ติงคสช.แก้หวยแพงไม่ยั่งยืน

วันที่ 21 พ.ค. 2558 เวลา 08:14 น.
ติงคสช.แก้หวยแพงไม่ยั่งยืน
สังศิต เตือนมาตรการแก้สลากแพงฉบับ คสช. อาจทำส้มหล่นใส่ยี่ปั๊ว

นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ คณะบดีนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เปิดเผยว่า การแก้ไขปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลมีราคาแพงของคณะกรรมการสลากฯ ด้วยการใช้วิธีการบีบคั้น เช่น ส่งเจ้าหน้าที่พิเศษลงตรวจแผงค้าสลาก และเพิ่มส่วนลดให้ผู้ค้ารายย่อย สมาคม มูลนิธิ นิติบุคคลมากขึ้น โดยจะไปลดเงินนำส่งเข้ารัฐ 1,500 ล้านบาท/ปี หรือราวงวดละ 62.4 ล้านบาท อาจเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ยั่งยืน

"เมื่อหมดคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แล้ว รัฐบาลต่อไปที่มาจากการเลือกตั้งคงไม่เสียงบประมาณในการตั้งชุดเฉพาะกิจเพื่อมาจับแม่ค้าสลากเกินราคา และถ้าหากตลาดกลับมาขายสลากเกินราคาเหมือนเดิม จะกลายเป็นส้มหล่นใส่ยี่ปั๊ว ซาปั๊วรายใหญ่ทันที" นายสังศิต กล่าว

สำหรับเรื่องการแบ่งโควตาสลากให้รายย่อยรายละ 5 เล่ม จากเดิมที่ได้กันรายละ 2-3 เล่ม ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดีที่เพิ่มโควตาให้รายย่อยมากขึ้น แต่จะมีปัญหาที่ตามมาคือเรื่องทุนที่รายย่อยต้องใช้เงินราว 3 หมื่นบาทในการเอามาซื้อสลากต่องวด ซึ่งเกรงว่าคนกลุ่มนี้อาจมีเงินไม่พอ เนื่องจากที่ผ่านมาคนกลุ่มนี้จะใช้เงินจากนายทุนมาใช้ซื้อสลากแล้วขายสลากต่อให้นายทุนเพื่อกินส่วนต่างเท่านั้น

ทั้งนี้ เสนอว่าหากต้องการให้มาตรการที่ออกมาประสบความสำเร็จ ทางสำนักงานสลากฯ จะต้องหาผู้ค้ารายใหม่ที่เป็นผู้ค้าตัวจริงเพื่อเอามาเกลี่ยจำนวนกับผู้ค้าสลากที่อยู่ในโควตาของยี่ปั๊วรายใหญ่ 3 รายที่คุมตลาดให้ได้ เพื่อสร้างทางเลือกในการซื้อสลากในราคา 80 บาท ว่ามีช่องทางการขายที่มากพอที่ช่วยดึงราคาลงมาได้ ซึ่งเห็นว่าการขายสลากผ่านร้านสะดวกซื้อก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ แต่ก็อาจจะนำไปสู่ปัญหาอื่นที่ตามมาได้

"การแก้ปัญหาสลากต้องมอง 2 เรื่องไปพร้อมๆ กัน อันดับแรกต้องกดราคาให้ลงที่ 80 บาทให้ได้ก่อน โดยการสร้างผู้ค้าตัวจริงหน้าใหม่สู้กับเครือข่ายของ 3 เสือ จากนั้นจึงเดินหน้ามาตรการเยียวยาและค่อยแก้ปัญหาอื่นๆ เช่น เรื่องโควตา และการหาอาชีพเสริมให้ผู้ค้าควบคู่กัน" นายสังศิต กล่าว