ซูซูกิมั่นใจจยย.คาบิวยังรุ่ง

วันที่ 08 มิ.ย. 2553 เวลา 12:04 น.
ซูซูกิเดินหน้าทำตลาดจักรยานยนต์คาบูเรเตอร์ต่อ ชี้ตลาดนิยม-ได้เปรียบเรื่องต้นทุน เล็งเพิ่มไลน์ผลิตสแมชใหม่อีก 1 เท่าตัว

นายเลิศศักดิ์ นววิมาน ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ไทยซูซูกิมอเตอร์ ผู้ผลิตและจำหน่ายรถจักรยานยนต์ซูซูกิ เปิดเผยว่า แผนงานของบริษัทจะเดินหน้าทำตลาดรถจักรยานยนต์ที่ใช้คาบูเรเตอร์อย่างต่อเนื่อง แต่จะเสริมเครื่องยนต์หัวฉีดให้กับตลาดรถจักรยานยนต์ระดับพรีเมียมเท่านั้น

บริษัทเชื่อว่ากลุ่มลูกค้ารถจักรยานยนต์แบบครอบครัวยังมีความต้องการที่จะใช้รถจักรยานยนต์ที่ราคาถูก ซ่อมบำรุงง่าย ประกอบกับการพัฒนารถจักรยานยนต์คาบูเรเตอร์ก็มีต้นทุนการแข่งขันที่ดีกว่า และได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน ซึ่งเชื่อว่ายังมีกลุ่มลูกค้าที่ยังมีความต้องการอยู่

ทั้งนี้ หลังเปิดตัวซูซูกิ สแมช ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา พบว่ายังมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับโรงงานเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตอีก 1 เท่าตัว จากที่ผลิตอยู่ 5,000 คันต่อเดือนตามแผนงานแรก ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาในการปรับปรุงไลน์ผลิต

ขณะที่ตลาดรถจักรยานยนต์แบบหัวฉีดก็เดินหน้าพัฒนาสินค้าในกลุ่มครอบครัวแบบพรีเมียม ไม่ว่าจะเป็น เจลาโต้ สกายไดร์ฟ ล่าสุดได้เปิดตัว โชกัน และฮายาเต้ จับกลุ่มที่ต้องการรถประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

“การทำตลาดของเราจะแยกกันชัดเจน ในกลุ่มลูกค้าพรีเมียมเราจะชูจุดแข็งในเรื่องของเทคโนโลยี ขณะที่กลุ่มครอบครัวเราจะพัฒนาเครื่องคาบูเรเตอร์ให้ผ่านมาตรฐานไอเสีย เพื่อรับมือการแข่งขัน โดยเชื่อว่าจะสามารถแข่งได้อีก 2-3 ปี” นายเลิศศักดิ์ กล่าว

ล่าสุดบริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาปรับเป้าหมายการจำหน่ายในปีนี้ จากเดิมที่วางเป้าหมายเอาไว้ 1 แสนคัน แต่จากการเติบโตในช่วง 5 เดือนแรกทำให้ต้องปรับแผนดังกล่าว เบื้องต้นจะผลิตรถจักรยานยนต์สำหรับในประเทศ 1 แสนคันและส่งออก 1 แสนคัน รวมไปถึงเครื่องยนต์เรือจะผลิต 3.5-3.6 หมื่นเครื่อง จากแผนงานเดิมที่จะผลิต 3.2 หมื่นเครื่อง

นายเลิศศักดิ์กล่าวถึงการย้ายไลน์ผลิตเครื่องยนต์เรือ (เอาต์บอร์ด) 2 จังหวะมาที่ประเทศไทยว่า บริษัทแม่ได้อนุมัติในเรื่องนี้แล้ว คาดว่าจะเริ่มผลิตในช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า ในกลุ่มธุรกิจบิ๊กไบค์ก็มีแผนจะเปิดตัวรถใหม่อีก 1 รุ่นในช่วงปลายปีนี้