จีนคุมเข้มอี-คอมเมิร์ซ

วันที่ 10 พ.ย. 2559 เวลา 12:40 น.
จีนคุมเข้มอี-คอมเมิร์ซ
หน่วยงานรัฐจีนควบคุมขายของออนไลน์ เตรียมลงดาบบริษัทหลอกผู้บริโภคปั่นยอดขายวันคนโสด

คณะบริหารอุตสาหกรรมและการค้าแห่งชาติ (เอสเอไอซี) หนึ่งในหน่วยงานกำกับดูแลด้านการค้าของจีน ประกาศคุมเข้มการซื้อขายสินค้าออนไลน์ก่อนถึงวันคนโสด ในวันที่ 11 พ.ย. ซึ่งเป็นวันลดราคาสินค้าครั้งใหญ่ของจีน และเรียกบริษัทอี-คอมเมิร์ซรายใหญ่จำนวนมากภายในประเทศเข้าพบ เพื่อหารือมาตรการปราบปรามต่างๆ

ไฟแนนเชียลไทมส์ รายงานว่าเอสเอไอซีเรียกบริษัท อาลีบาบา เจดีดอทคอม อเมซอนดอทคอม ไป่ตู้เทนเซนต์ และบริษัทอี-คอมเมิร์ซอีกหลายแห่งเข้าพบ เตือนให้บริษัทดังกล่าวสอดส่องดูแลแพลตฟอร์มเพื่อป้องกันการจำหน่ายสินค้าปลอม การปั่นยอดขายสินค้า และการใช้โฆษณาหลอกลวงให้ผู้บริโภคหันมาซื้อสินค้า

รายงานระบุว่า วันคนโสดเป็นวันลดราคาสินค้าครั้งใหญ่ ทำให้ผู้บริโภคจีนซื้อสินค้าออนไลน์จำนวนมากในวันดังกล่าว และสร้างรายได้มหาศาลให้กับบริษัทอี-คอมเมิร์ซจีน ซึ่งเป็นวันที่ผู้ขายสินค้าและบริษัทต่างแข่งขันกันอย่างดุเดือด เพื่อดึงดูดให้ผู้บริโภคหันมาซื้อสินค้า โดยเมื่อปีที่ผ่านมาผู้ซื้อสินค้าออนไลน์จีนพบพฤติกรรมทุจริตของผู้ขายสินค้าจำนวนมาก ซึ่งพฤติกรรมที่พบมากที่ที่สุดคือการให้ส่วนลดปลอมเพื่อหลอกให้สินค้า โดยผู้ขายได้ตั้งราคาสินค้าไว้สูงเกินจริง แล้วมาลดราคาอย่างหนักในวันคนโสด

เอสเอไอซี ระบุว่า จะเพิ่มการควบคุมดูแลตลาดมากยิ่งขึ้นในปีนี้ โดยจะกำกับดูแลการซื้อขายออนไลน์ให้เป็นไปตามกฎหมายของจีน และร่วมมือกับบริษัทรายใหญ่ในภาคอุตสาหกรรมเพื่อสร้างสภาวะการแข่งขันที่เท่าเทียมกัน ปลอดภัย และเชื่อถือได้

ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ ประกาศปราบปรามพฤติกรรมทุจริตของผู้ขายสินค้าออนไลน์เมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยระบุว่าวันคนโสดเป็นวันที่ภาคธุรกิจต้องแสดงความซื่อสัตย์ต่อผู้บริโภค และรัฐบาลต้องปกป้องสิทธิของผู้บริโภค

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (เอสอีซี) สอบสวนแนวทางการทำบัญชีของอาลีบาบาเมื่อเดือน พ.ค. เพื่อตรวจสอบว่าบริษัทละเมิดกฎหมายของรัฐบาลกลางหรือไม่ ขณะที่ผู้จำหน่ายสินค้าหลายรายในจีนตั้งคำถามเกี่ยวกับยอดขายของอาลีบาบาในวันคนโสด โดยเมื่อปีที่แล้วยอดขายของอาลีบาบาผู้ให้บริการแพลตฟอร์มจำหน่ายสินค้าออนไลน์รายใหญ่ที่สุดในจีน มียอดขายถึง 1.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.89 แสนล้านบาท) และคาดว่ายอดขายดังกล่าวในปีนี้จะสูงกว่าปีที่แล้ว