จุฬาฯปั้นแผนระยะยาวลุยมาสเตอร์แพลน100ปี

  • วันที่ 03 ส.ค. 2559 เวลา 09:25 น.

จุฬาฯปั้นแผนระยะยาวลุยมาสเตอร์แพลน100ปี

โดย...จะเรียม สำรวจ

วันที่ 26 มี.ค. 2560 ก็จะครบ 100 ปี แห่งการสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยเหตุปัจจัยดังกล่าวทางสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงมีแผนที่จะวางโรดแมปศตวรรษที่ 2 ของการสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่จะเกิดขึ้นอีก 100 ปีข้างหน้า ด้วยการทำมาสเตอร์แพลนการบริหารที่ดินของจุฬาฯ ซึ่งมีเกือบ 400 ไร่ ในย่านถนนพระราม 1 ต่อเนื่องถึงแยกเจริญผลชนบริเวณสามย่าน

สำหรับมาสเตอร์แพลนก้อนแรกที่ทางจุฬาฯ จะเร่งดำเนินการทำให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือนนับจากนี้ คือ ที่ดินประมาณ 300 ไร่ ในย่านสามย่านและเจริญผล เนื่องจากที่ดินดังกล่าวเป็นผืนใหญ่ ความตั้งใจของจุฬาฯ อยากที่จะพัฒนาที่ดินผืน ดังกล่าวให้เป็นเมืองที่มีความครบวงจรในทุกด้านไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย สวน แหล่งท่องเที่ยว เอ็ดดูเทนเมนท์ ห้างค้าปลีก สถานที่ออกกำลังกาย หรือพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์

บุญส่ง ศรีสว่างเนตร ผู้อำนวยการ สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า มาสเตอร์แพลนของที่ดิน 300 ไร่ เบื้องต้นมีความตั้งใจที่จะพัฒนาที่ดินผืนดังกล่าวเป็นเมืองใหญ่ และเป็นเมืองต้นแบบของการใช้ชีวิตที่มีความสมบูรณ์แบบในรูปแบบสมาร์ทซิตี้ ซึ่งจะมีบริการหลายๆ อย่างรวมอยู่ในที่ดินผืนดังกล่าว เนื่องจากแนวทางการบริหารที่ดินของจุฬาฯ นับจากนี้ ไม่ต้องการสร้างอาคารให้เป็นบล็อกๆ เหมือนที่ผ่านมา แต่ต้องการสร้างเมืองในอนาคต เพื่อรองรับศตวรรษที่ 2 โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการคิดสิ่งที่จะนำมาใส่ไว้ภายในที่ดินผืนดังกล่าว

ดังนั้น จึงจะมีการปรับรูปแบบการบริหารที่ดินใหม่ ซึ่งก็จะมีทั้งในรูปแบบที่จุฬาฯ เป็นผู้พัฒนาที่ดินด้วยตัวเอง และเปิดประมูลให้เอกชนเข้ามาบริหาร ซึ่งในส่วนของภาคเอกชนที่จะเข้ามาบริหารก็ต้องปรับรูปแบบของธุรกิจให้สอดคล้องกับมาสเตอร์ แพลนที่กำลังจะเปิดขึ้นในอีก 6 เดือนข้างหน้า โดยในส่วนของกลุ่มทีซีซี ของกลุ่มเจริญ สิริวัฒนภักดี ที่ได้รับสิทธิเข้ามาบริหารที่ดินจำนวน 14 ไร่ บริเวณสามย่าน เป็นโครงการมิดทาวน์  ซึ่งจะเป็นโครงการมิกซ์ยูส  ประกอบด้วย โรงแรม อาคารสำนักงาน ค้าปลีก  และศูนย์การเรียนรู้  จำนวน 2 อาคารสูง 30-35 ชั้น ก็เตรียมปรับรูปแบบของโครงการให้สอดคล้องกับมาสเตอร์แพลนของจุฬาฯ ที่จะเปิดเผยในเร็วๆ นี้แล้วเช่นกัน

ในส่วนของโครงการที่เหลือ เช่น ศูนย์แอมพาร์ค ซึ่งเป็นอีก 1 โครงการ ที่ให้เอกชนเข้ามา บริหาร ขณะนี้ยังไม่มีแผนที่จะดำเนินการที่ดินผืนดังกล่าว ที่มีอยู่ประมาณ 4 ไร่ เนื่องจากที่ดินผืนดังกล่าวมีขนาดเล็ก และปัจจุบันได้มีการพัฒนาเป็นศูนย์การค้าไปเรียบร้อย และยังติดสัญญาเช่าระยะยาว จึงยังไม่มีแผนที่จะเข้าไปดำเนินการอะไรในที่ดินผืนดังกล่าว

อย่างไรก็ดี ล่าสุดจุฬาฯ มีแผนที่จะปล่อยเช่นที่ดินประมาณ 15 ไร่ ของหัวมุมถนนเจริญผล เพื่อหาผู้ประกอบการมาพัฒนาพื้นที่ในระยะสั้นสัญญา 7 ปี เนื่องจากต้องการคงรูปแบบโครงสร้างของอาคารที่เป็นห้องแถวไว้ ซึ่งปัจจุบันมีประมาณ 180 คูหา โดยในส่วนของรูปแบบโครงการเบื้องต้นมีความตั้งใจอยากให้เอกชนเข้ามาพัฒนาภายในคอนเซ็ปต์ไบค์ แอนด์ รัน ซึ่งหลังจากเปิดให้ภาคเอกชนเข้ามายื่นซองประมูลในช่วงที่ผ่านมา ขณะนี้มีผู้สนใจเข้ามาร่วมยื่นซองประมูลเช่าที่ดินแล้ว 2 ราย คาดว่าก่อนถึงวันที่ 31 ส.ค.ที่จะถึงนี้น่าจะได้รับความสนใจจากภาคเอกชนเข้ามาร่วมยื่นซองประมูลเพิ่มเติม

นอกจากจะเปิดให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมพัฒนาที่ดินแล้ว ขณะเดียวกันจุฬาฯ ก็ได้มีการมีการพัฒนาที่ดินด้วยตัวเอง เช่น การสร้างอุทยานจุฬาฯ 100 ปี เพื่อเฉลิมฉลองวันสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยครบ 100 ปีในวันที่ 26 มี.ค. 2560 ซึ่งขณะนี้การก่อสร้างโครงการดังกล่าวมีความ คืบหน้าไปค่อนข้างมาก โดยทางจุฬาฯ มั่นใจว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จทันวันสถาปนาในปีหน้าอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ ที่ตั้งของอุทยานจุฬาฯ 100 ปี จะตั้งอยู่บริเวณจุฬาฯ ซอย 9 จรดถนนบรรทัดทองรวมที่ดินประมาณ 30 ไร่ ก่อสร้างภายใต้แนวคิดสืบสานความสง่างาม สอดประสานองค์ความรู้ สรรค์สร้างสู่ความยั่งยืน เพื่อให้เป็นอุทยานแห่งการเรียนรู้ขนาดใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ ระหว่างนิสิตกับชุมชน คนกับธรรมชาติ เชื่อมต่อแนวแกนสีเขียว ตามแผนแม่บทของมหาวิทยาลัย

ภายในอุทยานมีการปลูกพืชพรรณพื้นถิ่น หลากหลายชนิดด้วยแนวคิดป่าในเมือง มีอาคารอเนกประสงค์สำหรับจัดนิทรรศการและกิจกรรม พร้อมพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ประกอบด้วยห้องเรียนรูปแบบต่างๆ พื้นที่ชุ่มน้ำประดิษฐ์เพื่อส่งเสริมระบบนิเวศและนันทนาการ จัดสร้างสวนซึมน้ำ และพื้นที่แก้มลิงบริเวณทางเข้าอุทยาน นอกจากนี้จะมีการปรับปรุงภูมิทัศน์ถนนจุฬาฯ ซอย 5 ตลอดแนวตั้งแต่ถนนพระราม 4 จรดถนนพระราม 1 ให้เป็นถนนสีเขียว พร้อมปรับความกว้างถนน 30 เมตร รวมพื้นที่ถนนดังกล่าวอีก 21 ไร่

นอกจากนี้ จุฬาฯ ยังได้มีการพัฒนาโครงการสวนหลวงสแควร์ ด้วยโดยปรับปรุงพื้นที่และทัศนียภาพบริเวณจุฬาฯ ซอย 5 ซึ่งเดิมเป็นอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น จำหน่ายอะไหล่รถมือสอง หรือย่าน "เชียงกง" ถูกออกแบบโดยผสมผสานระหว่างที่พักอาศัยและแหล่งค้าปลีก ภายใต้แนวคิด "แหล่งรวมความอร่อย และความสุข ของชีวิต เป็นต้นแบบของย่านการค้าชุมชน" บนที่ดิน 10 ไร่  รวมร้านค้าทั้งหมด 170 คูหา แบ่งเป็นโซน ร้านอาหาร ร้านจำหน่ายของฝาก ของที่ระลึก สถานบริการความงาม ร้านแฟชั่น และร้านประดับยนต์ เป็นต้น

บุญส่ง กล่าวต่อไปว่า หลังจากทำมาสเตอร์แพลนที่ดิน 300 ไร่ ในฝั่งสนามหลวง-สามย่านแล้วเสร็จก็จะทำมาสเตอร์แพลนในฝั่งสยามสแควร์ทันที เพื่อให้โครงการมีความต่อเนื่องกัน ซึ่งในส่วนของที่ดินฝั่งสยามสแควร์ที่มีอยู่เกือบ 100 ไร่ เบื้องต้นมีแผนที่จะพัฒนาโครงการด้วยตัวเอง 2 โครงการ คือ โรงแรมในรูปแบบบัดเจ็ทโฮเทล จำนวน 500 ห้อง ในส่วนต่อขยายของอาคารสยามกิตติ์ ซึ่งปัจจุบันมีประมาณ 10 ชั้น จะพัฒนาเพิ่มเติมไม่ต่ากว่า 30 ชั้น คาดว่าภายในปลายปี 2559 นี้น่าจะพร้อมดำเนินการก่อสร้าง หลังจากนั้นคาดว่าจะใช้ระยะเวลา 3 ปี การก่อสร้างจึงจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการ ซึ่งในส่วนของเชนที่จะเข้ามาบริหารขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากยังอยู่ในขั้นตอนของการเจรจา

อีกหนึ่งโครงการที่จุฬาฯ จะเป็นผู้ดำเนินการพัฒนาเอง คือ การพัฒนาที่ดินโบนันซ่าเดิม เป็นโครงการมิกซ์ยูส ที่ประกอบไปด้วย อาคารสำนักงาน และพื้นที่ค้าปลีก เบื้องต้นคาดว่าจะก่อสร้างเป็นอาคารสูงไม่ต่ำกว่า 30 ชั้น ส่วนพื้นที่ค้าปลีกจะใช้กี่ชั้น และจะเป็นอาคารสำนักงานกี่ชั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบโครงการ และดำเนินการขออนุญาตการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ อีไอเอ คาดว่าภายในปี 2560 น่าจะได้ข้อสรุปในด้านของแผนการดำเนินงานโครงการดังกล่าว

จากแผนการดำเนินงานดังกล่าว แม้ว่าขณะนี้ยังจะไม่เห็นมาสเตอร์แพลน 100 ปี หรือศตวรรษที่ 2 ของจุฬาฯ แต่ในอีก 4 ปีนับจากนี้ะเห็นโครงการใหม่ที่เปิดให้บริการอย่างแน่นอนจำนวน 3 โครงการ คือ โครงการสามย่านมิดทาวน์ ที่พัฒนาโดยกลุ่มทีซีซีฯ  โครงการโรงแรมในรูปแบบบัดเจ็ทโฮเทล ที่จุฬาฯ เป็นผู้พัฒนาเอง และโครงการมิกซ์ยูส บนที่ดินโบนันซ่าเดิม ซึ่งจุฬาฯ จะเป็นผู้พัฒนาเอง

ภาพมาสเตอร์แพลนของจุฬาฯ จะออกมา ในรูปแบบไหนอีก 6 เดือนคงได้เห็นภาพเฟสแรกที่จุฬาฯ ภูมิใจพร้อมนำเสนอ

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ