ซี300 ไฮบริด เอสเตท หรูหรา ครบเครื่อง

วันที่ 28 เม.ย. 2558 เวลา 13:21 น.
ซี300 ไฮบริด เอสเตท หรูหรา ครบเครื่อง
โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์

สัปดาห์นี้มาในสไตล์พ่อบ้านรักครอบครัวติดหรูสักนิดกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในรุ่น “ซี300 บลูเทค ไฮบริด เอสเตท” ซึ่งอาจจะดูไม่คุ้นตาสักนิดกับหน้าตาของด้านท้ายของเจ้ารถยนต์คันนี้ แต่จริงๆ แล้วอรรถประโยชน์ใช้สอยหลากหลายอยู่ไม่น้อย เพราะที่เห็นวิ่งกันทั่วบ้านทั่วเมืองจะเป็นในลักษณะ 4 ประตู (ซีดาน) เป็นส่วนใหญ่

จะว่าไปรถยนต์คันนี้ก็หาใช่จะเป็นแนวครอบครัวจ๋ามากมายอะไรขนาดนั้น เพราะสิ่งที่แฝงมาในการตกแต่งภายนอกด้วยชุดแต่ง “เอเอ็มจี” เป็นต้นด้วยชุดแต่งรอบคัน เอเอ็มจี บอดี้สไตลิ่ง ตั้งแต่กันชนหน้า-หลัง และสเกิร์ตข้าง ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 18 นิ้ว สัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์ บนคาลิปเปอร์เบรกหน้า ชุดคันเร่งและแป้นเบรกแบบสปอร์ต แต่ละชิ้นที่ว่ามานี้ก็ทำให้หน้าตาดุดันขึ้นมาทันใด สอดคล้องกับเส้นสายรายละเอียดที่คมเข้มชัดเจนเสียนี่กระไร แต่ก็ยังไม่ทิ้งความหรูหราที่มีความโค้งมนมาเบรก ได้ทั้งความหรูหราและดุดันหลากอารมณ์

นอกจากนั้น ยังมาพร้อมด้วยไฟหน้าอัจฉริยะ (LED Inteligent Light System) พร้อมไฟสำหรับการขับขี่เวลากลางวัน (เดย์ไทม์ รันนิ่งไลต์) ที่ฉลาดสมชื่อจริง เพราะว่าแค่ดันคันควบคุมไฟไปด้านหน้าเพื่อไปอยู่ในตำแหน่งไฟสูงค้างไว้เท่านั้น ระบบจะจัดการให้ทุกอย่างหายห่วง เช่น ในที่มืดระบบจะเปิดไฟสูงและลดต่ำลงเมื่อมีรถสวนมาโดยอัตโนมัติแบบแยกอิสระ 2 ข้าง พร้อมทั้งยังมาพร้อมด้วยหลังคาพาโนรามิก เลื่อนเปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้าไว้ให้เท่ๆ อีกต่างหาก

ขณะที่ภายในห้องโดยสาร น่าสนใจแม้จะเป็นในรุ่น “ซี-คลาส” ที่ถือได้ว่าเป็นรุ่นรหัสเริ่มต้นของเมอร์เซเดส-เบนซ์ แต่การดีไซน์ยุคใหม่สมัยใหม่ ถือว่าหรูหราล้ำหน้าไม่แพ้รุ่นพี่อย่าง “เอส-คลาส” เลยก็ว่าได้ ด้วยการให้สีสันภายในดำตัดกับสีเมทัลลิก โดดเด่นด้วยเบาะที่นั่งและแผงประตูสีแดง ได้อารมณ์สปอร์ตไปอีกแบบ ส่วนพวกอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครันเหนือความคาดหมาย เป็นต้นด้วยระบบความบันเทิงครบวงจรพร้อมทุกการเชื่อมต่อ หน้าจอขนาด 7 นิ้ว พร้อมระบบนำทางและกล้องแสดงภาพด้านหลังขณะถอยจอด ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกปรับอุณหภูมิ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบสปอร์ตท้ายตัด เบาะที่นั่งด้านหน้าทั้งสองปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ และอื่นๆ อีกเพียบ

ที่ชอบจุดหนึ่ง คือ ทัชแพด ที่สามารถใช้นิ้ววาดตัวอักษรหรือเป็นเมาส์เลื่อนไปคลิกเพื่อสั่งการระบบต่างๆ ภายในรถ ซึ่งใช้งานง่าย สะดวก และทำความเข้าใจไม่ยาก ถ้าไม่เช่นนั้นก็สามารถใช้งานที่พวงมาลัยได้โดยไม่ต้องละสายตาจากถนน

อีกจุดหนึ่งที่ถือได้ว่าเป็นความแตกต่าง คือ ประตูที่ 5 ที่เพิ่มขึ้นมา ทำให้มีพื้นที่ใช้สอยภายในกว้างขวางยิ่งขึ้น ซึ่งมาพร้อมระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติเก๋ๆ อีกต่างหาก และยังมีแผ่นปิดสัมภาระด้านท้ายที่เลื่อนเปิด-ปิดอัตโนมัติได้เช่นกัน ถามว่าแล้วยังไงต่อ คือ เบาะที่นั่งแถว 2 นั้นสามารถปรับพับลงได้ เพื่อเพิ่มให้สามารถใส่ของที่มีขนาดใหญ่หรือขนาดยาวได้ตามความต้องการ นอกจากนั้นยังมีราวหลังคามาเผื่อให้ติด “แร็กหลังคา” หรือตัวจับจักรยาน กล่องเก็บสัมภาระ เข้ากับยุคเข้ากับเทรนด์ดีจริง โดยพื้นที่ใช้สอยภายในห้องโดยสารมีขนาดตั้งแต่ 450-1,470 ลิตร กว้างขวางใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย

มาถึงเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบแถวเรียงขนาด 2.2 ลิตร อัตราส่วนกำลังอัด 16.2 ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า ที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600-1,800 รอบ/นาที ผสานการทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลัง 27 แรงม้า และแรงบิด 250 นิวตัน-เมตร มีอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ที่ 6.7 วินาที โดยเมอร์เซเดส-เบนซ์ เคลมตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยตามเอกสารที่ 23.8-26.3 ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด (7G-Tronic Plus) พร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ที่หลังพวงมาลัย

อารมณ์ความรู้สึกที่เห็นภายนอกกับอารมณ์ที่ได้สัมผัสจริงๆ เพราะใครเล่าจะรู้ว่าประตูที่ 5 ที่เพิ่มขึ้นมา หมายความว่าน้ำหนักนั้นจะต้องเพิ่มขึ้นมาเช่นกัน ซึ่งก็มโนกันไปไกลว่าจะมีผลต่ออัตราเร่งบ้าง มีผลต่อการทรงตัวช่วงล่างบ้าง แต่หารู้ไม่จะมีกี่ประตูหรือจะดูหน้าตาด้านท้ายยาวยืดอย่างไร ก็ไม่ได้เกี่ยวกับสมรรถนะของรถยนต์คันนี้เลยแม้แต่น้อย เพราะอัตราการตอบสนองของเครื่องยนต์ “ดีเซลไฮบริด” ในรถยนต์คันนี้ มาเต็มทุกอณูอย่างถึงอกถึงใจในทุกย่านความเร็ว

ประมาณว่ากดคันเร่งลึกๆ ได้อารมณ์หลังติดเบาะกันบ้าง ให้ความสนุกสนานเต็มพิกัด แต่บทจะอารมณ์นุ่มนวลเรื่อยๆ มาเรียงๆ ก็ให้ความไหลลื่นต่อเนื่องราบรื่นไม่มีสะดุด เสมือนหนึ่งเกียร์กับเครื่องยนต์ทำงานร่วมกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวก็ว่าได้

ส่วนช่วงล่างการขับขี่เกาะถนนดี จะโยกซ้ายเข้าขวาก็คล่องตัวดีไม่น้อย แต่เผื่อระยะด้านท้ายไว้สักนิดก็หายห่วงในทุกย่านความเร็ว อุ่นใจปลอดภัยได้ แต่ติดนิดเดียวที่ความสูงระหว่างตัวถังกับพื้นนั้นดูต่ำไปสักนิด สะท้อนให้เห็นได้จากเวลาการขึ้นทางชัน หรือ อุปกรณ์ชะลอความเร็ว (ที่บ้างเรียกว่าหลังเต่าบ้าง ลูกระนาดบ้าง ลูกคลื่นบ้าง ก็ว่ากันไป) มีอาการใต้ท้องรถขูดให้เห็นบ้างจากการโยนตัวในความเร็วต่ำ ต้องค่อยๆ ปีนขึ้นจะดีที่สุด ที่เหลือนั้นก็สบายใจได้ เพราะระบบพวงมาลัยผ่อนแรงแบบปรับน้ำหนักตามความเร็วรถ ก็ทำให้ขับง่ายสบายมือในความเร็วต่ำ และมั่นใจกระชับมือในความเร็วสูงดีเหมือนกัน

ระบบความปลอดภัยมาตรฐาน เมอร์เซเดส-เบนซ์ เต็มพิกัดเป็นมาตรฐานด้วยตัวย่อภาษาอังกฤษ 3 หลัก ได้แก่ ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) ระบบช่วยเบรก (BAS) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (ASR) ระบบควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (ESP) และอื่นๆ อีกเพียบสาธยายกับเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยกันไม่พอพื้นที่

ดังนั้น “ซี300 บลูเทค ไฮบริด เอสเตท” คันนี้เป็นรถหรูอีกแนวหนึ่งที่น่าใช้ไม่น้อยจากอรรถประโยชน์ที่มีมาก พร้อมสมรรถนะที่เพียบพร้อม แต่ไฉนเลยผู้บริโภคชาวไทยกลับให้ความสนใจน้อยเสียจนทำให้เป็นได้เพียงรถยนต์นำเข้าเท่านั้น ส่งผลให้ราคาอยู่ที่ 3.39 ล้านบาท ลุ้นๆ ว่าถ้าในอนาคตได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้นจากผู้บริโภคชาวไทยแล้วได้โอกาสมาประกอบในประเทศไทย จะทำให้ราคาต่ำลงกว่านี้ ลองไปสัมผัสเล่นอุปกรณ์ต่างๆ ดู ไม่แน่อาจจะชอบเหมือนกันก็ได้