ทีพีซีปั้นยอดขาย3เดือนแรก317ใบ

วันที่ 13 มิ.ย. 2557 เวลา 16:15 น.
ทีพีซีรุกโรดโชว์ดึงเศรษฐีทดลองใช้บริการปั้นยอดขาย3เดือน 317ใบ ปรับลดปีแรกหวังรายได้ 311ล้านบาท

นายอภิสิทธิ์ ชื่นชมภู ผู้จัดการใหญ่ บริษัทไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด (ทีพีซี) ผู้บริหารโครงการบัตรไทยแลนด์ อีลิท การ์ด เปิดเผยว่า บริษัทได้เสนอคณะกรรมการ(บอร์ด) ทีพีซี ปรับลดยอดขายปีแรกระหว่างเดือน ต.ค.ปี 2556-ก.ย.ปีนี้เหลือเพียง 317 ใบ รายได้ 311 ล้านบาท จากเป้าหมายเดิม 1,300 ล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การเมืองไทยไม่สงบ รวมถึงบริษัทไม่มีงบประมาณการบริหารจัดการและขับเคลื่อนโครงการ

ทั้งนี้ภายหลังฟื้นโครงการอย่างเป็นทางการและได้รับการชำระหุ้นจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา จำนวน 200 ล้านบาท บริษัทเริ่มมียอดขายเพิ่มขึ้นปัจจุบันจำหน่ายได้ 11 ใบ และมีสัญญาณที่ดีขึ้นภายหลังการสลายการชุมนุม(ม็อบ)แต่ต้องยอมรับว่าการเข้ามาบริหารประเทศภายใต้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทำให้ถูกต่อต้านจากบางประเทศ แต่เชื่อว่าหลังคสช.จัดตั้งรัฐบาลแล้วเสร็จกลุ่มเป้าหมายสมาชิกจะมีความเชื่อมั่นมากขึ้น

สำหรับแผนตลาดที่เร่งดำเนินการในช่วงเดือนก.ค.-ก.ย.นี้ ทีพีซีเตรียมโรดโชว์บัตรสมาชิก ที่ประเทศ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี เพื่อสร้างการรับรู้ใหม่ รวมถึงการร่วมกับบริษัททัวร์ นำนักท่องเที่ยวที่เป็นกลุ่มเป้าหมายร่วมสัมผัสการใช้บริการสินค้าทางการท่องเที่ยว เช่น สปา กอล์ฟ ฯลฯ เพื่อกระตุ้นการจตัดสินใจสมัครสมาชิก ซึ่งขณะนี้ได้รับการติดต่อจากตัวแทนจำหน่ายจะนำกลุ่มเป้าหมายเดินทางเข้ามาจากประเทศจีน ญี่ปุ่น เฉลี่ย บริษัทละ 100-300 ราย

“เป้าหมายที่ปรับลดทีพีซีจะพยายามทำให้ได้ หากเป้าหมายที่ตั้งไว้ไม่สามารถจำหน่ายได้ตามที่ตั้งไว้ ต้องขึ้นอยู่กับการประเมินผลการทำงานของบอร์ด แต่เชื่อว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดีมีศักยภาพในอนาคตสามารถเป็น ที่เป็นตัวแทนจากภาครัฐระดับโลกได้”นายอภิสิทธิ์

ปัจจุบันบริษัทมีเงินสดหมุนเวียเหลือ 180 ล้านบาท คาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยปีละ 144 ล้านบาบาท ภายใต้การดูแลสมาชิกทั้งหมด 3,000 ราย และพนักงานบริษัทอีก 130 คน โดยแผนปี2558 หลังประเทศไทยมีรัฐบาลและโครงการเดินหน้าได้อย่างเต็มที่คาดว่าจะมียอดขายบัตรประมาณ 300-400 ใบ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สำหรับแผนระยะยาว 5 ปี บริษัทมีแผนเพิ่มรายได้โดยการสร้างแบรนด์บัตรไทยแลนด์ อีลิท การ์ด ร่วมกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่หลากหลาย รวมถึงการรีแบรนด์ดิ้งให้มีความแข็งแกร่ง ซึ่งความพร้อมในการรีแบรนด์ดิ้งมองว่าบริษัทต้องมีเงินสดหมุนเวียนอย่างน้อย 500 ล้านบาท

นอกจากนี้บริษัทได้ศึกษาแผนสำรองกรณีทีพีซีถูกสั่งปิดบริษัท หรือถูกจำกัดจำนวนการขายรองรับไว้ในอนาคต แต่เชื่อว่าโครงการนี้จะได้รับการสนับสนุนที่ดีไม่ว่ารัฐบาลจะมาจากส่วนใด