รัฐบาลมอบกระทรวงเกษตรฯดูแลปัญหาน้ำท่วม

วันที่ 02 ต.ค. 2559 เวลา 21:35 น.
รัฐบาลมอบกระทรวงเกษตรฯดูแลปัญหาน้ำท่วม
รัฐบาลมอบกระทรวงเกษตรฯเป็นเจ้าภาพแก้ปัญหาน้ำท่วมขัง สั่งจังหวัดตั้งทีมชี้แจงประชาชนที่ต้องเสียสละที่ดินเป็นพื้นที่รับน้ำ

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในขณะนี้ ซึ่งมีหลายจังหวัดที่น้ำท่วมขังในย่านชุมชนและพื้นที่เศรษฐกิจ ว่า รัฐบาลประสงค์จะให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปด้วยความรวดเร็ว จึงได้มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นหน่วยงานหลักแก้ไขปัญหาในแต่ละพื้นที่ และให้ท้องถิ่นเป็นผู้สนับสนุนข้อมูล         

"รัฐบาลจำเป็นต้องผันน้ำหรือระบายน้ำเข้าไปในบางพื้นที่ โดยสร้างคันกั้นน้ำ บังคับไม่ให้น้ำไหลอย่างสะเปะสะปะ ซึ่งหน่วยงานชลประทานและหน่วยงานอื่น ๆ ของกระทรวงเกษตรฯอยู่ในจังหวัดจะเป็นผู้พิจารณาว่า จะผันน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมอย่างไร และจะผันน้ำไปไว้ที่ใด เพื่อไม่ให้กระทบต่อพื้นที่เพาะปลูกและที่อยู่อาศัยของประชาชน หรือมีผลกระทบน้อยที่สุด โดยอปท. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จะเป็นผู้สำรวจและให้ข้อมูลแก่หน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯเพื่อประกอบการตัดสินใจ ส่วนพื้นที่เกษตรกรรมที่อยู่ระหว่างการเก็บเกี่ยวในเดือนต.ค. หลังจากการเก็บเกี่ยวแล้ว ก็จะผันน้ำเข้าไปเก็บไว้ใช้ในฤดูกาลหน้า"พล.ท.สรรเสริญ กล่าว

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า เรื่องนี้จะดำเนินการทันที โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุว่า การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าโดยเฉพาะภัยธรรมชาติ จะต้องวางแผนและทำงานอย่างเป็นระบบ ต้องกำหนดให้มีหน่วยงานหลัก และบูรณาการส่วนที่เกี่ยวข้องลงไปจัดการกับปัญหาในพื้นที่ ไม่ใช่ต่างคนต่างทำเหมือนที่ผ่านมา  โดยเมื่อมีการตกลงกันแล้วว่า จะผันน้ำเข้าพื้นที่ใด ขอให้จังหวัดจัดตั้งทีมออกไปชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนให้ชัดเจนว่า ผู้ที่ต้องเสียสละที่ดินของตนให้เป็นพื้นที่รับน้ำนั้น จะได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากทางราชการอย่างไร เพื่อให้เกิดความร่วมมือที่ดีในการแก้ไขปัญหา

ทั้งนี้ หากจังหวัดติดขัดในเรื่องการประสานงานกับส่วนราชการในพื้นที่ ให้รีบแจ้งไปยังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ช่วยแก้ปัญหาในระดับกระทรวงโดยด่วน ส่วนในระยะต่อไป กระทรวงเกษตรฯจะเร่งสนับสนุนให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการเกษตรแปลงใหญ่ และหันไปปลูกพืชชนิดอื่นแทนข้าว หรือเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจที่ค้าขายได้ดีกว่า เพื่อลดความเสี่ยงที่เกิดจากภัยธรรมชาติ รวมทั้งเกษตรกรจะประหยัดต้นทุน ได้รับการสนับสนุนด้านวิชาการ และมีตลาดรองรับผลผลิตอีกด้วย 

บทความแนะนำ