Flipagram โซเชียลมาแรงแซง Instagram

วันที่ 19 มิ.ย. 2559 เวลา 18:41 น.
Flipagram โซเชียลมาแรงแซง Instagram
รู้จัก "Flipagram" โซเชียลมีเดียที่มาแรงอย่างต่อเนื่องหลังเปิดตัวในปี 2013

ทุกวันนี้แทบจะปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกคนที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับโซเชียลมีเดีย ซึ่งเฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ ไลน์ อินสตาแกรม เป็นโซเชียลหลักที่ได้รับความนิยมแบบพุ่งพรวด แต่นอกเหนือจากนี้แล้วยังมีแอพพลิเคชั่นคลื่นลูกใหม่อย่าง Flipagram ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อปี 2013 และกำลังรอเวลาซัดเข้าฝั่งแทนที่คลื่นลูกเก่าเจ้าหลักในอีกไม่นาน

แอพนี้เป็นพื้นที่สำหรับผู้ใช้สร้างสรรค์และแชร์เรื่องราวดีๆ ผ่านรูปภาพ คลิปวิดีโอสไลด์โชว์คล้ายกับอินสตาแกรม แต่ก็ใช่ว่าจะเหมือนไปเสียทุกอย่าง ผู้ใช้ Flipagram สามารถใส่เสียงเพลงความยาว 1 นาทีเพื่อสร้างความน่าสนใจให้กับคลิปวิดีโอของตัวเอง โดยเลือกตัดต่อเพลงท่อนที่ชอบได้จากรายชื่อเพลงที่มีอยู่แล้วหรือเพลงจากลิสต์ที่แอพนี้เตรียมไว้ให้จากทุกค่ายเพลง

ฟาห์ฮาด โมฮิท เจ้าของ Flipagram เผยว่า เขาทุ่มทุนกว่า 70 ล้านเหรียญสหรัฐ ตระเวนเจรจาขออนุญาตกับค่ายเพลงหลักๆ เกือบทุกค่าย เพื่อนำเพลงมาใช้ในแอพ โดยมองว่าทุกคนต่างก็มีเรื่องราวดีๆ ที่อยากจะแบ่งปันให้คนอื่นรับรู้ รวมทั้งอยากถ่ายคลิปวิดีโอได้รวดเร็วและใส่ไอเดียกับคลิปนั้นๆ อย่างอิสระ ซึ่งอินสตาแกรมหรือไลน์ยังทำไม่ได้

หลังจากการอัพเดทเวอร์ชั่นใหม่ รวมถึงการเปิดให้ใช้แบบฟรีๆ ยิ่งทำให้ Flipagram มีผู้ใช้มากขึ้นจนไต่ขึ้นอันดับ 1 ของแอปเปิลสโตร์ใน 87 ประเทศ จนเมื่อปลายปี 2014 มีผู้ใช้บริการราว 30 ล้านคนต่อเดือน ในขณะที่เฟซบุ๊คต้องใช้เวลา 3 ปี สแนปแชทใช้เวลา 2 ปี กว่าจะเดินทางถึงจุดที่ผู้ใช้เท่ากับแอพของ โมฮิท แต่ Flipagram ใช้เวลาเพียงปีเศษ

โมฮิท มองว่า เมื่อเทียบกับเนื้อหาที่ค่อนข้างหนักของข่าวบนทีวี ผู้ใช้ Flipagram ส่วนใหญ่มักแชร์เรื่องราวเกี่ยวกับทริปวันหยุด การออกกำลังกาย หรือคลิปฮาวทู คลิปเกี่ยวกับน้องหมาของผู้ใช้งานบางคนมีคนเข้าไปดูเป็นล้านครั้ง มากกว่าปริมาณผู้ชมรายการทีวีของสหรัฐเสียอีก

ด้านชีวิตส่วนตัวของว่าที่เจ้าพ่อโซเชียลเชื้อสายอิหร่านรายนี้มีธุรกิจเป็นของตัวเองตั้งแต่ยังไม่ทันจบมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ หลังจากโปรเจกต์ในห้องเรียนของเขาจับพลัดจับผลูกลายเป็นเว็บไซต์จัดอันดับธุรกิจเว็บไซต์แรกในปี 1996 ต่อมาชายผู้รักไอทีคนนี้สร้างเว็บไซต์ Shopzilla ตามมาติดๆ ในช่วงที่เกิดภาวะฟองสบู่ธุรกิจดอทคอมสองเว็บไซต์นี้ก็ยังทำกำไรได้ ภายหลัง โมฮิท ตัดสินใจขายทั้งสองเว็บไซต์นี้ให้กับ Scripps บริษัทสื่อชื่อดังเมื่อปี 2005

นอกจากนี้ เขายังพูดถึงความสำเร็จของ Flipagram ไว้ว่า "ผมคิดแอพนี้ขึ้นมาเพื่อให้ผู้คนเล่าเรื่องราวเป็นภาพเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเพศไหนวัยไหนก็สามารถใช้แอพนี้ได้หมด และไม่จำเป็นต้องรู้หนังสือก็ใช้ได้ เพียงแค่แตะหน้าจอเท่านั้น"

ภาพ : www.flipagram.com

ที่มา www.m2fnews.com