ไทยเบฟฯลั่น6ปีขอขึ้นแท่นผู้นำทุกสินค้าในอาเซียน

วันที่ 02 พ.ย. 2557 เวลา 17:48 น.
ไทยเบฟฯลั่น6ปีขอขึ้นแท่นผู้นำทุกสินค้าในอาเซียน
ไทยเบฟฯเปิดวิชั่น 6 ปี เดินหน้าก้าวสู่ขึ้น 1 ใน 2 ผู้นำทุกกลุ่มสินค้าอาเซียน หลังจัดทัพใหม่พร้อมลุย

นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ เปิดเผยว่า ได้กำหนดวิสัยทัศน์ 2020 หรือในปี 2563 (2558-2563) ว่า จะนำสินค้าเรือธงของเครือไทยเบฟออกไปทำตลาดในอาเซียน พร้อมวางเป้าหมายขึ้นเป็น 1 ใน 2 ผู้นำตลาดเครื่องดื่มในอาเซียนในทุกกลุ่มสินค้าที่เข้าไปทำตลาด และตั้งเป้าเติบโตต่อเนื่อง 12-15% ทุกปี

ทั้งนี้ได้กำหนด 5 กลยุทธ์หลักในการไปสู่เป้าหมายดังกล่าว ได้แก่ 1.การเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ 2.มีความหลากหลายของตลาดและผลิตภัณฑ์ 3.ตราสินค้าที่แข็งแกร่ง 4.การขายและการกระจายสินค้าที่แข็งแกร่ง และ5.ความเป็นมืออาชีพ รวมทั้งแต่ละปีจะลงทุนไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาทในการพัฒนาและปรับปรุงการผลิต

นอกจากนี้ยังวางเป้าหมายเพิ่มรายได้จากการขายเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์จากปัจจุบันสร้างสัดส่วนรายได้ 25% เป็น 50% รวมทั้งเพิ่มรายได้จากการขายสินค้าในต่างประเทศให้มีสัดส่วน 50% จากปัจจุบันอยู่ที่ 25-30%

ขณะเดียวกันบริษัทได้ปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่เพื่อให้สอดรับกับนโยบายดังกล่าว โดยแบ่งสินค้าออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มสุรา, กลุ่มเบียร์ และกลุ่มเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์หรือ นอนแอลกอฮอล์ โดยทุกกลุ่มจะดำเนินการภายใต้ยุทธศาสตร์ดังกล่าว โดยเฉพาะกลุ่มนอนแอลกอฮอล์ที่จะสร้างการเติบโตใหม่ให้บริษัทหลังจากซื้อกิจการเอฟแอนด์เอ็นด์ทำให้มีสินค้าในพอร์ทนี้เพิ่มขึ้น

“ยุทธศาสตร์ของเราจะไม่มองแต่สินค้าแต่จะเน้นการสร้างแบรนด์สินค้าเพื่อสร้างการเติบโตทั้งในแง่ยอดขายและกำไร”

สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2556 ที่ผ่านมา ไทยเบฟเวอเรจมีรายได้รวม 155,771 ล้านบาท มีผลกำไร 1.9 หมื่นล้านบาท และครึ่งปี 2557 มีรายได้รวม 8.1 หมื่นล้านบาท กำไร 2.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งหากเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักต่อเนื่อง ใน 3 ปีจากนี้ไทยเบฟฯจะมีรายได้เกิน 2 แสนล้านบาท

นายฐาปนกล่าวต่อว่า การจัดโครงสร้างใหม่ดังกล่าว ได้ทีมบริหารจากเอฟแอนด์เอ็นด์เข้ามาดูแลธุรกิจเบียร์และ นอนแอลกอฮอล์ โดยในกลุ่มเบียร์ มีนายฮวง ฮง เป็ง เป็นประธานกรรมการบริหาร และ ดาโต๊ะ อึ้ง จุย เซีย เป็นประธานกรรมการบริหารกลุ่มนอนแอลกอฮอล์ ขณะที่กลุ่มสุรา มีนายอวยชัย ตันทโอภาส ดำรงตำแหน่งกรรมการรองผู้อำนวยการใหญ่ สายบริหารการขายสายธุรกิจสุรา

ในส่วนของธุรกิจสุรานั้น จะใช้แบรนด์รวงข้าว แสงโสม และเบลนด์ 285 และ 285 ซิกเนเจอร์ เป็นสินค้าเรือธงในการทำตลาด เน้นไทย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และพม่า ส่วนกลุ่มเบียร์ ตั้งเป้าทวงแชมป์ตลาดเบียร์ 1.25 แสนล้านบาทในปี 2563 ด้วยส่วนแบ่ง 45% จากปัจจุบัน 30% รวมทั้งชูแบรนด์ช้างทำตลาดทั้งในประเทศและมุ่งรุก พม่าและสิงคโปร์ ขณะที่กลุ่มนอนแอลกอฮอล์ จะชูแบรนด์ โออิชิ เอส และ สินค้าของเอฟแอนด์เอ็น ทำตลาดในไทย มาเลเซีย สิงคโปร์และเวียดนามเป็นตลาดหลัก

“ปัจจุบันเบียร์ช้างแข็งแกร่งในตลาดล่างที่เป็นตลาดใหญ่ แต่สิ่งที่ไทยเบฟขาดคือ สินค้าพรีเมียม ดังนั้นจึงพร้อมจะซื้อกิจการเบียร์เช่น ญี่ปุ่น เยอรมันเพื่อบุกตลาดพรีเมียมเบียร์”นายฐาปนกล่าว