อาจิต เวนทาคารามัน บิ๊กบอสทาทาย้ำยังเดินหน้าลงทุนในไทย

วันที่ 02 มิ.ย. 2553 เวลา 13:18 น.
การลงทุนในประเทศไทยน่าจะมีการปรับไปลงทุนในส่วนของโครงการรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาความเป็นไปได้ของรถยนต์หลายรุ่น

โดย...พิสันต์ อิทธิวัฒนกุล

ทําตลาดในประเทศไทยมาร่วม 2 ปี สำหรับเจ้าตลาดรถยนต์จากประเทศอินเดีย อย่างทาทา มอเตอร์ส ที่หลังจากปักหลักในประเทศไทย ก็สร้างเสียงฮือฮามาเป็นระยะ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวปิกอัพรูปแบบต่างๆ เพื่อท้าชิงตลาดรถปิกอัพในประเทศไทย หรือการจัดกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

แต่สิ่งที่ฮือฮามากที่สุดก็คือการแสดงความสนใจในการลงทุนโครงการรถยนต์นั่งประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล หรืออีโคคาร์ ซึ่งทาทาเป็นผู้ประกอบการรายที่ 6 ที่ได้รับการอนุมัติโครงการลงทุนมูลค่า 7,500 ล้านบาท ซึ่งผู้ผลิตรถยนต์รายนี้ยืนยันมาอย่างต่อเนื่องว่าจะเดินหน้าโครงการนี้แน่นอน

อาจิต

ล่าสุด อาจิต เวนทาคารามัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทาทา มอเตอร์ส (ประเทศไทย) ออกมายอมรับเต็มตัวแล้วว่า ทาทาจะไม่เข้าร่วมในโครงการอีโคคาร์อย่างแน่นอน แต่จะหันไปเน้นการพัฒนาสินค้าอื่นๆ ที่มีความเหมาะสมในการบุกตลาด ทั้งในประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้

“เราประเมินแล้วว่าเมื่อถึงเวลาที่รัฐบาลกำหนดไว้ จะมีผู้ประกอบการหลายรายที่เข้ามาลงทุนในโครงการนี้ ทำให้เกิดความหนาแน่นสำหรับรถยนต์ในโครงการอีโคคาร์ และทาทาประเมินว่าหากต้องการแข่งขันในตลาดนี้ จำเป็นที่จะต้องหาสินค้าใหม่ที่เหมาะสมกับการแข่งขันในตลาดเพิ่มขึ้น”

ทั้งนี้ ทาทา ขอยืนยันว่าจะมีการเดินหน้าลงทุนโครงการฐานผลิตรถยนต์ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง แม้จะหยุดการลงทุนในโครงการอีโคคาร์ เนื่องจากทาทามองว่าประเทศไทยมีศักยภาพที่จะเติบโตขึ้นไปเป็นฐานการผลิตที่มีประสิทธิภาพ และจะเดินหน้าลงทุนในโครงการอื่นๆ ต่อไป

อาจิต บอกว่า การลงทุนในประเทศไทยน่าจะมีการปรับไปลงทุนในส่วนของโครงการรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาความเป็นไปได้ของรถยนต์หลายรุ่น ว่าจะนำรุ่นใดมาผลิตในไทย โดยรถยนต์ขนาดเล็กอย่างทาทา นาโน ก็มีศักยภาพเช่นกัน และ ทาทาคาดว่าเครื่องยนต์ที่เหมาะสมที่จะผลิตเพื่อจำหน่ายในภูมิภาคนี้น่าจะอยู่ที่ 600-1,400 ซีซี

“ก่อนหน้านี้ ทาทาเคยนำรถยนต์นั่งขนาดเล็กอย่างนาโนเข้ามาทำการสำรวจตลาด และได้การตอบรับที่ดีจากกลุ่มเป้าหมาย โดยมีการแสดงเจตนารมณ์ว่าหากนำเข้ามาจำหน่ายในราคาที่เหมาะสมแล้ว เขาก็พร้อมที่จะซื้อ ซึ่งเรื่องนี้เราคงต้องทำงานมากขึ้น แต่ขอยืนยันว่าตลาดรถเล็กนั้นจะทำตลาดได้ดี ถ้ามีข้อจำกัดไม่มากจนเกินไป”

อย่างไรก็ตาม ทาทาขอยืนยันว่าการยกเลิกการทำรถในโครงการอีโคคาร์นี้ เป็นปัจจัยทางด้านการตลาดเป็นหลัก ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการที่รัฐบาลเปิดโครงการส่งเสริมการลงทุนรูปแบบใหม่ๆ ออกมา แต่ก็ยอมรับว่าในการลงทุนครั้งต่อไป จำเป็นที่จะต้องพิจารณาโครงการอื่นๆ ประกอบเช่นกัน

ทั้งนี้ อาจิตคาดว่าโครงการรถยนต์นั่งใหม่นี้จะเดินหน้าตามช่วงเวลาเดิมของโครงการอีโคคาร์ทั้งหมด โดยคาดว่าจะเริ่มต้นลงทุน และเห็นตัวสินค้าอย่างเป็นรูปธรรมไม่เกินปี 2555 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม โดนประเมินว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะไม่ส่งผลกระทบต่อแผนงานและการลงทุนของทาทาในประเทศไทยแต่อย่างใด

ทาทา นาโน

ในส่วนของการนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปเข้ามาจำหน่ายนั้น อาจิต บอกว่า จำเป็นต้องพิจารณาเรื่องของภาษีนำเข้าที่ยังสูงถึง 80% ว่าอาจจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ไม่น่าสนใจนัก ขณะที่รถยนต์ที่เสียภาษีสรรพสามิต 10% อย่างไฮบริดก็น่าสนใจ แต่ทาทายังไม่มีสินค้าในกลุ่มดังกล่าว ทำให้ต้องมองสินค้าที่บริษัทมีอยู่เป็นหลัก อย่างรถยนต์นั่งขนาดเล็ก รถยนต์นั่งขนาดกลาง ที่ใช้พลังงานทางเลือกอื่นๆ

สำหรับความคืบหน้าของการทำตลาดรถปิกอัพซีนอนในประเทศไทยนั้น ถือว่ามีการเติบโตตามแผนงานที่วางไว้ คืออยู่ในเป้าหมายการมีส่วนแบ่งการตลาด 5% ภายใน 5 ปีของการดำเนินการ ซึ่งล่าสุดยอดจำหน่าย 4 เดือนแรกของปีนี้ ทาทาทำยอดจำหน่ายไปแล้ว 1,391 คัน โดยมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนทะลุ 400 คันต่อเดือนในปัจจุบัน

“เรามองว่าการทำตลาดรถปิกอัพในประเทศไทย จะเป็นรากฐานที่สำคัญของการทำธุรกิจของทาทา ทั้งในเรื่องของการพัฒนาตราสินค้า เครือข่ายการจำหน่าย การพัฒนาตลาดในรูปแบบต่างๆ ซึ่งในอนาคต นอกเหนือจากรถยนต์นั่งขนาดเล็กแล้ว เราก็อาจจะมีศักยภาพที่จะทำตลาดรถเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ได้เช่นกัน”

และทั้งหมดนี้คือคำสัญญาจากผู้บริหารค่ายรถทาทา ว่าจะไม่ทิ้งเมืองไทยอย่างแน่นอน!!!