I’M NOT VINTAGE BIKE, I’M CONTEMPORARY!DUCATI SCRAMBLER ICON

วันที่ 29 มี.ค. 2558 เวลา 08:54 น.
I’M NOT VINTAGE BIKE, I’M CONTEMPORARY!DUCATI SCRAMBLER ICON
เรื่อง... ภรวิธ เศรษฐบุตร / ภาพDucati Asia

ผมได้เห็น Ducati Scrambler ตัวเป็นๆ เมื่อปี 2014 ที่งาน WDW2014 หรือ World Ducati Week ที่สนามแข่งรถ Misano World Circuit ประเทศอิตาลี ต้องยืนรอกว่าหนึ่งชั่วโมงใน “Land of Joy” ที่มีทั้งโต๊ปิงปอง เก้าอี้ชายหาด กระดานเซิฟบอร์ด รวมทั้งเกมต่างๆ ให้คนมาเล่นกันระหว่างรอเข้าไปดูเจ้า Scrambler ในตู้คอนเทนเนอร์สีเหลืองโดยทุกคน ต้องทิ้ง อุปการณ์สื่อสารโดยเฉพาะกล้องถ่ายรูปไว้ข้างนอกห้ามบันทึกภาพด้วยประการทั้งปวง น้อยคนนักจึงจะได้เห็นตัวเป็นๆ ผมจะอธิบายให้ใครฟังก็ต้องอธิบายเป็น ตัวหนังสือให้นึกภาพเอา อึดอัดมากช่วงนั้น!

ปีที่แล้ว Scrambler ถูกเปิดตัวในบ้านเราไปแล้วหนึ่งครั้งที่เซ็นทรัลเวิลด์ อย่างสนุกสนาน โดยให้แขกที่ไปงานเล่นสไลด์ บนสไลด์เดอร์ขนาดยักษ์จากที่สูงลงมาบริเวณงาน อย่างสนุก เพื่อสัมผัสถึงอารมณ์ของแบรนด์ใหม่ที่สร้างขึ้นโดย Ducati แน่นอน มันคือ “Land of Joy Thai Style”

วันนั้นเราแค่ได้ชมรถตัวจริงซึ่งทำออกมาทั้งหมด สี่รุ่นสี่แบบด้วยกันคือ Icon, Classic, Urban Enduro และ Full Throttle ซึ่งเน้นๆ ว่าเห็นตัวตนของคุณเป็นอย่างไร ก็จับคู่กันได้เลย ส่วนตัวผมชอบ “Urban Enduro” เพราะมันดูลุยดี นึกแล้วก็อยาก ลองขับขี่ให้มันรู้ว่ารถใหม่ของ Ducati นั้นทำมาตอบสนองอารมณ์ใหนกันแน่เห็นจอด อยู่เฉยๆ บอกตรงๆ ‘คัน’ ครับ

แล้ววันนั้นก็มาถึงจนได้เพราะDucati Asia จัดงานเปิดตัวให้ผู้สื่อข่าวทดลอง ขับขี่รุ่น ICON กันครับซึ่งเป็นรุ่น เริ่มต้นที่มีราคาต่ำที่สุดในพี่น้องตระกูล Scrambler ที่อำเภอชะอำ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ที่พักของเราคือ Hotel de la Paix ชะอำ ที่ออกแบบโดยสถาปนิก ที่เน้น เรื่องดีไซน์แบบหลุดโลกของไทยอย่าง ดวงฤทธิ์ “ด้วง” บุนนาค ที่มีสไตล์โมเดิร์นสุดๆ ซึ่งในมุมมองผมแค่เลือกที่พักยังเน้นเรื่องดีไซน์เลย Ducati คงพยายามสื่อสารเรื่อง ของดีไซน์เป็นแน่สำหรับ Scrambler หรือเปล่า ไม่รู้ รู้แต่ว่ามันเข้ากับบรรยากาศมาก

ส่วนตัวยอมรับว่ายังไม่ค่อยเข้าใจกับคอนเซ็ปต์การออกแบบของ Scrambler เท่าไหร่นักซึ่งจากการสังเกตว่าสิ่งที่ Ducati กำลังเผยสิ่งที่เขาคิดให้เราเข้าใจเป็นเรื่องที่ ละเอียดอ่อนอย่างมากเพราะผมคิดว่าเขาคิดเยอะกับ Scrambler เยอะแบบใหนเดี๋ยวก็รู้

เมื่อพลบค่ำเราถูกเชิญให้ไปที่ระเบียง Rooftop bar ในบรรยากาศสบายๆ รับลมชายทะเล เพื่อรับฟัง การบรรยายเกี่ยวกับตัวตนของ Scrambler โดยมีคณะผู้บริหาร จาก Ducati Asia  ต้อนรับและที่น่าสนใจคือ ผู้รับผิดชอบโปรเจกต์นี้บินตรงมาจาก สำนักงานใหญ่ประเทศอิตาลีเลยทีเดียวที่จะมาอธิบายให้เราฟังทุกสิ่งอย่างของ Scrambler

The Land of Joy and Ducati Scrambler

“Scrambler ไม่ใช่แค่รถมอเตอร์ไซค์แต่เป็นแบรด์ใหม่ของ Ducati เป็นทางเลือกใหม่ ให้กับผู้ขับขี่ที่ไม่ได้ต้องการแค่ Performance หรือ Technology แต่ต้องการบอกตัวตน ของตัวเองอย่างอิสระโดยเฉพาะความสนุกสนานในการขับขี่ ที่เป็นเอกลักษณ์ของ ตนเอง” คุณ Pierfrancesco Scalzo, ASIA General Manager at Ducati Motor Holding กล่าว

Scrambler ถูกออกแบบมาพร้อมกับชุดแต่งหลายแบบที่ทำให้เรากลายพันธุ์มัน ออกไปได้เรื่อยๆ หลายแนว ที่จะทำให้คุณไม่เกิดอาการเดินไปขึ้นรถผิดคันเพราะมัน เหมือนกันไปหมด

คุณสามารถทำรถให้บ่งบอกตัวตนของคุณได้ง่ายๆ ด้วยความสนุกในการ ใช้รถของคุณซึ่ง Ducati ได้ออกแคมเปญ “Express Your Self”  และ “Scrambler You Are” ขึ้นมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ เมื่อเราได้ดูคลิปวิดีโอพร้อมคำอธิบายแล้วเราจึง เข้าใจกว่า Scrambler คือ “แพคเกจ” ของการปลดปล่อยอารมณ์ที่ไม่มีคำว่า “ผิด” หรือ “ถูก” ปลดปล่อยได้หมด ทั้งรถ และทั้งคน

คำถามต่อมาคือแล้วผมจะแต่งตัวอย่างไร ให้เข้ากับ Scrambler? อันนี้สนุกเลย เพราะผมทำการบ้าน มาแล้วเรียบร้อย โดยเริ่มจากหมวกสีเหลืองจาก “Elder Helmet” ของไทยที่ละม้ายคล้ายโลโก้ของ Scrambler มาก (Elders Helmet ของไทยไปดังอยู่ เมืองนอกขณะนี้) ต่อมาชุด ของผมวันนั้นไม่อยาก ให้ดูซีเรียสเลยใส่ชุดเกราะข้างใน และสวมเสื้อแจ๊กเก็ตสีฟ้ามี “ฮู๊ด” ธงชาติอิตาลีตัดกับสีเหลืองของรถ สวมกางเกงยีนส์ แนวๆ จาก Badass Jeans (เน้นของไทยอีกแล้ว) แน่ละครับเดี๋ยวนี้เลือกรถอะไรขี่ชุดต้อง “ใช่”  ด้วยนะ ไม่เคยพูดถึง แฟชั่นวันนี้อยากพูดจริงๆ เพราะมันคือเรื่องเดียวกัน

แต่หากคิดไม่ออกเพราะเราไม่ใช่ประเภทแฟชั่นจ๋าแบบนั้นไม่ต้องกลัวครับเพราะ Scrambler มาพร้อมเสื้อผ้าและและอุปกรณ์เซฟตี้ที่ใส่แล้ว “หล่อเลย” แบบไม่ต้องคิดมาก แนวมากเพราะมีการออกแบบชุดให้ขี่รถด้วย ตั้งแต่เสื้อ กางกง รองเท้า หมวก แว่นตา นาฬิกา รองเท้า ครบ! แบรนด์นั้นแน่นอนว่าคือ “Scrambler”

Design Philosophy

“Scrambler ไม่ใช่รถ Vintage! มันคือ Contemporary!” คุณ Pierfrancesco Scalzo แปลเป็นไทยง่ายๆ ว่า “Scrambler น่ะไม่ใช่รถโบราณนะ มันคือรถสมัยใหม่เอามากๆ”

“Scrambler คือส่วนผสมอันลงตัวของ ความเป็นตัวตนเดิมตั้งแต่ยุค 1970s และความ “สมัยใหม่” ของยุคปัจจุบัน เน้นถึงการ “เสพ” อารมณ์ของการขับขี่ที่ “สนุก” บนล้อทั้งสอง มีแฮนด์บาร์ที่เซ็ทเอาไว้สูงกว่าปรกติเป็นที่ตั้ง เพราะท่านั่งที่ชัดเจนนั้น บอกว่าพร้อมออกแอคชั่นทุกเมื่อ” คุณ Pierfrancesco Scalzo เสริม

Scrambler มาพร้อมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ยกตัวอย่างเช่น ฝาครอบสายพาน อลูมิเนียมที่มีงานดีไซน์แฝงอยู่ แผงข้างถังน้ำมันเหล็กขึ้นรูป “Tear Drop” ขนาด 13.5 ลิตรและแผงกันความร้อนที่ทำจากอลูมิเนียมเช่นกันส่วนสวิงอาร์มคู่หลังออกแบบ ใหม่ทำจาก ไดคาสท์อลูมิเนียม และ เฟรมถัก ที่คงเอกลักษณ์ของ Ducati ไว้

รายละเอียดต่างๆ ที่บอกถึงความโมเดิร์นที่เห็นได้ชัดคือ ไฟหน้า LED ที่ออกแบบเป็นวงกลมสวยแปลกตาและเป็นดีไซน์ที่ Scrambler นำไปใช้ใน CI (Corporate Identity Design) ของเขาในเสื้อผ้าของเขาหรือสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ รวมทั้งไฟท้ายที่เป็น LED เช่นกัน

แผงหน้าปัด LCD ทรงกลมวางตำแหน่งไปทางขวาเล็กน้อยเป็นอะไรที่เท่ห์ดี รวมทั้งฟอนต์ที่ใช้บอกค่าต่างๆ ทำให้ดูเป็นรถของอนาคตมากยิ่งขึ้น

ยางสไตล์ เอ็นดูโร่พัฒนามาเพื่อ Scrambler โดยเฉพาะ (Pirelli MT 60 RS) ดอกยางหนาๆ  ล้ออัลลอย 10 ก้าน ล้อหน้าขาด 18 นิ้ว ล้อหลัง 17นิ้ว นั้นชัดเจนขึ้น ยางหลังขนาด 180 อ้วนๆ ดูสมส่วน

เครื่องยนต์แม้จะเป็นเครื่องบล๊อคเดียวกับ Ducati Monster 795-796 L-Twin กับ 803ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศ แต่ได้รับการปรับแต่งให้เหมาะกับลักษณะ การขับขี่ที่เป็นของ Scrambler เช่นองศาวาวที่วางไว้ที่ 11องศา ที่เป็นเทคโนโลยีเดียวกับ Ducat Multi Strada ที่เน้นย้ำการขับขี่ที่ smooth กว่าและมีแรงบิดมากขึ้นในรอบต่ำ รวมทั้งเน้นย้ำในเรื่องการประหยัดน้ำมัน ท่อไอเสีย สองออกหนึ่งพร้อมปลายท่อ ที่ตัดเฉียงทำมุมพอดีกับสวิงอาร์มเน้นย้ำเรื่องความสวยงาม เฟืองท้ายปรับให้ใช้ 46 ฟัน ซึ่ง รุ่น Monster มีแค่ 39 ฟันเท่านั้น ดูแล้ว “ตึ๊ด” แน่นอน! มีระบบเกียร์ 6 สปีด คงใช้เกียร์หกบ่อย กว่ารุ่นอื่นแน่ๆ

ช๊อคหน้าและหลังจาก Kayaba ตะเกียบคู่หน้าแบบ Upside Down ขนาด 43มม. พร้อมจาน เบรคดิสค์หน้า  “เดี่ยว” ขนาด  330มม. ABS กับปั๊มเบรค Brembo 4 ลูกสูบ ที่ ดูคาติบอกว่า “เหลือๆ” สำหรับ Scrambler ส่วนหลังเป็นจานเบรคขนาด 245มม. 1 ลูกสูบ ถ้าอย่างนั้นข้อดีคือเวลาเปลี่ยน ผ้าเบรคประหยัดไปหลายพันเลยทีเดียว! เพราะเปลี่ยนผ้าเบรคแค่ 2 ชิ้น ไม่ใช่ 3 ชิ้นฃ

เราพอเรื่องสเปคไว้ตรงนี้แล้วค่อยไปดูในตารางที่แนบมาดีกว่านะครับจะได้ไม่ น่าเบื่อเอาเป็นว่านึกภาพตามก็ชัดเจนแล้วครับว่า Scrambler “เน้นความสนุกที่ต้นจัด มากกว่า ความเร็วปลาย”

Ducati Scrambler Icon มีสองสีให้เลือกคือเหลือง “62 Yellow” และ แดง “Ducati red” แต่เราจะขี่กันแต่ตัวสีเหลืองครับ

The Test Ride

เช้าวันรุ่งขึ้น Scrambler 30 คัน จอดพร้อมรอเราอยู่แล้วและเส้นทางถูกกำหนด ให้ออกจากชะอำ เดิททางอ้อมไปทางเข้าอุทยายแห่งชาติ แก่งกระจาน ช่วงบริเวณ โครงการ ช่างหัวมัน จังหวัดเพชรบุรี เดินทางผ่านอุทยานฯ พักรับประทานอาหาร กลางวันในบริเวณชายหาดของทะเลสาบน้ำจึด ก่อนไปออกที่เขื่อนแก่งกระจาน และเดินทางกลับที่พักที่ชะอำ

ระหว่างทางเราจะได้พบกับสภาพถนนที่ขี่สนุก ภูมิทัศน์ สวยงาม มีทั้งเขา โค้ง เขื่อน ทะเลสาบ ป่าในอุทยานแห่งชาติ และทุ่งนาอันเขียวขจี และจะมีการหยุดถ่ายรูป กันเป็นระยะๆ 

ขึ้นคร่อมครั้งแรกขายันถึงสบายๆ รถยวบนิดๆ ตามสไตล์พร้อมลุยออฟโร๊ดได้ พอสตาร์ทเครื่อง เสียงเครื่องยนต์แหบแห้งตามสไตล์ ดูคาติ ก็มาให้เห็นทันที

เมื่อเดินเครื่องออกจากที่พักก็พบกับความนิ่มนวลของเครื่องยนต์รอบต่ำถึงกลางแม้ไม่มี riding modes แต่ก็ไม่จำเป็นสำหรับ Scrambler เพราะควบคุมง่าย 

แฮนด์บาร์ยกสูงที่ดูจะไม่ถนัดในตอนแรกนั้นกลับเป็นส่วนสำคัญของอารมณ์การขับขี่ เพราะด้วยการวางตำแหน่งของเบาะและพักเท้าที่เราใช้เกียร์และเบรค เอิ้อให้ผมยืน ขี่ได้ไม่ยาก

นั่งขี่ได้ ยืนขี่ดี!

ยากหน่อยก็เรื่องความกว้างของแฮนด์บาร์ที่ต้องใช้ทักษะ ในการเลี้ยววงแคบๆ ถ้าคุณแขนสั้นก็ลำบากหน่อย

ทำไมต้องยืนขี่?

ก็เพราะจากการค่อยๆ เรียนรู้นิสัยของ Scrambler เค้าเป็นรถที่ซ่อน “ด้านมืด” ไว้หลายอย่าง เพราะแม้เครื่องยนต์จะ smooth แต่ ด้วยขนาดของสเตอร์หลังที่มากับ 46 ฟัน นั้นทำให้มีต้นที่ “จัด” กว่า Monster 795 หรือ 796 นัก ทั้งๆ ที่เป็นเครื่องบล็อค เดียวกัน การควบ Scrambler ไปตามโค้งและเขานั้นผมชอบที่จะยืนขึ้นเพื่อมองไปไกลๆ เพื่ออ่านสภาพทางที่เรานั่งแล้วมองไม่เห็น

บ่อยเข้าเลยทำให้ยืนขี่ออกแอคชั่นเพิ่มอรรถรสในการขับขี่แบบสนุกๆ ทำให้ไม่เบื่อได้ อย่าเข้าใจผิดว่าคือการ “โชว์ออฟ”  นะครับ มันคือความสนุกสนานจริงๆ ที่ ต้องลองครับ

ด้วยแรงบิดที่มีเยอะทำให้ขี่สนุก เส้นทางที่วางไว้มีลงไปทางฝุ่นด้วยเพื่อทดสอบ กันแบบจริงจังซึ่งมันทำได้ดีครับเพราะ Ducati “ตั้งใจ” ให้ Scrambler เป็นแบบนั้น

แต่…..อย่าประมาทครับ ไปเรียนเบสิคเอ็นดูโร่ก่อนไม่งั้นอย่าหาว่า เราไม่เตือนเพราะมันไม่เหมือนกับการขี่ถนนครับแล้วคุณจะใช้รถได้อย่างคุ้มค่าจากการมีทักษะด้าน Off Road

Scrambler นั้น ผมเห็นกับตาว่ามันยกล้อได้ถึงเกียร์ที่สาม นี่มันอะไรกัน? เธอดูออกจะเรียบร้อย น่ารัก แต่เธอเปรี๊ยวได้เมื่อเธออยากจะเปรี๊ยว ได้ใจ

การทำความเร็วของ Scrambler อย่าไปสนใจกับความเร็วปลายครับ ผู้อ่านบาง ท่านอาจจะสงสัยว่าซื้อรถ 800ซีซี มาต้องขี่กันสองร้อยกว่าได้ เพราะ รถ 300 ซีซี ก็ซัดกัน 170 กว่าๆ แล้ว

Scrambler ไปได้นะครับกับความเร็วระดับ 200 กม./ชม. แต่ผมคิดว่าเอา ไว้ใช้เวลาแซงที่ต้องเร็วและแม่นยำแล้วลดความเร็วลงปรกติประมาณ 130-140 ยืนพื้นจะดีกว่าเพราะ ลมจะตีเข้ามาหาตัวจากทุกทิศทางทำให้ควบคุมรถยากครับ วันนั้นผมใส่หมวกแนว “อินดี้” อย่าง Elder Helmet แล้วใส่แว่นกันแดด กับเสื้อแจ็กเก็ตสบายๆ ซึ่งจะไม่เหมาะกับความเร็วสูงแน่เพราะลมเข้าทั้งใบหน้า และเสื้อก็ปลิวไปมา แต่ถ้าจะไปเที่ยวไกลๆ ต้องการเพิ่มความเร็วแนะนำว่า หาชุดที่รัดรูป ไม่กระพือมากและหมวกเต็มใบก็น่าจะ ช่วยให้แรงเสียดทานจากลมมีน้อยลง ไม่งั้นอย่าบ่นนะครับ ต้องดูด้วยว่าจะขับขี่กันแบบใหน

ระยะการลากรอบของ Scrambler ดูจะหมดเร็วตามสไตล์การออกแบบเครื่องยนต์ ทำให้ต้องเปลี่ยนเกียร์เร็วและแน่นอนว่าเผลอนิดเดียวเราอยู่ที่เกียร์ 6 ที่รอบตึงๆ เบรคที่ให้มาทำงานได้ดีครับ แม้จะใช้จานดิสค์หน้าเดี่ยว เบาะมีความสูงจากพื้น 790 มม. ให้ความมั่นใจว่าขาถึงพื้นแน่นอนด้านหลังเบาะมีที่จับให้คนซ้อนที่ออกแบบมากลมกลืนกับรถมากถ้าไม่สังเกตจะไม่รู้เลย ประเด็นนี้ผมชอบมากเพราะ ที่จับสำหรับคนซ้อน นี่แหละที่พอยื่นออกมามากทำให้รถขาดเสน่ห์ไปเยอะ ใต้เบาะมี สาย USB พร้อมเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ด้วย

ผมมีอาการแขนชานิดๆ ในตอนแรกน่าจะเป็นเพราะแฮนด์บาร์ที่ค่อนข้าสูงและ ผมก็ตัวเล็กกว่าคนอื่นเยอะ แต่แต่สักพักอาการมือชาก็หายไป ถามเจ้าหน้าที่เทคนิค ได้คำตอบว่าแฮนด์บาร์เดิมก็ปรับหมุนต่ำลงได้นิดหน่อยครับน่าจะช่วยได้บ้าง

Scrambler ดูจะระบายความร้อนได้ดีเพราะไอร้อนที่ปะทะเข้ากับ บริเวณขานั้นดูจะไม่แรงเท่าใหร่ ทั้งๆ ที่ผมใส่กางเกงยีนส์ แน่นอนว่า ต่างจังหวัด รถไม่ติดจึงอาจไม่มีอาการ เอาเป็นว่าถ้ามีโอกาสจะพาไปติดรถสักครั้งแล้วจะมา เล่าให้ฟังอีกทีครับ

สรุบว่า Ducati Scrambler Icon นั้น เป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่ Ducati ตั้งใจออกแบบมาให้ตอบโจทย์ความเป็น Life Style  อย่างชัดเจน ด้วยราคา 374,900บาท กับสิ่งที่ให้มากับรถไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เซฟตี้ต่างๆ ที่ใช้แบรนด์ระดับท๊อป และ การออกแบบที่มีรายละเอียดเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง น่าจะชนะใจผู้ที่มองหารถที่ทำได้ หลายอย่างในร่างเดียว เช่นขี่สนุกบนทางเรียบแต่ก็ลงไปเล่นทางฝุ่นได้อย่างสนุกไม่ แพ้กัน ในสนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต แนะนำว่าอย่าดีกว่าครับ แต่ถ้าสนามดริฟท์ทางฝุ่นแบบ “Flat Track” นั้น Scrambler หล่อแน่นอน!

///////////////

วันนี้ถึงวันที่ 30 เมษายน 2557 Ducati Scrambler ทุกคันจะมาพร้อมกับ Ducati Worry Free Program เป็นระยะเวลา 4 ปีหรือ 30,000 กิโลเมตร ซึ่งครอบคลุมค่าใช้จ่าย ในการเข้ารับบริการดูแลรักษาตามระยะที่กำหนด รวมถึงค่าแรงช่างผู้ชำนาญจากดูคาติ และค่าอะไหล่แท้ของดูคาติ ( ยกเว้น ยางและแบตเตอรี่ ) แคมเปญพิเศษนี้ครอบคลุม ลูกค้าที่จอง Ducati Scrambler ไว้ก่อนหน้านี้อีกด้วย

Specifications

ENGINEType   L-Twin, Desmodromic distribution, 2 valves per cylinder, air cooledDisplacement  803 ccBore x stroke  88 x 66 mmCompression ratio 11:1Power   55 kW (75 hp) @ 8,250 rpmTorque   68 Nm (50 lb-ft) @ 5,750 rpmFuel injection  Electronic fuel injection, 50 mm throttle bodyExhaust  Exhaust system with single stainless steel muffler, aluminium silencer cover, catalytic converter and 2 lambda probesEmissions  Euro 3

TRANSMISSIONGearbox  6 speedRatio   1=32/13 2=30/18 3=28/21 4=26/23 5=22/22 6=24/26Primary drive  Straight cut gears; Ratio 1.85:1Final drive  Chain; Front sprocket 15; Rear sprocket 46Clutch   APTC wet multiplate with mechanical control

CHASSISFrame   Tubular steel Trellis frameFront suspension Upside down Kayaba 41 mm forkFront wheel travel 150 mm (5.9 in.)Front wheel  10-spoke in light alloy, 3.00" x 18"Front tyre  Pirelli MT 60 RS 110/80 ZR18Rear suspension Kayaba rear shock, pre-load adjustableRear wheel travel 150 mm (5.9 in.)Rear wheel  10-spoke in light alloy, 5.50" x 17"Rear tyre  Pirelli MT 60 RS 180/55 ZR17Front brake  330 mm disc, radial 4-piston calliper with ABS Rear brake  245 mm disc, 1-piston floating calliper with ABS Dimension and WeightWheelbase  1.445 mm (56.9 in.)Rake   24°Trail   112 mm (4.4 in.)Total steering lock 35°Fuel tank capacity 13.5 LDry weight  170 kg (375 lb)Wet weight*  186 kg (410 lb)Seat height  790 mm - low seat 770 mm available as accessoryMax height  1.150 mm (45.3 in.) / brake reservoirMax width  845 mm (33.3 in.) / mirrorsMax length  2.100 - 2.165 mm (82.7 - 85.2 in.)Number of seats Dual seat

 

 

 

 

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต