ทีม Jabjai For School โชว์ผลงานอันยอดเยี่ยม คว้ารางวัลชนะเลิศในโครงการ Young Technopreneur 2016

Sponsored Content
วันที่ 11 ต.ค. 2559 เวลา 17:18 น.
ทีม Jabjai For School โชว์ผลงานอันยอดเยี่ยม คว้ารางวัลชนะเลิศในโครงการ Young Technopreneur 2016
 

ประกาศรายชื่อทีมชนะเลิศที่สร้างผลงานยอดเยี่ยมในโครงการ Young Technopreneur 2016 ซึ่งทีมที่คว้ารางวัลชนะเลิศ (Samart Innovation Award) ได้แก่ ทีม Jabjai For School ที่ได้นำเอาเทคโนโลยีอันทันสมัยมาใช้กับโรงเรียนเพื่อเพิ่มศักยภาพด้านบริหารจัดการผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ

โครงการ Young Technopreneur ได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 เป็นการร่วมมือระหว่างสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กับบริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เพื่อช่วยสนับสนุนนโยบายภาครัฐ ที่จะนำพาประเทศไทยก้าวสู่โมเดล "ไทยแลนด์ 4.0" ที่ต้องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์

ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ได้กล่าวว่าถึงโครงการ Young Technopreneur ว่า "เราได้ร่วมทำโครงการนี้เป็นปีที่ 5 ซึ่งได้มีทีมที่เข้ามาสมัครกว่าร้อยทีม เข้าแคมป์เป็นระยะเวลา 72 ชั่วโมง ผ่านการคัดเลือกให้เหลือเพียง 23 ทีม ซึ่งได้คัดเลือกจนเหลือเพียง 3 ทีม"

โดยทีมที่ชนะทั้ง 3 ทีม นอกจากจะได้รางวัลเป็นตัวเงินแล้ว ยังได้มีโอกาสไปดูงานในต่างประเทศอีกด้วย ซึ่งถือว่าน้องๆ ที่มีอายุ 25-30 ปี ได้มีโอกาสก้าวกระโดดไปเป็นเจ้าของกิจการได้เลย แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่เราต้องรับผิดชอบ

เราต้องมีพลังที่จะขับเคลื่อนความฝันให้เป็นผลิตภัณฑ์หรือเป็นบริการให้กับลูกค้า โดยความจริงใจเป็นเรื่องที่สำคัญ อาทิ ความจริงใจต่อผู้ถือหุ้นและความจริงใจต่อพนักงาน

สิ่งที่สำคัญอีกประการคือ ความมีวินัยต่อตนเอง ต่อเพื่อนร่วมงาน ต่อองค์กร และเพื่อนรอบข้าง ซึ่งมีความสำคัญต่อการทำธุรกิจ คงมีอีกหลายเรื่องที่ต้องฝ่าฟันและเรียนรู้ การล้มในแต่ละครั้งย่อมเป็นบนเรียนสำคัญที่ทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น และสิ่งเหล่านี้จะเป็นบนเรียนที่ดีที่ทำให้เราก้าวข้ามอุปสรรค และทำให้เราเติบโตต่อไปอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ประธานกรรมการบริหาร บมจ. สามารถคอร์ปอเรชั่น นายเจริญรัฐ วิไลลักษณ์ ได้ขึ้นมากล่าวบนเวทีว่า "ปีนี้เป็นปีที่ 14 ที่กลุ่มบริษัทสามารถ ให้การสนับสนุนโครงการ Samart Innovation Award ซึ่งนับเป็นบริษัทแรกๆ ของประเทศไทยที่เข้าร่วมโครงการ เพราะเมื่อ 14 ปีที่ผ่านมา เราขายโทรศัพท์มือถือ i-mobile และเราอยากหาแอปพลิเคชัน และซอฟต์แวร์ใหม่ๆ มาใส่ในโทรศัพท์เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดได้ และเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา สวทช. โดยเฉพาะซอฟต์แวร์ปาร์คได้เริ่มทำโครงการเถ้าแก่น้อย ทางเราก็ดีใจที่ได้เข้าร่วมโคงการ"

ตั้งแต่เริ่มโครงการมามีหลายๆ ทีมที่ได้รับรางวัลได้ไปเป็นเถ้าแก่ ประสบความสำเร็จจริง ซึ่งจะเห็นได้ว่าคนที่ประสบความสำเร็จริงๆ นั้น นอกจากจะมีความคิดที่ดีแล้ว ยังเป็นคนขยันอีกด้วย

สิ่งหนึ่งที่อยากให้ทุกคนตระหนัก คือเราต้องคิดว่าเมื่อมีนวัตกรรมแล้ว เราต้องทำอย่างไรให้เหมาะสมกับเวลาและตลาด ซึ่งที่จริงแล้วเราต้องดูหลายๆ ปัจจัย ไม่ใช่แค่มีผลิตภัณฑ์ เราต้องดูว่าผู้บริโภคต้องการอะไร บางทีเรามีนวัตกรรม มีไอเดียแปลกๆ มากมาย แต่บางทีอาจจะไม่เป็นที่ต้องการของตลาดก็ได้

บริษัท สามารถ ก็ประสบความสำเร็จในหลายๆ อย่าง อาทิ การนำเอาบริการที่ประสบความสำเร็จในต่างประเทศ เข้ามาในประเทศไทยและทำราคาให้คนไทยรับได้ ซึ่งส่วนมากเราจะประสบความสำเร็จในเรื่องเหล่านี้ ซึ่งพวกเราบางคนในที่นี้ก็อาจจะมีนวัตกรรมที่สามารถขายให้กับชาวโลกได้จริงๆ

นายนรินทร์ คูรานา สมาชิกจากทีม Jabjai For School ผู้คว้ารางวัลชนะเลิศกล่าวว่า "เทคโนโลยีนี้เกิดจากความต้องการเห็นสังคมไทยเป็น Cashless Society ตอนเริ่มแรกๆ ก็ไม่แน่ใจว่าประเทศไทยพร้อมหรือยัง จึงได้นำระบบซื้อขายด้วยลายนิ้วมือนำมาทดสอบใช้กับโรงเรียนก่อนและก็ได้รับผลตอบรับดีมาก โดยเริ่มจากโรงเรียนต้นแบบและได้พัฒนาระบบมาจนสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น"

เทคโนโลยีนี้เป็นระบบบริหารจัดการภายในโรงเรียนที่ต้องการการยืนยันถึง 2 ขั้นตอน คือ กดรหัส 4 หลัก และสแกนลายนิ้วมือ เป็นระบบ Prepaid สำหรับนักเรียนที่มีเงินฝากไว้กับบัญชีในโรงเรียน นอกจากนี้ ยังมีแอปพลิเคชันสำหรับตัวนักเรียนเองหรือผู้ปกครองสามารถดูได้ว่ามีเงินคงเหลือเท่าไหร่และสามารถจำกัดวงเงินใช้จ่ายได้ พร้อมทั้งสามารถ้ดูประวัติการเรียน และการเข้าออกโรงเรียนได้อีกด้วย

ตอนนี้ยังอยู่ในเฟสแรก โดยเรามองถึงยุค Cashless Society คือเป็นสังคมที่ไม่ต้องใช้เงินสดอีกต่อไป ทุกอย่างใช้ระบบดิจิตอล โดยระบบนี้จะช่วยลดข้อผิดพลาด ลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน เพิ่มศักยภาพให้กับโรงเรียน ช่วยพัฒนาโรงเรียนให้เป็นยุคดิจิตอล และเพิ่มภาพลักษณ์ให้กับโรงเรียนได้อีกด้วย

ศรัณย์ ลีลาเวทพงษ์ สมาชิกจากทีม HOPS : Seamless Shopping Experience ที่คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้อธิบายถึงผลิตภัณฑ์ว่า "เป็นแอปพลิเคชันมือถือรูปแบบใหม่ให้กับร้านค้า เพื่อช่วยในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลทางการตลาด ดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาเยี่ยมชมร้านค้าด้วยการมองคะแนนสะสมเมื่อลูกค้าเดินเข้าร้าน กระตุ้นให้ลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์กับสินค้าภายในร้านค้า รวมถึงการสำรวจความคิดเห็นหลังการซื้อขาย ทำให้ร้านค้าสามารถสื่อสารกับลูกค้าได้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ถูกที่ถูกเวลา เข้าใจความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น"

ณัฐกานต์ สระทองอยู่ สมาชิกทีม O Orchid ระบบดูแลและจัดการฟาร์มกล้วยไม้ กล่าวว่า "เราทำระบบการจัดการให้กับพืชให้มีผลผลิตได้ทุกฤดู โดยทำความชื้นให้กับต้นไม้ เราต้องดูว่าต้นไม้ชอบความชื้นที่เท่าไหร่ เพราะความชื้นเป็นปัจจัยที่ทำให้ต้นไม้โตเร็วด้วย ที่เลือกกล้วยไม้เพราะเป็นไม้ดอกที่มีปริมาณส่งออกเป็นอันดับ 1 ของประเทศ"

ที่ตั้งใจไว้คือทำความชื้นแบบระบบเปิด เมื่อความชื้นเพียงพอแล้วระบบจะปิดและลมก็สามารถพัดถ่ายเทอากาศได้ ใช้ระบบหมอกควัน ultrasonic ซึ่งทำให้เกิดความชื้นแต่ไม่มีไอน้ำเกาะ โอกาสที่จะทำให้รากเน่าเพราะความชื้นมีน้อยมาก

เราสามารถต่อยอดจากอุปกรณ์นี้ คือทำให้เป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานจริงขายให้เกษตรกรโดยตรง โดยเป็นอุปกรณ์เปิด-ปิดน้ำ และเปิด-ปิดหมอก ใช้ระบบ online ที่สามารถดูสถานะ ความชื้น อุณหภูมิในฟาร์มแบบ real-time มีแอปพลิเคชันสำหรับควบคุมสั่งงานผ่านมือถือ

สำหรับปีหน้า โครงการฯ ได้มีการปรับหลักสูตรอบรมให้สอดรับกับเทรนด์เทคโนโลยีและหัวข้อการประกวด โดยนำผลที่ได้จากโครงการฯ ทั้ง 5 รุ่น มาปรับปรุงเนื้อหากิจกรรมให้เหมาะกับนักเทคโนโลยีรุ่นใหม่มากขึ้น ภายใต้หัวข้อประเภทการประกวด 5 กลุ่ม ซึ่งเป็นกลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมเป้าหมาย ที่โครงการ Thailand 4.0 ของภาครัฐให้ความสำคัญ อันได้แก่ 1. กลุ่มอาหาร เกษตร และเทคโนโลยีชีวภาพ (Food, Agriculture & Bio-Tech) 2. กลุ่มสาธารณสุข สุขภาพ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ (Health, Wellness & Bio-Med) 3. กลุ่มเครื่องมืออุปกรณ์อัจฉริยะ หุ่นยนต์ และระบบเครื่องกล (Smart Devices, Robotics & Mechatronics, Smart Logistic, Smart Energy) 4. กลุ่มดิจิทัล เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมต่อและบังคับอุปกรณ์ต่างๆ (Digital, Internet of Things, Fintech, Ecommerce, Education Technology) และ 5. กลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ วัฒนธรรม และบริการที่มีมูลค่าสูง (Creative, Culture & High Value Services, Life style, Tourism)

โครงการเถ้าแก่น้อยเทคโนโลยี 2017 เปิดรับสมัครตั้งแต่เดือนมกราคม 2560 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2560 หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ โทร. 02-583-9992 ต่อ 1510 www.nstda.or.th/bic/ หรือ ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โทร. 02-502-6522 www.samartsia.com