บิ๊กตู่สั่งคุมราคาสินค้าห้ามกักตุน

วันที่ 26 ก.ย. 2557 เวลา 21:32 น.
บิ๊กตู่สั่งคุมราคาสินค้าห้ามกักตุน
นายกฯสั่งคมนาคมดูดูราคาค่าโดยสารรถ เรือ วอนผู้ประกอบการเห็นใจคนจนสั่่่งพาณิชย์ตรึงราคาสินค้าจัดการพ่อค้ากักตุน    เมื่อเวลา 20.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวในรายการคืนความสุขคนในชาติ ได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ตรึงราคาสินค้าออกไปอีก 3 เดือน ขณะเดียวกัน ให้ดำเนินการกับพ่อค้าที่กักตุนสินค้า “วันนี้ผมทราบดีมีความเดือดร้อนปัญหาสินค้าราคาแพงผมเคยขอร้องกันไปแล้วในส่วนของพ่อค้าคนกลางในส่วนของรายใหญ่จะต้องช่วยกันพยายามรักษาระดับราคาของสินค้าให้เกิดความเป็นธรรมกับคนมีรายได้น้อย อย่าเพิ่งไปเอากำไรมากมายในขณะนี้เลยเพราะทุกคนเดือดร้อนกันไปหมดในขณะนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นมาก็ตามถ้าเราคิดว่าเราลดกำไรเราลงสักเล็กน้อยให้ขายปริมาณสินค้าได้มากขึ้นเงินที่ประชาชนผู้มีรายได้น้อยก็จะได้ออกมาจับจ่ายใช้สอยได้ และทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย” นายกฯ กล่าว     พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่าพยายามอย่างเต็มที่ในการที่จะกำกับดูแลราคาสินค้าให้อยู่ในราคาที่เหมาะสมและเน้นในเรื่องของค่าโดยสารค่าขนส่งที่มีผู้ประกอบการขอให้ปรับขึ้นราคานั้นได้สั่งการให้ไปดูในรายละเอียดให้กระทรวงคมนาคมไปดูแลอย่างเร่งด่วนว่าจะต้องคำนึงถึงความเหมาะสมอย่างไรบ้างในต้นทุนที่ดำเนินการทั้งหมดกำไรต่างๆที่มีอยู่ในปัจจุบันและสถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจของในประเทศด้วยประชาชนผู้มีรายได้น้อยเขาเดือดร้อนอย่างไรต้องมาช่วยกัน และหารือกันหาหนทางปฏิบัติที่เหมาะสมอย่างที่เคยเรียนไปแล้วไม่มีใครได้ทั้งหมดหรือเสียทั้งหมดเห็นใจคนจนหน่อยและพยายามจะให้ความเป็นธรรมราคาต้องอยู่ในระดับที่รับได้ทั้งผู้ประกอบการและประชาชนผู้ใช้บริการ   สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคอันนี้ได้สั่งการกระทรวงพาณิชย์และหลายๆหน่วยงานก็มีหลายหน่วยงานที่จะต้องเข้าไปดูแลกรุงเทพมหานคร(กทม.)หรือเทศกิจหรืออะไรต่างๆต้องไปดูทั้งหมดและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องต้องไปตรวจ ในพื้นที่การค้าขายในชุมชนต่างๆทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดด้วยระดับราคาสินค้าตั้งแต่ต้นทางเราพอทราบอยู่แล้วพอกลางทางไปแล้วเพิ่มด้วยค่าขนส่งเพิ่มด้วยการบริหารจัดการไปถึงปลายทางราคาก็สูงขึ้น มากเกินกว่าความจำเป็น อันคงต้องไปดูแลกันตั้งแต่เริ่มต้นวัตถุดิบเป็นอย่างไรที่ต้องใช้ในการผลิตเป็นอย่างไร   “การดูแลราคาจำหน่ายของตัวแทนจำหน่ายและผู้ค้าส่งให้สอดคล้องกับราคาโรงงานไม่ให้มีการฉวยโอกาสถูกเอารัดเอาเปรียบรวมไปถึงการดูแลราคาสินค้าปลีกปลายทางให้มีความสอดคล้องกันและจะใช้มาตรการทางกฎหมายที่เข้มงวดและรัดกุมด้วยเพื่อไม่ให้มีการกักตุนสินค้าและให้มีสินค้าเพียงพอกับความต้องการของพี่น้องประชาชนโดยรัฐบาลจะมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการเพื่อขยายระยะเวลาในการตรึงราคาสินค้าต่อไปอีก2-3 เดือนหลังจากที่มาตรการตรึงราคาสินค้าที่ดำเนินการอยู่จะสิ้นสุดในเดือนพฤศจิกายนนี้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว      นอกจากนี้รัฐบาลยังได้ดำเนินโครงการต่างๆเพื่อลดภาระค่าครองชีพเช่นศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษตรชุมชนหรือ FarmOutlet เพื่อเป็นแหล่งกระจายสินค้าและจำหน่ายสินค้าการเกษตรที่เป็นระบบ ซึ่งได้มีการเปิดตัวศูนย์ที่ 20 ไปแล้วที่จังหวัดฉะเชิงเทราเมื่อวันที่18กันยายนที่ผ่านมาร้านจำหน่ายอาหารปรุงสำเร็จเพื่อคืนความสุขทุกจานให้ประชาชนภายใต้สัญลักษณ์"หนูณิชย์พาชิม"ที่เน้นร้านค้าที่ถูกสะอาดดีและอร่อยซึ่งตั้งแต่เปิดตัวโครงการฯ ไปแล้วเมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ได้มีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลเกินกว่าเป้าหมาย1,000แห่งไปแล้วก็ยังต้องการอีกเพิ่มเติมและโครงการนี้จะทยอยลงสู่ทั่วทุกภูมิภาค    ขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงานทุกร้านค้าทั้งของรัฐทั้งเอกชนโดยจะเริ่มที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือในเดือนหน้าเชื่อว่าหากมีการเปิดตัวครบทั่วทุกภูมิภาคแล้วจะมีร้านเข้าร่วมโครงการไม่ต่ำกว่า 5,000 ร้าน ซึ่งถ้านับกับสัดส่วนแล้วยังมีจำนวนน้อยอยากให้ทุกกระทรวงทบวงกรมไปช่วยกันทั้งองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น(อบต.)องค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)ทั้งในส่วนของสมาคมพ่อค้าเอกชนอะไรต่างๆเหล่านี้ที่มีโครงการหรือมีร้านอาหารประเภทนี้ ขอให้ช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนในการซื้ออาหารปรุงสำเร็จได้ประมาณร้อยละ10-35ของค่าใช้จ่ายในการซื้ออาหารในแต่ละวันเป็นกุศลกับท่านด้วย.