บิ๊กนักธุรกิจเปิดเคล็ดลับ ปรับให้ทันการณ์-ฟังโซเชียล

วันที่ 22 พ.ย. 2559 เวลา 21:55 น.
บิ๊กนักธุรกิจเปิดเคล็ดลับ ปรับให้ทันการณ์-ฟังโซเชียล
โดย...จะเรียม สำรวจ

จากปัจจัยลบด้านเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ส่งผลกระทบกับภาคธุรกิจตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ประกอบกับเมื่อวันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา คนไทยต้องพบกับความโศกเศร้าจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต ส่งผลให้อารมณ์การจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคปรับตัวลดลงอีกครั้ง และคาดการณ์ว่าจะยาวไปจนถึงปี 2560

แม้ว่าอารมณ์ในการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคในปลายปี 2559 ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2560 จะยังไม่อยู่ในภาวะปกติ แต่ธุรกิจก็ยังคงต้องเดินหน้าต่อไป และด้วยความหวังว่าปี 2560 จะมีปัจจัยบวกในหลายด้านเกิดขึ้นโดยเฉพาะปัญหาการเมืองที่เดินหน้าตามโรดแมปไปสู่การเลือกตั้ง ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจต่างกัดฟันสู้ ด้วยการปรับกลยุทธ์ดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความต้องการของผู้บริโภค

จิรายุทธ์ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก กล่าวว่า ผลกระทบที่น่าเป็นห่วงสำหรับเศรษฐกิจไทยในปีหน้า คือ แผนพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เนื่องจากภาครัฐจะมีการอนุมัติงบลงทุนระบบรถไฟความเร็วสูงถึง 1.5 แสนล้านบาท เพราะการลงทุนดังกล่าวไม่ได้ส่งผลดีให้กับระบบโครงสร้างทางเศรษฐกิจเท่าไหร่นัก

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีปัจจัยลบให้ต้องกังวล แต่หากมีการปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทุกอย่างก็น่าจะกลับมาเป็นผลดี ซึ่งในส่วนของบริษัทเองก็ได้มีการเตรียมความพร้อมทั้งในด้านของการหาแหล่งน้ำ และใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย เนื่องจากมีการคาดการณ์กันว่าปี 2560 จะเป็นอีกหนึ่งปีที่ต้องประสบกับปัญหาภัยแล้ง

เช่นเดียวกับ อนุทิน ชาญวีรกูล ประธานคณะกรรมการ บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ กล่าวว่า ส่วนตัวมีความเชื่อมั่นในประเทศไทย เพราะพื้นฐานทุกอย่างของประเทศไทยมีความแข็งแรง มีเพียงคนไทยเท่านั้นที่มองว่าประเทศไทยอยู่ในภาวะย่ำแย่ เนื่องจากตอนนี้ผู้บริโภคไม่มีอารมณ์ที่จะออกมาจับจ่ายใช้สอย

ดังนั้น การจะทำธุรกิจให้ผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ไม่ทำตัวเองฝืนกระแส เช่น ขณะนี้จนถึงปีหน้ายังอยู่ในช่วงไว้ทุกข์ หากผลิตสินค้าสีสันลวดลายเข้าทำตลาด หรือออกมาทำโปรโมชั่นลดแลกแจกแถม ก็อาจจะทำให้เกิดกระแสต่อต้านในสังคมได้ เนื่องจากปัจจุบันกระแสโซเชียลมีเดียในประเทศไทยค่อนข้างแรง

ขณะที่ อัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ หรือ บีเจซี และบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ กล่าวว่า บริษัทมีความเชื่อมั่นในประเทศไทย ซึ่งในส่วนของปี 2560 บริษัทมีแผนที่จะขยายธุรกิจบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ไปในตลาดประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งกลุ่มประเทศที่บริษัทให้ความสนใจจะเข้าไปลงทุน คือ คาบสมุทรอินโดจีน เนื่องจากบริษัทต้องการให้สินค้าไทยโลดแล่นไปในตลาดอาเซียน โดยบีเจซีจะทำหน้าที่เป็นต้นน้ำและกลางน้ำ ขณะที่บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จะทำหน้าที่เป็นกลางน้ำและปลายน้ำ นำสินค้าไปถึงมือผู้บริโภค

“ไม่ว่าเศรษฐกิจและกำลังซื้อจะเป็นอย่างไร ถ้าหากปรับตัวและปรับแผนการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้น และสิ่งที่สำคัญคือไม่ฝืนกระแสสังคมโดยเฉพาะในโลกโซเชียลมีเดีย ก็จะสามารถก้าวผ่านวิกฤตต่างๆ ไปได้” อัศวิน กล่าว

ทอม เครือโสภณ ดีลเมกเกอร์ กล่าวว่า ในปี 2560 ประชาชนคนไทยจะยังคงอยู่ในความโศกเศร้า แต่อยากให้ทุกคนเก็บความโศกเศร้าเป็นการระลึกพร้อมให้เกียรติกับพระมหากรุณาธิคุณ เพื่อเดินหน้าต่อ เพราะถ้าสามารถทำธุรกิจให้เกิดแสงสว่างได้ในที่มืด การทำธุรกิจก็จะประสบความสำเร็จ เนื่องจากทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวเราเป็นผู้กำหนดจะว่าดีหรือไม่ดี