ส่งออกหด-ชะลอระบายข้าว

  • วันที่ 20 มี.ค. 2558 เวลา 21:35 น.

ส่งออกหด-ชะลอระบายข้าว

ส่งออกก.พ.ติดลบต่อเนื่องจากม.ค.ด้าน“ฉัตรชัย”รับเป็นผลจากเศรษฐกิจหลายประเทศไม่ดี-ค่าเงินแข่งยาก รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า การส่งออกในเดือนก.พ. 2558 คาดว่ายังคงขยายตัวลดลงต่อเนื่องจากเดือนม.ค. 2558 ที่การส่งออกมีมูลค่า 1.72 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 3.46% แต่ในแง่อัตราขยายตัวอาจติดลบน้อยกว่าตัวเลขในเดือนม.ค. ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะมีการแถลงตัวเลขส่งออก.พ. 2558 อย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกในเดือนก.พ. 2558 คาดว่าจะมีมูลค่าใกล้เคียงกับเดือนม.ค. 2558 ซึ่งสาเหตุที่แนวโน้มการส่งออกยังคงขยายตัวลดลงต่อเนื่อง เป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจของหลายประเทศไม่ฟื้นตัว เช่น จีน ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป (อียู) ยกเว้นสหรัฐฯที่เศรษฐกิจภายในประเทศฟื้นตัว ประกอบกับอัตราแลกเปลี่ยนของไทยขณะนี้ เสียเปรียบประเทศอื่น ทำให้มูลค่าการส่งออกของไทยลดลง แต่ในแง่ปริมาณการส่งออกยังเท่าเดิม

“ปัจจัยเสี่ยงที่เข้ามากระทบต่อการส่งออกไทย ถามว่าจะปรับเป้าหมายที่ตั้งไว้ 4% หรือไม่ ก็อาจจะ แต่ยืนยันว่าเป้าหมายเป็นตัวเลขที่ตั้งไว้ ไม่อยากให้กังวลมาก เพราะตัวเลขส่งออกที่สะท้อนออกมาจะทำให้ภาครัฐมีมาตรการในการดูแลการส่งออก ซึ่งขณะนี้ก็พยายามเร่งที่จะหาตลาดใหม่ๆเข้ามาเพิ่มเติมเพื่อผลักดันการส่งออก รวมทั้งการผลักดันการค้าชายแดนให้เพิ่มมากขึ้น” พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวอย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์เป็นหน่วยงานที่ดูแลการส่งออกปลายทาง ในขณะที่มีหลายหน่วยงานทั้งกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ดูแลการผลิตสินค้าตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งจะต้องมีการประสานงานกัน เพราะหากผลิตสินค้าคุณภาพดี เป็นที่ต้องการของตลาดโลก ก็จะเป็นอีกช่องทางที่ทำให้การส่งออกสินค้าไทยยังแข่งขันได้อยู่

พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า ส่วนสถานการณ์ราคาข้าวในตลาดที่ปรับตัวลดลงขณะนี้ เนื่องจากผลผลิตข้าวเปลือกนาปรัง 2558 กำลังทยอยออกสู่ตลาด โดยจะสั่งให้ชะลอการเปิดประมูลข้าวรอบ 3/2558 ออกไปก่อน เพื่อไม่ให้ราคาข้าวปรับตัวลดลงไปมากกว่านี้ และกระทบกับรายได้ของเกษตรกร แต่เชื่อว่าสถานการณ์ราคาข้าวจะดีขึ้นในเร็วๆนี้ เพราะไทยมีคำสั่งซื้อข้าวจากฟิลิปปินส์ 2 แสนตัน และการทำสัญญาซื้อขายข้าวระหว่างกรมการค้าต่างประเทศและบริษัทคอฟโก รัฐวิสาหกิจจีนอีก 2 ล้านตัน ซึ่งจะเป็นช่องทางระบายออกไปตลาดต่างประเทศมากขึ้น ทำให้ราคาข้าวปรับตัวดีขึ้น

ทั้งนี้ ในส่วนของการดูแลเกษตรกร ขณะนี้ได้สั่งการให้มีการจัดตั้งตลาดกลางเกษตรกรขึ้นมา 60 แห่งทั่วประเทศ เพื่อดูแลการซื้อขายข้าวให้กับชาวนาให้ได้รับราคาที่เป็นธรรม และไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากการขายผ่านพ่อค้าคนกลาง

สำหรับผลการประชุมคณะอนุกรรมด้านการตลาดปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มนั้น ที่ประชุมได้มีมติให้กระทรวงพลังงานปรับสูตรการผลิตไบโอดีเซล จากบี 3 มาเป็นบี 7 เพื่อเพิ่มปริมาณในการนำผลปาล์มมาใช้ผลิตไบโอดีเซล เนื่องจากสถานการณ์น้ำมันปาล์มกลับสู่ภาวะปกติ มีผลปาล์มออกสู่ตลาดมากขึ้น พร้อมทั้งประสานให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นำผลผลิตปาล์มไปผลิตไฟฟ้าเพิ่มเติมที่จ.กระบี่ ซึ่งจะช่วงเพิ่มช่องทางระบายผลปาล์มที่ทยอยออกมามาก รวมทั้งได้ขอความร่วมมือให้โรงสกัดรับซื้อผลปาล์มจากเกษตรกรในราคา 5 บาท/กก.ในหลักเกณฑ์ที่เป็นปาล์มสดคุณภาพ สัดส่วนน้ำมัน 17%

“สต๊อกน้ำมันปาล์มล่าสุด ได้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.3 แสนตัน จากก่อนหน้านี้อยู่ที่ 1.5 แสนตัน ถือว่าเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกให้สามารถลดต้นทุนได้เพิ่มขึ้น ในวันที่ 22 มี.ค.นี้ ตนและรมว.เกษตรและสหกรณ์ จะหารือกับผู้ประกอบการปุ๋ยเคมีในการจำหน่ายปุ๋ยราคาประหยัด และคุณภาพเหมาะสมต่อการเพาะปลูกในแต่ละพื้นที่” พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว

 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ