(เสริม) หล่อริมทางบาร์เบอร์แบบโอเพ่นแอร์

วันที่ 29 ธ.ค. 2558 เวลา 10:20 น.
(เสริม) หล่อริมทางบาร์เบอร์แบบโอเพ่นแอร์
โดย...แจนยูอารี ภาพ โยทิน กุลสำโรง / ประกฤษณ์ จันทะวงษ์  

คํ่าคืน ณ ถนนสีลม แผงร้านค้าตั้งเรียงรายเป็นตับ ร้านอาหารผับบาร์พร้อมให้บริการ ผู้คนเดินกันขวักไขว่หลั่งไหลดั่งสายน้ำ โมงยามราตรีนี้ช่างเปี่ยมไปด้วยสีสัน บางคนคุ้นชินกับสิ่งเหล่านี้ดี เพราะวิถีเลี้ยงชีพคุ้นชินอยู่ที่นี่ ขณะบางรายอาศัยช่วงเวลาสั้นๆ มาดื่มกินผ่อนคลายหลังเลิกงาน

หนึ่งบริการสำหรับท่านชายที่ได้รับความสนใจ ต้องยกให้บาร์เบอร์แบบโอเพ่นแอร์ (ใกล้ๆ เชิงบันไดบีทีเอสฝั่งตึกญาดา) ช่างผมกำลังให้บริการลูกค้า ส่วนคิวต่อไปหันไปดู รอเพียบบบบ แต่เมื่อจับเวลาไม่นานเกิน 30 นาที ลูกค้ารายใหม่ก็มานั่งเก้าอี้ให้ช่างไถหัวตามทรงผมที่เล็งไว้ในอัลบั้มแค็ตตาล็อก หรือใครมีทรงผมโปรดในใจก็บอกกล่าวกับช่างได้

ปัตตาเลียนส่งเสียงหึ่งในหู แข่งกับเสียงถามไถ่ของผู้มาใหม่ที่อยากรู้ถึงราคาค่าตัดต่อหัว ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ เมื่อได้รับคำตอบว่า “200 บาท” เด็กเล็ก ผู้ใหญ่เท่ากันหมดราคานี้ สีหน้าบางคนก็รื้นด้วยรอยยิ้ม ขอลงชื่อเข้าคิวตัด บ้างยืนเป็นกำลังใจให้เพื่อน บ้างยกโทรศัพท์มือถือเก็บภาพเป็นที่ระลึก

 

ชายเจ้าของที่แลดูหน้าโหด (นิดหนึ่ง) โยทิน กุลสำโรง เล่าให้ฟังถึงแนวคิดบาร์เบอร์ริมทาง ว่าเพิ่งทำได้ราวปีเศษๆ เพราะกระแสทรงผมท่านชายมาแรง เขาในฐานะช่างตัดผมก็เลยปิ๊งไอเดียลองตัดผมแบบโอเพ่นแอร์ที่สีลมแทนการนั่งตัดในร้าน ปรากฏมีคนขานรับอย่างดี ชาวไทย ชาวต่างประเทศ หมุนเวียนกันมาใช้บริการ ความคึกคักยิ่งทวีเมื่อปากต่อปาก จนเขากลายเป็นต้นแบบบาร์เบอร์ริมทาง เสริมหล่อกันตอนกลางคืน

“เปิดตั้งแต่ 2 ทุ่มครึ่งครับ ตัดกันก็ยาวจนถึงตี 2 นู่นล่ะ ช่วงเทศกาลวันหยุดคนจะเยอะมากครับ แรกเริ่มจริงๆ เลยนะครับ ก่อนจะมีคนมาเข้าคิวตัดแบบนี้ ผมตัดให้ฟรี เพราะเราก็อยากฟื้นวิชาที่เคยไปร่ำเรียนมา แล้วก็ไม่ได้เก่งอะไร คือพูดง่ายๆ อยากได้หุ่นมาลองตัด ตัดไปตัดมาคนสนใจ โดยเฉพาะคนต่างชาติกลับมาตัดกับผมอีก ผมก็มองว่ามันน่าจะทำเป็นธุรกิจได้ เลยเก็บเงินค่าตัด 80 บาท ตัดได้ 3 วัน ขยับเป็นหัวละ 150 บาท (หัวเราะลั่น) เพราะคนมาตัดเยอะมากกกกก ผ่านไป 5 วัน ผมก็ขยับราคาเป็น 200 บาท (หัวเราะงอหาย) ไม่ใช่ผมเอาเปรียบลูกค้านะครับ แต่คนเยอะจริงๆ คิวแน่น แต่คุณภาพการตัดของผมก็เหมือนเดิม ผมอยากให้เปรียบเทียบกันว่าไปตัดร้านหรูๆ แพงๆ กับตัดกับผมเนี่ยว่าเป็นยังไง”

 

บาร์เบอร์ริมทางที่เขาก่อร่างอาชีพและสร้างเม็ดเงินก็กำลังไปได้สวย มีลูกค้าให้การตอบรับล้นหลาม แต่ราคายังไม่เท่าเดิม เช่นเดียวกับคุณภาพการตัดไม่ได้ลดน้อยถอยหลัง เขายอมรับส่วนหนึ่งที่ทำให้ธุรกิจนี้บูมเพราะความใส่ใจและความเป็นกันเองของเขาและช่างคนอื่นๆ

“ลูกค้าสามารถบอกกับช่างได้ว่าจะให้ตัดยังไง หรือทรงไหน สั้น ยาว เน้นตรงไหนเป็นพิเศษบอกกันได้ แล้วช่างก็สามารถครีเอท หรือแนะนำลูกค้ากลับไปได้ว่าทรงนี้ไม่เหมาะกับเขานะ เพราะรูปหน้าเขาไม่ได้ หรือคนมีปัญหาเรื่องผมเยอะผมบาง ช่างก็จะแนะนำว่าทรงไหนตัดแล้วไม่สวย ซึ่งหัวใจของช่างควรจะมีตรงนี้ด้วย ไม่ใช่สักแต่ว่าตัด ไม่ใช่สักแต่ว่าไถ”

จวบจนวันนี้ นอกจากโยทินจะเป็นทั้งเจ้าของและช่างแล้ว เขายังมีช่างที่ให้บริการท่านชายที่ต้องการเสริมหล่ออีก 5 คน ไม่พอ เขายังเปิดร้านบาร์เบอร์เล็กๆ (2 เก้าอี้) ชื่อ David No.5 ในซอยธนิยะ สำหรับคนที่ไม่สะดวกมาตัดช่วงค่ำ คิวก็แน่นทั้งวัน ฉะนั้นคนที่อยากมาตัดแนะนำว่าจองคิวล่วงหน้าจะดีที่สุด

 

“ผมก็ยังตัดอยู่ครับ สลับกับน้องๆ เพื่อนๆ ที่รู้จักกันจากศูนย์ฝึกอาชีพดินแดง ที่ที่ผมเคยไปเรียนตัดผมครั้งแรก ตั้งแต่ปี 2540 ซึ่งพอเรียนจบผมก็ไม่คิดจะทำมันเป็นอาชีพเลยนะ ผมก็มาขายของที่สีลมเรื่อยเปื่อย จนวันหนึ่งผมก็ลองมาฟื้นความรู้เก่าๆ แล้วก็ตัดสินใจมาจับมันจริงจังนี่แหละ ตอนนี้ผมตัดไม่เกิน 15 หัว/วัน เคยมากสุด 18 หัว แต่นั่นตอนเทศกาลนะครับ ตัด 5 หัว ก็จะพักประมาณ 10 นาที ไม่งั้นช่างเหนื่อยตาย (หัวเราะชอบใจ)

ต่างชาติมาตัดส่วนใหญ่ก็จะมีความรู้ว่าทรงไหนเป็นทรงไหน แล้วเขาก็จะเนี้ยบเลยนะ คือรู้ว่าเขาต้องการยังไง เน้นส่วนไหนเป็นพิเศษ คนไทยก็ยังตามแฟชั่น ไม่ค่อยกล้าฉีกแนวแฟชั่นที่ฮิตๆ กันเท่าไหร่ แต่ไม่ว่าจะยังไงการคุยกันก่อนว่าอยากได้ทรงไหน อยากให้ช่างทำอะไรผมว่าสำคัญ เพราะถึงแม้เขาอยากจะตัดทรงที่บอก แต่รูปหน้า หรือบุคลิกเขาไม่ให้ ทำงานออฟฟิศใส่สแล็กส์ ก็จะแนะนำว่าเปลี่ยนเป็นทรงอื่นมั้ย ดีกว่าตัดออกมาไม่เหมาะกับเขา”

เรื่องจะมีคนเลียนแบบตาม ทำบาร์เบอร์ริมทาง ช่างตัดผมวัย 37 ปี จาก จ.อุบลราชธานี ก็ยินดีถ้าเขาจะเป็นแรงบันดาลใจให้คนทำมาหากินนำไปต่อยอด เพราะเขาเชื่อว่าธุรกิจนี้ยังจะไปได้ ต้องวัดกันที่ฝีมือและความใส่ใจ ส่วนเขาอนาคตอันใกล้ก็มีแผนจะขยับขยายไปเปิดย่านห้วยขวางที่เขาพักอาศัย เพื่อรองรับลูกค้าที่ไม่มีโอกาสเดินทางมารับบริการที่สีลม

“คนเราผมยาวทุกวัน ผมว่าธุรกิจนี้ไม่มีทางตายแน่นอน ผมเองก็ไม่เคยคิดว่าใครจะทำเลียนแบบเลยนะ และไม่เคยปิดกั้นโอกาสสำหรับคนที่อยากจะมาเรียนรู้ หรือสนใจอยากจะเป็นช่าง อย่างตอนนี้ช่างใหม่ๆ ผมก็ยังเปิดสมัคร แต่ก็ต้องผ่านการฝึกฝนก่อน ถึงจะได้มาเป็นช่างเต็มตัว ก็เหมือนกับผมที่ครั้งหนึ่งผมเริ่มฝึกฝนจากการตัดหุ่นฟรี อาจจะต้องใช้เวลากันหน่อย เพราะกว่าจะรู้เหลี่ยมรู้มุมหัวเด็กหัวผู้ใหญ่ แม้แต่คนมีผมน้อยคนมีผมเยอะ คนเรื่องมาก คนไม่เรื่องมาก (หัวเราะ) ต้องผ่านจุดนี้มาให้ได้ แล้วคุณจะรู้ว่าการเป็นช่างตัดผมมันดียังไงท้าทายยังไง

ผมเชื่อว่างานตัดผมด้วยปัตตาเลียนกลับมาล่ะ พอมันกลับมามันก็เหมือนเป็นการชุบชีวิตช่างตัดผมให้กลับมาอีกครั้งหนึ่ง ให้ร้านตัดผมผู้ชายที่หลายคนมองว่ามันจะตายให้กลับมามีชีวิตต่อ เพราะสมัยนี้ผู้ชายชอบแต่งตัวมากขึ้นและกล้าที่จะทำอะไรมากขึ้น มันเลยทำให้เทรนด์ของร้านตัดผมผู้ชายยุคใหม่เปลี่ยนไปด้วย ลูกค้าไม่ได้แค่ต้องการผมสั้นธรรมดาล่ะ แต่ต้องหล่อเนี้ยบ ทันสมัย และสะอาด ฉะนั้นคนที่ทำธุรกิจนี้ก็ต้องตอบสนองให้ได้”

(รายละเอียดเพิ่มเติม โทร.09-3001-2371)