ท่องเที่ยวพร้อมปรับตัว รับเทรนด์สังคมสูงอายุ

  • วันที่ 01 ก.ย. 2559 เวลา 20:43 น.

ท่องเที่ยวพร้อมปรับตัว รับเทรนด์สังคมสูงอายุ

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบสอดคล้องกับสังคมโลกที่ก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ เรื่องนี้เป็นความท้าทายของภาคธุรกิจที่จะต้องปรับตัว ทำให้สินค้าและบริการโดนใจกลุ่มผู้สูงอายุซึ่งมีกำลังซื้อสูง ใครไม่ปรับตัวหรือปรับตัวช้ากว่าคู่แข่งอาจเสียโอกาสด้านรายได้ไปอย่างน่าเสียดาย โดยภาคท่องเที่ยวของไทยก็เริ่มตื่นตัวรับทิศทางนี้แล้ว ด้วยการปรับสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์สังคมสูงอายุมากขึ้น

สมชัย รัตนโอภาส ประธานกลุ่มโรงแรมเอ-วัน กรุงเทพฯ และพัทยา เปิดเผยว่า เอ-วันมีโรงแรมที่รองรับผู้สูงอายุและผู้พิการได้ดี 1 แห่ง คือ เอ-วัน พัทยา บีช รีสอร์ท ซึ่งมีห้องพัก 52 ห้อง โดยเริ่มสร้างโรงแรม 4-5 ปีที่แล้ว ในเวลานั้นยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดเตรียมการรับผู้สูงอายุลักษณะนี้ การทำโรงแรมรองรับผู้สูงอายุต้องเตรียมการตั้งแต่ขั้นตอนก่อนก่อสร้าง การออกแบบโรงแรม หากเป็นโรงแรมเก่าจะปรับปรุงใหม่ให้รองรับผู้สูงอายุอาจจะทำไม่ได้เต็มที่

ทั้งนี้ การสร้างโรงแรมที่รองรับผู้สูงอายุและผู้พิการได้ดีต้องยอมเสียพื้นที่ใช้สอยมากกว่าโรงแรมทั่วไป เพราะโรงแรมรองรับผู้สูงอายุต้องมีทางหนีไฟเอื้ออำนวยกับคนสูงอายุและพิการ มีทางลาดทุกชั้น ซึ่งกินพื้นที่ระหว่างชั้นมากเพราะหากชันมากเกินไปก็อันตราย ชันน้อยเกินไปรถเข็นก็ไม่ไหล โรงแรมเก่าจะปรับไม่ได้เพราะติดปัญหาเรื่องความลาดชันของทาง ขณะเดียวกันในห้องพักต้องทำประตูทางเข้าและประตูห้องน้ำที่กว้างกว่าประตูทั่วไปให้รถเข็นเข้าได้สะดวก ส่วนพื้นที่อื่นในโรงแรมก็ต้องรองรับผู้ที่นั่งรถเข็นได้ดี

“ปกติโรงแรมที่มีพื้นที่เท่ากันจะสร้างห้องพักได้ 80-90 ห้อง แต่เมื่อทำเป็นโรงแรมที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับผู้สูงอายุและคนพิการก็จะเสียพื้นที่ไปมากกว่าทำให้สร้างห้องพักได้น้อยลง เหลือแค่ 52 ห้อง อย่างไรก็ตามผลตอบรับที่ได้ก็ดีกว่าโรงแรมทั่วไป สามารถขายห้องพักได้ในราคาสูงกว่าโรงแรมระดับเดียวกัน โดยขายได้ 4,000-5,000 บาท/คืน ปรับขึ้นราคาได้มากกว่าโรงแรมทั่วไประดับ 4 ดาวเหมือนกัน 10-20% และที่ผ่านมาอัตราเข้าพักโรงแรมนี้ก็จะอยู่ในระดับ 80% ขึ้นไปถึงเต็ม 100% ตลอด” สมชัย กล่าว

ที่ผ่านมา เอ-วันนำโรงแรมนี้ไปเจาะตลาดลูกค้าสูงวัยต่อเนื่อง ซึ่งตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศเมื่อได้รับทราบข้อมูลสิ่งอำนวยความสะดวกในโรงแรมที่รองรับรถเข็นได้ทั้งหมดก็จะสนใจมาก ขณะที่ภาพรวมการใช้บริการของนักท่องเที่ยวกลุ่มที่สูงอายุดีมาก กลุ่มนี้พักนานเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน เพราะได้รับเงินเกษียณอายุจากต่างประเทศมากสำหรับใช้จ่าย โดยสัดส่วนผู้สูงอายุที่ใช้บริการโรงแรมนี้ปัจจุบันมีกว่า 10% ที่เหลือเป็นนักท่องเที่ยวทั่วไป

ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา กล่าวว่า โรงแรมมองเห็นแนวโน้มสังคมผู้สูงอายุว่ากำลังมาในไม่ช้า ดังนั้นการวางแผนปรับปรุงโรงแรมเดิมหรือสร้างโรงแรมใหม่ๆ ก็จะนำแนวโน้มนี้เข้ามาประกอบในแผนการออกแบบโรงแรมด้วย อย่างไรก็ตามการเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกในโรงแรมที่มีอยู่เพื่อให้รองรับกลุ่มผู้สูงอายุได้ดีขึ้น คงจะเลือกทำกับโรงแรมที่ตั้งอยู่ในทำเลที่มีผู้สูงอายุนิยมไปพักมากก่อน ส่วนจุดหมายที่ผู้สูงอายุอาจไม่สะดวกก็คงยังไม่ได้ทำ

พอล สตีเว่นส์ รองประธานฝ่ายปฏิบัติการ แบรนด์โนโวเทล เมอร์เคียว และไอบิส ปฏิบัติการประจำแอคคอร์โฮเทล ภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า แอคคอร์โฮเทลซึ่งเป็นบริษัทรับบริหารโรงแรมมีแบรนด์โรงแรมกับบริการที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าทุกกลุ่มอายุ ซึ่งก็รวมถึงผู้สูงอายุด้วย โดยหลายโรงแรมได้ปรับปรุงห้องพักและบริเวณพื้นที่ส่วนอื่น เช่น ล็อบบี้ ทางเดินหรือห้องอาหารให้เอื้ออำนวยต่อผู้เข้าพักทั้งผู้สูงอายุและผู้พิการแล้ว

“โรงแรมใหม่หรือโรงแรมที่กำลังก่อสร้างอยู่ได้เพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับลูกค้าที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ เช่น ทางเข้าสำหรับรถเข็น แผ่นกันลื่นในห้องน้ำ พรมขนสั้นเพื่อให้สะดวกกับผู้ใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน และบาร์จับในห้องน้ำ เป็นต้น ส่วนห้องอาหารในโรงแรมจะนำเสนออาหารเมนูพิเศษ เพิ่มบริการอาหารเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะโรงแรมโนโวเทล ที่ห้องอาหารจะมีแนวคิดฟู้ด เอ็กซ์เชนจ์ เน้นคัดสรรวัตถุดิบปลอดสารพิษมาปรุงอาหารและเสนอเมนูอาหารสุขภาพหลากหลายให้ลูกค้า เช่น อาหารมังสวิรัติ อาหารโซเดียมต่ำ และปราศจากกลูเต็น” สตีเว่นส์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันแอคคอร์ยังไม่ได้เก็บสถิติที่ชัดเจนว่า สัดส่วนผู้สูงอายุที่มาใช้บริการมีมากแค่ไหน แต่จากการให้บริการในทุกวันพบว่า โรงแรมของแอคคอร์ในไทยที่มีผู้สูงอายุใช้บริการมาก ได้แก่ โรงแรมโซฟิเทล กรุงเทพ สุขุมวิท กลุ่มผู้สูงอายุ 3 อันดับแรกที่มาพักมากคือชาวเดนมาร์ก อังกฤษ และญี่ปุ่น ซึ่งกลุ่มนี้จะใช้เวลาพักผ่อนในโรงแรมมากกว่าลูกค้าช่วงอายุอื่น จะรับประทานอาหารในโรงแรมมากกว่าออกไปรับประทานอาหารข้างนอกโรงแรมเพื่อหลีกหนีความวุ่นวาย

ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท. ให้ความสำคัญกับนักท่องเที่ยวกลุ่มสูงอายุมากขึ้น เพราะกลุ่มนี้ไปเที่ยวได้โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องวันและเวลาเดินทาง รวมถึงมีศักยภาพการใช้จ่ายสูงเมื่อเทียบกับนักท่องเที่ยวทั่วไป ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาของไทยเรื่องนักท่องเที่ยวไม่กระจายตัวด้านเวลาเดินทางและพื้นที่ที่เดินทางไปได้ โดยในปีงบประมาณ 2560 ตั้งแต่ ต.ค. 2559-ก.ย. 2560 ททท. ได้จัดโครงการวัยเก๋าพาเที่ยวและวัยเก๋าเที่ยวข้ามภาค รวมรวมเส้นทางท่องเที่ยวสำหรับผู้สูงอายุเอาไว้

โรงแรมใดยังไม่เตรียมตัวรับลูกค้าสูงอายุคงต้องเริ่มเตรียมตัวได้แล้ว ส่วนกลุ่มที่กำลังออกแบบสร้างโรงแรมใหม่ควรนำเรื่องนี้เป็นประเด็นในการออกแบบด้วย ไม่เช่นนั้นอาจสร้างการรับรู้ไม่ทันโรงแรมที่ทำนำหน้าไปก่อนแล้วเมื่อวันที่สังคมผู้สูงอายุมาถึง

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ