บีโอไอกับการส่งเสริมการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต

Sponsored Content
วันที่ 22 ส.ค. 2559 เวลา 15:31 น.
บีโอไอกับการส่งเสริมการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต
ผู้ที่ยังไม่เคยขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ หรือได้รับแต่สิทธิประโยชน์ทางภาษีเงินได้นิติบุคคลหมดลงแล้ว เชิญอ่านตรงนี้

สำหรับในแวดวงอุตสาหกรรมแล้วเป็นที่ตระหนักกันดีว่า ยุคนี้เป็นยุคที่เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงกันอย่างรวดเร็วมาก ใครล้าหลังย่อมจะตกยุคหรือตามคู่แข่งไม่ทัน แต่การที่ผู้ประกอบการที่ลงทุนดำเนินธุรกิจมานานแล้วจะทุ่มทุนตั้งโรงงานใหม่เพื่อรองรับการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ นับเป็นเรื่องใหญ่ เพราะต้องใช้เงินลงทุนสูงมาก

ดังนั้น เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทย ที่ดำเนินการอยู่แล้วหันมาใส่ใจกับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วยการลดต้นทุนการผลิต จะด้วยวิธีปรับเปลี่ยนเครื่องจักร เพื่อนำระบบอัตโนมัติมาใช้ในกระบวนการผลิตมากขึ้น ปรับเปลี่ยนเครื่องจักร เพื่อลดหรือประหยัดการใช้พลังงาน หรือลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรือด้วยการลงทุนเพิ่มเติมด้านวิจัยหรือพัฒนา หรือการออกแบบทางวิศวกรรม

บีโอไอจึงได้มีนโยบายเป็นพิเศษในการส่งเสริมผู้ประกอบการที่ยังไม่เคยขอรับส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอมาก่อน หรือจะเป็นผู้ประกอบการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไออยู่แล้ว แต่สิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลหมดลง ด้วยมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตใน 3 ด้าน ได้แก่   1. การปรับเปลี่ยนเครื่องจักรเพื่อประหยัดพลังงาน ใช้พลังงานทดแทนหรือปรับเปลี่ยนเครื่องจักร เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม   2. การปรับเปลี่ยนเครื่องจักร เช่น การนำระบบอัตโนมัติมาใช้ในสายการผลิตเดิมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต   3. การลงทุนวิจัยพัฒนา และออกแบบทางวิศวกรรม เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ ซึ่งการลงทุนด้านวิจัยพัฒนา มีเงื่อนไขเล็กน้อยว่าจะต้องมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 1% ของยอดขายรวมใน 3 ปีแรก โดยผ่อนปรนสำหรับกิจการขนาดเล็กหรือ SMEs เหลือแค่ 0.5% ของยอดขายรวมใน 3 ปีแรก

ตัวอย่างกิจการที่ได้รับส่งเสริมตามมาตรการนี้   • การประหยัดพลังงานด้วยการติดตั้งเครื่องจักรแลกเปลี่ยนความร้อน เพิ่มเติมใหม่ในสายการผลิต ทำให้ลดปริมาณการใช้ LPG ได้ถึง 22.9 ล้านบาทต่อปี   • การลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมด้วยการติดตั้งเครื่องเผากลิ่นและฝุ่นละอองที่เกิดจากการขบวนการผลิตเพิ่มเติม ส่งผลให้กลิ่นก๊าซและฝุ่นละอองโดยรวมลดลง   • การติดตั้งเครื่องจักรควบคุมระบบจัดเก็บวัตถุดิบ พร้อมชุดป้อนหรือลำเลียงวัตถุดิบอัตโนมัติ ทำให้ประสิทธิภาพการผลิตดีขึ้น สามารถช่วยลดต้นทุนได้ถึงร้อยละ 7.1และอัตราผลตอบแทนสูงขึ้นร้อยละ 0.23

ใครบ้างที่มีคุณสมบัติที่จะมาขอรับการส่งเสริมตามมาตรการดังกล่าวนี้   • เป็นโครงการที่หมดสิทธิด้านภาษีเงินได้แล้ว หรือโครงการที่ไม่เคยได้รับการส่งเสริมการลงทุน   • ต้องเป็นกิจการที่อยู่ในข่ายให้การส่งเสริมในปัจจุบัน   • ต้องลงทุนไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน ยกเว้น SMEs ลงทุนเพียง 5 แสนบาท   • ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 3 ปี นับจากวันที่ออกบัตรส่งเสริม

สิทธิประโยชน์   • ยกเว้นอาการขาเข้าเครื่องจักร   • ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี แต่ไม่เกิน 50% ของวงเงินลงทุนในการปรับปรุง (ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน)   • ระยะเวลายกเว้นภาษีเงินได้ ให้นับจากวันที่มีรายได้ภายหลังได้รับบัตรส่งเสริม

ต้องยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนตามมาตรการนี้ ภายในเดือนธันวาคม 2560

ผู้สนใจ สามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมที่บีโอไอโทร 0 2553 8111Website : www.boi.go.thE-mail : head@boi.go.th