้าแบบฟูลเซอร์วิส โดยนำความแข็งแกร่งของบริษัทในเครือมาหลอมรวมเป็นบริการที่ครบวงจร เพื่อให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า

ปัจจุบัน บริษัท เดนท์สุ (ประเทศไทย) มีบริษัทในเครือ 9 บริษัท แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มแบรนด์เอเยนซี ได้แก่ บริษัท เดนท์สุ (ประเทศไทย) และบริษัท เดนท์สุ วัน (กรุงเทพฯ) กลุ่มมีเดีย เอเยนซี ได้แก่ บริษัท กะรัต (ประเทศไทย) บริษัท เดนท์สุ มีเดีย (ประเทศไทย) บริษัท วีเซียม (ประเทศไทย) และบริษัท โปสเตอร์สโคป (ประเทศไทย) ส่วนกลุ่มสุดท้าย คือ กลุ่มดิจิทัล เอเยนซี ได้แก่ บริษัท ไอโซบาร์ (ประเทศไทย) บริษัท ไอพรอสเพค (ประเทศไทย) และบริษัท โคลัมบัส (ประเทศไทย)

พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ทำให้บริษัท เดนท์สุ (ประเทศไทย) ต้องปรับตัวตามให้ทัน ด้วยการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึก พร้อมนำข้อมูลที่ได้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ เพราะความต้องการของลูกค้าในยุคปัจจุบัน คือ บริษัทหรือองค์กรที่มีความสามารถและรองรับความต้องการของลูกค้าได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นในด้านของข้อมูล (ดาต้า) สื่อ (มีเดีย) ดิจิทัล หรือความคิดสร้างสรรค์ (ครีเอทีฟ) ใน รูปแบบ วัน สต็อป โซลูชั่น

ณรงค์ กล่าวอีกว่า กลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่จะเน้นเข้าไปทำตลาดนับจากนี้ ยังคงเน้นไปที่กลุ่มบริษัทขนาดใหญ่และขนาดกลาง ขณะเดียวกันก็จะหันไปขยายกลุ่มเป้าหมายที่ไม่ได้เป็นบริษัทญี่ปุ่น (นันเจแปน) มากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงและขยายฐานลูกค้าให้มีความแข็งแกร่ง โดยสิ้นปีคาดว่าจะสามารถขยายฐานนันเจแปนได้เพิ่มเป็น 30% จาก 20% และในปี 2563 คาดว่าจะเพิ่มเป็น 35-40%

แม้ว่าจะให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้านันเจแปนมากขึ้น แต่ในด้านของกลุ่มลูกค้าญี่ปุ่นก็ยังคงเดินหน้าเพิ่มฐานลูกค้าใหม่เช่นกัน เพื่อ ให้สิ้นปีมีรายได้เติบโต 30% ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต