ถกคุมราคาอาหารสนามบิน

  • วันที่ 16 มี.ค. 2559 เวลา 07:30 น.

ถกคุมราคาอาหารสนามบิน

"พาณิชย์" นัด ทอท.หารือลดราคาอาหารกล่อง-น้ำดื่มสนามบิน ขีดเส้นห้ามตั้งราคาสูงกว่าท้องตลาด เกิน 20%

น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ในวันที่ 17 มี.ค.นี้ กรมจะหารือกับผู้บริหารบริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) เพื่อขอความร่วมมือให้ปรับลดราคาอาหารและน้ำดื่มที่จำหน่ายภายในสนามบินที่อยู่ในความดูแลของ ทอท. จำนวน 6 แห่ง เนื่องจากมีประชาชนร้องเรียนเข้ามามากว่า ราคาอาหารและน้ำดื่มในสนามบินแพงกว่าท้องตลาดมาก เช่น น้ำดื่มขวดละ 17 บาท

ทั้งนี้ ในเบื้องต้นกรมจะเข้าไปดูแลใน 2 รายการ คือ อาหารสำเร็จรูป (อาหารกล่อง) และน้ำดื่ม โดยจะขอความร่วมมือให้กำหนดราคาจำหน่ายในสนามบินไม่ควรสูงกว่าราคาในท้องตลาดเกิน 20%

"เรื่องราคาอาหารต้องยอมรับก่อนว่า ราคาที่จำหน่ายในสนามบินจะต้องสูงกว่าท้องตลาดทั่วไป เพราะมีค่าเช่าพื้นที่แพงกว่า แต่ควรมีทางเลือกให้ประชาชนที่ มาใช้บริการด้วย ดังนั้นกรมจะขอความร่วมมือให้ ทอท.เพิ่มจุดจำหน่ายอาหารกล่องในราคาไม่สูงเกินกว่าท้องตลาด 20% จากรายการอาหารเมนูปกติ ส่วน น้ำดื่มบรรจุขวดนั้น จากการตรวจสอบราคาที่ขายภายในสนามบินดอนเมืองพบว่าขายอยู่ที่ขวดละ 17 บาท ซึ่งท้องตลาดขายขวดละ 7 บาท ราคาก็ควรลดลงมาเหลือแค่ขวด 12 บาท เพราะเป็นราคาที่น่าจะครอบคลุมกับค่าเช่าพื้นที่แล้ว" น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ กล่าว

นอกจากนี้ ในวันที่ 18 มี.ค. กรมจะเชิญสมาคมด้านการเลี้ยงหมู ไก่ และไข่ไก่ มาหารือว่าสถานการณ์ภัยแล้งที่จะมีผลกระทบต่อสถานการณ์ผลผลิตและราคาสินค้าดังกล่าวหรือไม่ เนื่องจากขณะนี้พบว่าราคาไข่คละหน้าฟาร์มเพิ่มจาก 2.79 บาท/ฟอง เป็น 2.90 บาท/ฟอง โดยไข่ไก่เบอร์ 3 ซึ่งเป็นเบอร์ที่ผู้ประกอบการอาหารจานด่วนนิยมนำมาใช้ปรุงอาหาร พบว่าขณะนี้ราคาปรับเพิ่มจาก 3.24 บาท/ฟอง เป็น 3.3 บาท/ฟอง อย่างไรก็ตาม คาดว่าในเดือน เม.ย.-พ.ค. ราคาน่าจะลดลง เพราะเป็นช่วงปิดภาคเรียนการศึกษา ทำให้การบริโภคไข่ไก่ลดลง

สำหรับราคาหมูหน้าฟาร์มปัจจุบันอยู่ที่ 67 บาท/กิโลกรัม โดยหมูเนื้อแดง (สะโพก-ไหล่) ราคาเฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 120 บาท และหมูเนื้อแดงตัดแต่งอยู่ที่กิโลกรัมละ 130-135 บาท ซึ่งเป็นราคาไม่สูงเกินกว่าระดับปกติ ส่วนราคาผักปรับลดลง เช่น ผักคะน้า และถั่วฝักยาว ยกเว้นมะนาวแป้นที่มีราคาสูงขึ้นเพราะเป็นช่วงหน้าร้อน

ข่าวอื่นๆ