ลุยตั้งผู้ว่า รฟม.-สายสีน้ำเงิน

วันที่ 07 มี.ค. 2558 เวลา 07:33 น.
ลุยตั้งผู้ว่า รฟม.-สายสีน้ำเงิน
บอร์ด รฟม. รับรอง เปลี่ยนแปลงสัญญาสายสีน้ำเงิน จ่ายเงินเพิ่ม 290 ล้าน ทำถูกต้องขั้นตอน มีเหตุผลโยนบอร์ดชุด รัชนีอนุมัติ เตรียมร่อนหนังสือแจง สตง.-คมนาคม คาดเซ็นจ้างผู้ว่า รฟม.ใหม่ มี.ค.นี้

พล.อ.ยอดยุทธ บุญญาธิการ ในฐานะประธานคณะกรรมการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยภายหลังการประชุมบอร์ด รฟม. ว่า บอร์ดได้รับทราบผลการสอบสวนกรณีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขสัญญาก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงสถานีสนามไชย-ท่าพระ ทำให้ รฟม.ต้องจ่ายเงินเพิ่มอีก 290 ล้านบาท ที่มีนายไกร ตั้งสง่า กรรมการ รฟม.เป็นประธานสอบ สรุปว่าการดำเนินการดังกล่าวทำถูก ต้องตามขั้นตอนและมีการเสนอขออนุมัติจากบอร์ด รฟม.ชุดที่แล้ว ที่มีน.ส.รัชนี ตรีพิพัฒน์กุล เป็นประธานเมื่อวันที่ 20 มี.ค.2557 ดังนั้นจะมีการสรุปรายละเอียดเสนอบอร์ดรับทราบในวันศุกร์ที่ 13 มี.ค.นี้ จากนั้นสัปดาห์ถัดไปจะทำหนังสือแจ้งไปยังกระทรวงคมนาคม และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) หากไม่มีข้อท้วงติงใดๆ คาดว่าจะมีผลต่อเนื่องทำให้สามารถลงนามในสัญญาว่าจ้างนายพีรยุทธ สิงห์พัฒนกุล เป็นผู้ว่า รฟม.คนใหม่ได้ภายใน มี.ค.นี้

พล.อ.ยอดยุทธ กล่าวว่า ปัญหาเรื่องการเปลี่ยนแปลงสัญญาก่อสร้างทำให้ รฟม.ต้องจ่ายเงินเพิ่มนั้น บอร์ดได้มีการพิจารณาและเห็นว่าขั้นตอนดำเนินการทุกอย่างถูกต้อง และมีเหตุผลจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลงสัญญาก่อสร้างตามที่บอร์ดชุดเดิมได้อนุมัติ เพราะมีการเปลี่ยนวิธีการก่อสร้างทำให้มีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจริง และไม่ได้มีการเอื้อประโยชน์แก่เอกชนแต่อย่างใด รวมทั้งการดำเนินการของนายพีรยุทธก็ไม่ได้มีข้อบกพร่องตามกล่าวหา หากการแก้ไขสัญญาครั้งนี้ถูกต้องแล้ว

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบผลสอบสวนที่ตั้งนายภัทรุตม์ ทรรชานนท์ กรรมการ รฟม.เป็นปะธานสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีนายรณชิต แย้มสะอาด ในขณะที่เป็นรักษาการผู้ว่า รฟม. ได้แต่งตั้งคณะ กรรมการสอบสวนนายพีรยุทธ์กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงสัญญาทำให้ รฟม.ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม 290 ล้านบาทว่า เนื่องจากนายรณชิตยืนยันว่าอยู่ในอำนาจที่ดำเนินการได้ แต่กรณีนี้บอร์ดเห็นว่าจะต้องรายงานต่อบอร์ดก่อน

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้รับทราบผลการเจราจาต่อรองราคากับเอกชนที่ชนะการประมูลก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคตน ระยะทาง 18.2 กม. ว่าสามารถต่อรองปรับลดราคาทั้ง 4 สัญญาลงได้ 56 ล้านบาท จากราคารวม 28,842,279,923.74 ล้านบาท เหลือ 28,786หมื่นล้านล้านบาท จะนำเสนอต่อบอร์ดในการประชุมวันที่ 13 มี.ค.นี้ และรายงานต่อ ครม.คาดว่าจะสามารถลงนามในสัญญาได้ภายในเดือน มี.ค.นี้

ส่วนราคาที่ปรับลดสัญญาที่ 1 งานโยธา ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ บมจ.อิตาเลียนไทย ชนะประมูล จาก 15,284,844.86 ล้านบาท เหลือ 15,269 หมื่นล้านบาท สัญญา 2 งานโยธาช่วงสะพานใหม่-คูคน กลุ่มกิจการร่วมค้า UN-SH-CH ชนะประมูลจาก 6,659,991,127.04 ล้านบาท เหลือ 6,657พันล้านบาท

สัญญา 3 งานก่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงและอาคารจอดและจร กลุ่มกิจการร่วมค้า STEC-AS 3 ชะนประมูลจาก 4,029,567,257,.11 ล้านบาท เหลือ 4,019, พันล้านบาท  และสัญญา 4 งานจ้างออกแบบควบคู่การก่อสร้างระบบราง กลุ่มกิจการร่วมค้า STEC-AS 4 ชนะประมูล จาก 2,867,796,694.73 ล้านบาท เหลือ 2,841 พันล้านบาท

บทความแนะนำ